ยุทธนา ไทยภักดี อภิปรายเรื่องนโยบายรับจำนำผลิตผลทางการเกษตร โดยกล่าวหาว่ามีปัญหาทุจริต และเรียกร้องการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการตรวจสอบคุณภาพผลผลิต และการควบคุมการทุจริตในโครงการรับจำนำ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท ยุทธนา ไทยภักดี วุฒิสมาชิกสรรหา วันนี้ขอมาพูดในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมอยากจะเรียนแสดงความรู้สึกว่า การที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อทางรัฐสภาเพื่อให้ทางรัฐสภา ได้มีการสอบถามแล้วก็อภิปรายในประเด็นต่าง ๆ ที่ทางรัฐบาลได้ร่างนโยบายมาให้พวกเรา ทุกคนได้พิจารณา
ประเด็นแรกที่ผมอยากจะอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องนโยบายเร่งด่วนของทาง คณะรัฐมนตรีในข้อที่ ๑.๑๑ กระผมอยากจะบอกว่าเป็นนโยบายที่เกี่ยวกับเรื่องการรับจำนำ ผลิตผลทางด้านการเกษตรที่รัฐบาลได้ถือเป็นนโยบายเร่งด่วน ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ผมห่วงใย และหวังดีต่อนโยบายของรัฐบาลนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าจากการที่ผมเองเป็นประธาน คณะอนุกรรมาธิการติดตามตรวจสอบเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตเกี่ยวกับโครงการรับจำนำ ข้าวเปลือกนาปรัง นาปี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ จนกระทั่งปี ๒๕๕๑ ตลอดมานั้น ผมขอกราบเรียน ว่าเป็นปัญหาที่ใหญ่หลวงพอสมควร รัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณไปเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทสำหรับประมาณไม่ถึง ๑๐ ปี ท่านประธานครับ ทุกขั้นตอนของโครงการที่รับจำนำที่ผ่านมาที่ผมตรวจสอบกับ คณะกรรมาธิการด้วยนั้น ทุกขั้นตอนมีการทุจริต คนที่รับประโยชน์จากโครงการนี้มีหลายส่วน ตั้งแต่กระบวนการของการรับแจ้ง รับจดทะเบียน ชาวนาก็ดี หรือผู้ที่ประกอบการปลูกพืช ทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นมันสำปะหลังก็ดี ไม่ว่าเป็นข้าวโพดก็ดี รวมทั้งลำไยด้วย ที่ผมตรวจสอบ เจ้าของโกดังก็มีปัญหา เนื่องจากโกดังส่วนใหญ่นั้นผมจะบอกทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่านักการเมืองเหล่านี้แหละครับเป็นเจ้าของ เจ้าของโรงสีก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่ผมอยากจะบอกว่าเจ้าของโรงสีมีส่วนอย่างมากในการที่จะทำให้โครงการรับจำนำนั้น มีปัญหามากมาย มีการยักยอก มีการฉ้อโกง มีการลักทรัพย์ โดยเฉพาะข้าวและสิ่งของ พืชเกษตรที่รับจำนำไว้เอาไปดำเนินการหมุนเวียนแทบทั้งสิ้น ผู้ส่งออกมีรายใหญ่ ๆ อยู่แค่ ๕-๖ เจ้าที่ครอบคลุมตลาดการส่งออก ไม่ว่าจะเป็นข้าวเจ้าหรือข้าวหอมมะลิก็ดี ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพดก็ดี ไม่ว่าจะเป็นมันสำปะหลังก็ดี ไม่ว่าจะเป็นลำไยก็ดี ผมอยากจะเรียนว่า เหมือนจะเป็นรูปแบบทั้งทุกส่วนนั้นมี ๕ เสือใหญ่ครอบครองตลาด มีอิทธิพลต่อการส่งออก แทบทั้งสิ้น แล้วอยากจะบอกว่าที่ปรึกษาของนักการเมืองทั้งหลายนั่นแหละคือที่ปรึกษา ของห้างใหญ่ ๆ หรือบริษัทใหญ่ ๆ ทั้ง ๔-๕ พืชที่ผมอยากจะกล่าวว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง แทบทั้งหมด แล้วผลประโยชน์เหล่านั้นตกอยู่กับนักการเมืองส่วนหนึ่ง พ่อค้าส่วนหนึ่ง แล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องอีกส่วนหนึ่ง
อีกส่วนหนึ่งที่มีปัญหามากคือเรื่องการเข้าโควตาในการที่จะใช้สิทธิในการที่จะ เข้าโครงการเหล่านี้ได้มีการวิ่งเต้นเซอร์เวเยอร์ (Surveyor) ที่ควบคุมการดูแลคุณภาพข้าว ต่าง ๆ ก็มีปัญหา มีการวิ่งเต้น แล้วก็ตรวจสอบคุณภาพก็ไม่จริง ปล่อยปละละเลย ให้มีการสูญเสียมากมายมหาศาล สิ่งเหล่านี้รัฐบาลต้องสูญเสียปีละหลายหมื่นล้านบาท แต่ประชาชนผู้ที่ได้รับการจำนำนั้นครอบครัวหนึ่งรับได้ไม่กี่หมื่นบาท อันนี้ผมถือว่า เป็นนโยบายที่ค่อนข้างจะเสี่ยงสำหรับรัฐบาลนี้พอสมควร จากการที่ผมมีการตรวจสอบ ผมอยากจะบอกว่าได้มีการรายงานให้ทางรัฐบาลที่แล้วทราบตั้งแต่รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ปรากฏว่ารัฐบาลสมัยท่านนายกรัฐมนตรีสมัครได้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายบางส่วน เพื่อป้องกันการกระทำเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตนี้พอสมควร แล้วต่อมารัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนาม ท่านได้มีการปรับปรุงเป็นระบบประกันรายได้ ผมก็ถือว่า ในส่วนนี้ท่านรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ถือว่าได้แก้ไขปัญหาไปส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ทั้งนั้นที่เป็นห่วงเป็นใย ก็เนื่องจากว่าปัญหาเรื่องการจำนำพืชผลทางการเกษตรนั้นมีปัญหามากมาย ผมอยากจะเรียน ท่านว่าถ้าให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และท่านรองนายกรัฐมนตรีซึ่งดูแลเรื่องนี้อยู่นั้นควบคุม ผมเชื่อว่าบางครั้งรายละเอียดต่าง ๆ ในการทุจริตนั้นทางรัฐมนตรีอาจจะไม่ทราบ ท่านเชื่อหรือไม่ว่าการยักยอก การฉ้อโกง ในลักษณะที่เกิดขึ้นที่จังหวัดบางจังหวัดนั้นเหมือนกับมีการแรลลี่ (Rally) แรลลี่ข้าว ใครเคยได้ยินบ้าง แรลลี่ข้าวคือมีการรู้กันว่าถ้าใครจะมาตรวจข้าว โรงนั้นเอาข้าวไปขายก่อน โรงสีเอาข้าวไปขายก่อน ก็จะเอาโรงอื่นไปช่วยเพื่อให้ตรวจครบ แล้วก่อนไปตรวจเจ้าหน้าที่เอง จะบอกว่าวันนี้คณะกรรมการจะไปตรวจ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องหนึ่งซึ่งผมอยากจะบอกว่า เป็นการทุจริตมากมายในโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ ฉะนั้นผมอยากเรียนให้ทางท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ดูแลกระทรวงพาณิชย์ก็ดี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ดี ได้ตระหนักและมีมาตรการในเรื่องนี้โดยเข้มงวด ผมอาจจะมองว่าบางครั้งผมยังมองว่า รองนายกรัฐมนตรีที่ควบคุมกระทรวงพาณิชย์ด้วยอาจจะไม่ทันเกมด้วยซ้ำไป ในเรื่องของการทุจริตของโครงการรับจำนำพืชผลทางการเกษตร ผมถึงอยากให้ ท่าน พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ ซึ่งเป็นนายเก่าผม ผมเห็นว่าคนนี้เป็นคนซื่อตรงเที่ยงตรง เข้ามาควบคุมดูแล ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์ ๘ นาทีเองหมดแล้วหรือครับ อีก ๔ นาที หรือเปล่าครับ ผมหมดแล้วนะครับ ถ้าอย่างนั้นผมมี ๒ เรื่องก็ขออนุญาตเอาไว้คราวหน้าครับ ขอบคุณครับ