รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๔

ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาลที่ไม่สมดุล และส่งผลให้ความเชื่อมั่นของประเทศไทยลดลงในเวทีสากล ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เสนอแนะการปฏิรูปประเทศไทย โดยยกระดับเทศบาลอำเภอเป็นเทศบาลเมือง และเทศบาลเมืองเป็นเทศบาลนคร เพื่อเตรียมการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน และต้องการให้รัฐบาลปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่นโดยการกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น

นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ติดตามได้อ่านนโยบายรัฐบาลแล้ว รวมทั้งฟัง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้อ่านให้ฟังด้วย นโยบายของรัฐบาลได้ประกาศอย่างชัดเจน ถึงจุดมุ่งหมายที่จะไปบรรลุเป้าหมาย ๓ ประการด้วยกัน นั่นก็คือว่าเพื่อที่จะนำไทย ไปสู่โครงสร้างเศรษฐกิจที่สมดุล เพื่อนำไทยไปสู่สังคมที่มีความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อนำไทยไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ผมต้องกราบเรียนกับท่านประธาน อย่างนี้ก็เพราะว่าผมยืนยันว่าเป้าหมายที่รัฐบาลได้นำเสนอนั้นต้องเป็นสิ่งเดียวกัน และต้องสอดคล้องกับการจัดทำนโยบายของรัฐบาลทั้งชุดเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย ทั้ง ๓ ประการนี้ท่านประธานครับ ผมได้พิจารณาและได้ติดตามนโยบายแล้วก็พบว่า นโยบายที่ได้จัดทำไม่ได้ตอบสนองเป้าหมายนี้ หรือถ้าจะมีการตอบสนองอยู่บ้างก็เป็นไป อย่างมีเงื่อนไข แล้วก็ไม่ได้ทำทันที ทั้งยังเป็นนโยบายที่รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง เป็นสำคัญ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ก็เพราะว่าการจัดทำนโยบายนั้นเป็นสิ่งที่ เราจะต้องตอบสนองเป้าหมายจริง ๆ และการตอบสนองเป้าหมายได้นั้น เราต้องค้นให้พบ จริง ๆ ด้วยครับว่าปัญหาของประเทศไทยคืออะไร ถ้าเราไม่ได้มีการพูดจากันถึงปัญหา ของประเทศไทย เราไม่มีวันที่จะตอบสนองเป้าหมายนี้ได้อย่างแน่นอน ผมเรียนตรงไปตรงมา กับท่านประธานอย่างนี้ก็เพราะว่ารัฐบาลมุ่งหมายที่จะนำไทยไปสู่ประชาคมอาเซียน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ติดใจผมมานานครับ ท่านประธานครับ เราไปสู่ประชาคมอาเซียนไม่ได้แน่นอนถ้าประเทศไทยยังมีปัญหาเรื่องของ ความเชื่อมั่นไทยในเวทีสากล ประเทศไทยได้สูญเสียความเชื่อมั่นไปแล้วครับ และเรายัง ไม่สามารถที่จะเอาความเชื่อมั่นนั้นกลับคืนมาได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ท่านประธานคงจำได้ว่า ในปีที่ประเทศไทยได้มีโอกาสเป็นประธานอาเซียน ซึ่งเป็นเวลาที่คนไทยรอคอยอยู่ ๑๐ ปีเต็ม กว่าจากการเป็นประธานหมุนรอบกลับมาสู่ที่ประเทศไทย ได้มีการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่พัทยา ได้มีการเดินขบวน ได้มีการเคลื่อนไหว ได้มีการกดดันล้มการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่พัทยา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นผู้นำทั่วโลกที่มาร่วมประชุมคือ ๑๐ ประเทศอาเซียน และประเทศคู่เจรจาอีก ๖ ประเทศ ต่างมุ่งมาที่พัทยา การประชุมต้องเลิกล้มลงกลางคัน ผมจำติดใจมาตั้งแต่วันนั้นครับ วันที่ประเทศไทยมีโอกาสดีอย่างนี้ วันที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี วันนี้ผมแน่ใจว่าเมื่อขึ้นเวทีสากลคนไทยเชื่อมั่นและ คนไทยมีความสุขเมื่อคนอย่างอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนไทยในเวทีสากล การล้มการประชุมวันนั้นประเทศไทยได้สูญเสียความเชื่อมั่นไปแล้ว วันนี้ภารกิจที่เป็น ปัญหาที่รัฐบาลจะต้องทำทันทีก็คือว่าเราต้องเอาความเชื่อมั่นนั้นกลับคืนมาให้ได้ นี่คือสิ่งที่ เป็นปัญหาและผมต้องกราบเรียนกับท่านประธานเป็นเรื่องแรก

ปัญหาที่ ๒ ปัญหาความมั่นคงของระบบการเมืองไทย วันนี้ต้องยอมรับว่า สถาบันต่าง ๆ ในประเทศไทยที่เป็นสถาบันของระบบการเมืองไม่ว่าเป็นสถาบัน พระมหากษัตริย์ ไม่ว่าเป็นศาลยุติธรรม ไม่ว่าเป็นองค์กรอิสระ รวมทั้งรัฐบาลและรัฐสภา องค์กรของระบบการเมืองไทยเราวันนี้ไม่อยู่ในฐานะที่มีความมั่นคง ไม่อยู่ในฐานะที่มี ความปลอดภัย ทุกองค์กรอยู่ภายใต้เงื่อนไขของการกดดันและต่อรอง รวมทั้งมีการสร้าง เงื่อนไขที่ทำให้สถาบันต่าง ๆ เหล่านี้ลดความน่าเชื่อถือ นี่คือปัญหาของประเทศไทย ที่เราจะต้องร่วมมือและจัดการแก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน

ปัญหาที่ ๓ ปัญหาความเป็นธรรมและให้โอกาสอย่างเท่าเทียม เป็นความจริง ทีเดียวว่าเงื่อนไขของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศทำให้คนไทยมีโอกาส ไม่เท่าเทียม ทำให้เงื่อนไขของการได้รับความเป็นธรรม และได้โอกาสที่เป็นธรรม และมี ความเท่าเทียมนั้นเป็นเงื่อนไขที่เป็นปัญหาที่เราจะต้องร่วมมือจัดการกันอย่างจริงจัง

ปัญหาที่ ๔ ปัญหาการตอบสนองทุกความต้องการให้แก่คนไทย วันนี้รัฐ มีหน้าที่ตอบคำถามประชาชนว่าถ้าเป็นรัฐบาลเราจะให้อะไรกับประชาชนไทยบ้าง ถ้าประชาชนเลือกเราและเราจะให้อะไรกับประชาชนได้บ้าง นี่เป็นคำถามที่รัฐต้องตอบเลย เวลาที่ประชาชนจะตอบคำถามว่าจะให้อะไรกับประเทศนี้ได้บ้าง นี่ก็เป็น ๑ ในปัญหาที่เรา จะต้องติดตามและทำกันต่อไป

ปัญหาที่ ๕ คือปัญหาการรวมอำนาจ รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง การรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางเกิดขึ้นเสมอหลังจากการเลือกตั้ง วันนี้เราต่างมาจาก ปวงชนชาวไทย การจัดทำนโยบายของรัฐบาลทั้งชุดเป็นนโยบายที่ตอบสนองให้กับคนไทย มากมาย แต่เป็นการตอบสนองบนพื้นฐานของการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง นี่คือ การพลัดหลงอำนาจของปวงชนหลังจากได้รับการเลือกตั้งให้มีรัฐบาลขึ้นแล้ว ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนกับท่านประธานก็คือว่าการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็น การปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นวาระแห่งชาติ ถือเป็นสิ่งที่เราจะต้องทำทันที และเราต้องเดินหน้าไปให้ได้ครับ ผมกราบเรียนกับท่านประธานในเรื่องนี้ก็เพราะว่า ประสบการณ์ในปี ๒๕๔๔ เป็นประสบการณ์ที่ก่อนหน้านั้นเราได้มีการปฏิรูปโครงสร้างของ อำนาจในประเทศไทย เราได้มีการปรับแต่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เข้ามาแบกรับ ภารกิจตัวแทนของรัฐบาล ตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ได้จัดการและแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนเองโดยขจัดอำนาจของส่วนกลางที่เข้าไปกดขี่โดยไม่จำเป็นออกไปเสียสิ้น แต่ว่าการเลือกตั้งในปี ๒๕๔๔ นโยบายชุดนี้เราได้ถูกตัดออกไป และได้แก้ไขปัญหา ด้วยวิธีการขายตรงจากทำเนียบ และเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งในทางการเมืองต่อมาครับ ปัญหายุคของการปกครองท้องถิ่นในปัจจุบันนั้นไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นอยู่ อย่างในอดีตแล้วเท่านั้น เรายังต้องทำเรื่องอีกมากมาย นั่นก็คือว่ามันมีปัญหาใหญ่ ๆ อยู่อีก ๔ ปัญหาก็คือปัญหาความมั่นคงยุคใหม่ ท่านประธานครับ ปัญหานี้เป็นปัญหาที่รัฐบาล เคยดูแลแต่เพียงผู้เดียว รัฐบาลเคยจัดการด้วยตามใจของรัฐบาลแต่เพียงผู้เดียว แต่ต่อไปนี้ครับ อาหาร พลังงาน สิ่งแวดล้อม และภัยพิบัติ จะต้องเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง อย่างแน่นอน ประเทศไทยไม่มีน้ำท่วม ประเทศไทยก็มีวาตภัย ไม่มีวาตภัยก็มีแผ่นดินถล่ม ไม่มีแผ่นดินถล่มก็มีสึนามิ เป็นเงื่อนไขเป็นปัจจัยที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ความมั่นคง ยุคใหม่รัฐรับผิดชอบคนเดียวไม่ได้แล้วครับ รัฐต้องรับผิดชอบร่วมกับท้องถิ่น ต้องร่วมกับ อาสาสมัคร ต้องรับผิดชอบร่วมกับภาคประชาสังคม นี่เป็นปัจจัยที่เราต้องเดินไปถึงการมอบ อำนาจให้แก่ท้องถิ่นให้ได้ ปัญหาความมั่นคงชายแดน ท่านประธานครับ ชายแดนต่อไปนี้ ไม่ใช่เป็นประตูหลังบ้านที่ใส่กลอนต่อไปอีกแล้ว ถ้าเราจะก้าวไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ชายแดนคือประตูหน้าบ้าน ชายแดนคือห้องรับแขก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของเราต้อง เข้ามามีบทบาทในด้านปัญหาความมั่นคงชายแดนแน่นอน และการพัฒนาที่เท่าเทียม โดยขจัดเงื่อนไขจังหวัดไหนที่ไม่เลือกเรารอก่อนออกไปได้ด้วยเงื่อนไขเดียวเท่านั้นแหละครับ คือการมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรชุมชน ท่านประธานครับ ความเป็น ประชาคมอาเซียนจะเกิดขึ้น ที่ผมเน้นในเรื่องนี้ก็เพราะว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้อง พูดเรื่องนี้กันอย่างจริงจังตรงไปตรงมา ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้เดินทางไปจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ท่านมีโอกาสไปครั้งเดียวแหละครับเมื่อเดือนมิถุนายน วันนั้นเธอไปเพื่อที่จะไป รณรงค์เลือกตั้งไปทำพิธีสวมฮิญาบสีแดง เป็นการต้อนรับที่น่ารักแล้วก็งดงาม วันนั้นเธอได้รับ ฉายาว่ายามิละห์ คือหญิงงามที่มีความสูงส่งประดุจคลีโอพัตราอะไรประมาณนั้นนะครับ แต่ว่าผมไม่ได้ติดใจในวันที่เธอได้สวมฮิญาบสีแดง แต่ผมติดใจในถ้อยคำที่เธอประกาศว่า จะให้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นมหานครปัตตานี หรือการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ แบบพัทยา เธอพูดไว้เท่านั้นแหละครับ ผมพยายามที่จะค้นหาว่ามันแปลว่าอะไร มันอธิบายว่าอย่างไร ผมไม่พบคำตอบอะไรอีกหลังจากนั้นเพราะดูเหมือนว่าเธอถูกหยุดให้ พูดหรือตั้งใจจะไม่พูด เอาเป็นว่าคำว่า มหานครปัตตานีและการปกครองท้องถิ่นรูปแบบ พิเศษแบบพัทยานั้นถือเป็นเพียงคำพูดไม่ใช่ความคิด ถือเป็นเพียงวาทกรรมไม่ใช่วิสัยทัศน์ ท่านประธานครับ การกลับมาสู่กรุงเทพมหานครหลังจากวันนั้นเราไม่ได้ยินเธอพูดถึงเรื่อง การเมืองอีกเลย แต่ว่าเมื่อกลับมาดูนโยบาย ท่านประธานครับ มีอยู่ ๒ ครั้งที่รัฐบาลพูดไว้ใน ที่นี้ก็คือในเรื่องของการบริหารจัดการที่ดีกับเรื่องของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราเลือกที่จะ ใช้นโยบาย ๒ ข้อนี้มาพูดถึงท้องถิ่น แต่ว่ามันเป็นเพียงนโยบายที่อธิบายเป็นไปตามเงื่อนไข ของรัฐธรรมนูญ เรายังไม่ได้คิดที่จะทำ และยังไม่ใช่เรื่องที่มีโครงสร้าง มีรูปแบบ ผมพูดถึงปัญหาวันนี้และตั้งใจที่จะเสนอต่อรัฐบาลเพื่อไปสู่การปฏิบัติ เพราะว่าอย่างน้อย นอกจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดจาเรื่องนี้ไปบ้าง แม้ไม่มีความชัดเจนและจะไม่ทำ ก็ตามแต่ว่ายังมีอย่างน้อยที่สุดที่ผมเห็นว่ามันมีคนหนึ่งที่มาได้ถูกที่ถูกเวลาคือ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านเคยเป็นปลัดเทศบาล มาก่อนท่านเคยเป็นพนักงานท้องถิ่นมาก่อน เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมาก่อน เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทยมาก่อน เป็นอธิบดีมาก่อน และเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย มาก่อน อย่างน้อยที่สุดท่านต้องเข้าใจได้ว่าการจัดทำนโยบายในวันนี้และเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ จะต้องเอาการเมืองไทยออกจากวิกฤติให้ได้จริง ๆ ก็คือเรื่องของการกระจายอำนาจด้วย เรามี ๓ เรื่องใหญ่ที่ต้องทำ ท่านประธานครับ นั่นก็คือการถ่ายโอนภารกิจตาม พระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้ครบตามที่กฎหมายกำหนด เราจะต้องถ่ายโอนงบประมาณตามภารกิจที่ถ่ายโอนให้เสร็จสิ้นตามเงื่อนไขที่จะต้องทำด้วย และแน่นอนที่สุดครับการบริหารการจัดการคลังท้องถิ่นเพื่อให้มีรายได้ตามความเป็นจริง แบ่งเป็นประเภทภาษีของท้องถิ่นที่จัดเก็บได้ แบ่งรายได้ที่จัดเก็บได้ให้กับท้องถิ่น ให้ท้องถิ่น มีรายได้จากการจัดกิจกรรมหลักของเมือง ๓ ส่วนนี้เป็นเงื่อนไขตามกฎหมาย และ ๓ ส่วนนี้ เป็นเงื่อนไขใหม่ของการกระจายอำนาจในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำ ได้พูด หรือไม่ได้พูด ได้คิดหรือไม่ได้คิด แต่นี่เป็นภารกิจที่ต้องทำ ท่านประธานครับ ประเทศไทย เข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนไม่ได้ถ้าไม่มีการปฏิรูปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อรองรับ ในเงื่อนไขนี้ นั่นก็เพราะว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องเป็นตัวตอบสนองและประเทศไทย ไม่เพียงแต่เข้าเป็นประชาคมอาเซียน ประเทศไทยทั้งขนาด ทั้งเงื่อนไข ทั้งความสามารถ และทั้งประชากร เราเป็นได้แม้กระทั่งการเป็นแกนนำของประชาคมอาเซียนเสียด้วยซ้ำไป สิ่งที่รัฐบาลต้องทำในทันทีวันนี้ก็คือว่าเราจะต้องสร้างเมืองมหานครให้เกิดขึ้นได้แล้วครับ วันนี้เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา หาดใหญ่ เขาจะต้องเป็นมหานคร เป็นศูนย์กลางของ อนุภาคความสัมพันธ์ระหว่างพม่า จีน กับเชียงใหม่ ความสัมพันธ์ระหว่างลาว เวียดนาม กับขอนแก่น ระหว่างกัมพูชากับนครราชสีมา ระหว่างมาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน กับหาดใหญ่ พื้นที่เหล่านี้ถึงเวลาแล้วครับ ถ้าเราไม่ทำเราเป็นประชาคมอาเซียนไม่ได้จริง ๆ

ส่วนที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเมืองพิเศษจะต้องเกิดขึ้นแล้วครับ วันนี้ อย่างน้อยที่สุดเราต้องมีเมืองท่องเที่ยวเพิ่มอีก ๓ เมืองคือ เมืองสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมืองเกาะช้าง จังหวัดตราด เราต้องมีเมืองท่าที่เป็น ฮาร์เบอร์ ซิตี้ (Harbour city) อย่างน้อย ๒ เมืองคือ ที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี กับมาบตาพุด จังหวัดระยอง กับเมืองพิเศษอีกเมืองชายแดน วันนี้เมืองชายแดนอีก ๗ แห่งครับ แม่สอด จังหวัดตาก แม่สาย จังหวัดเชียงราย มุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เมืองอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เมืองเบตง จังหวัดยะลา สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เมืองสะเดา จังหวัดสงขลา โครงสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี้ผมไม่ได้นึกพูดเอาเอง ท่านประธานครับ ผมได้ศึกษาแล้ว นี่เป็นความคิดทางการเมืองของผม นี่เป็นวิสัยทัศน์ของ พรรคประชาธิปัตย์ และนี่เป็นสิ่งที่เตรียมการที่จะนำประเทศไทยเข้าไปสู่การเป็นประชาคม อาเซียน ท่านประธานที่เคารพครับ เรากำหนดเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ต่อไปอีก นั่นก็คือว่าวันนี้เมื่อก่อนนี้เขากำหนดให้ทุกจังหวัดเป็นเทศบาลเมือง ท่านประธานครับ ต่อไปนี้ที่ทราบที่ตั้งศาลากลางของทุกจังหวัดต้องเป็นเทศบาลนคร ที่ตั้งของทุกอำเภอ ต้องเป็นเทศบาลเมือง การยกระดับ อบต. ขึ้นมาเป็นเมืองมาเป็นเทศบาลจะต้องมีผ่านเกณฑ์ มาตรฐานที่เสร็จสิ้นเพื่อที่จะให้เราได้ดำเนินการไปสู่การจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างสมบูรณ์ ผมอธิบายโครงสร้างอย่างรวดเร็วพูดกันอย่างเร็ว เพราะว่าภายใต้เงื่อนไขของเวลาที่จำกัด ท่านประธานครับ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องใช้คำว่า เราต้องปฏิรูปประเทศไทย ประเทศไทยมีปัญหา ๕ ประการอย่างที่ผมได้กราบเรียนเงื่อนไขทั้ง ๕ ประการนี้ แล้วผมเลือกเสนอเพียงเพื่อเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็คือว่ามันเป็นเงื่อนไขเดียว ที่เรามีความขัดแย้งทางการเมืองน้อยที่สุด เป็นเงื่อนไขเดียวที่เราจะขจัดการรวมศูนย์อำนาจ ไว้ที่ส่วนกลาง ประสบการณ์นี้ผมไม่ได้พูดขึ้นอย่างเลื่อนลอยนะครับ ปี ๒๕๔๔ เป็นปีที่มี การเลือกตั้ง ก่อนหน้านั้นเราได้ปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่นรอบแรกไปแล้ว โดยมี ท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี วันนั้นเป็นคำตอบ วันนั้นเป็นการให้โอกาสกับท้องถิ่น และวันนั้นเป็นวันที่ทำให้เรารู้ว่าประเทศไทยนั้นเรามีหลายจังหวัด มีหลายพื้นที่ ที่ปัตตานี ที่ยะลาที่นราธิวาส ไม่มีมหานครปัตตานีครับท่านประธานครับ เรายังต้องยืนยันว่าเราต้องมี ประเทศไทย และประเทศไทยต้องมียะลา ต้องมีนราธิวาส และต้องมีปัตตานี ความเป็นสตูล มันมีอัตลักษณ์ของตนที่ไม่ใช่สงขลา คนยะลาไม่ใช่นราธิวาส คนนราธิวาสมีตัวตน มีเงื่อนไข ของตัวเอง และแน่นอนที่สุดปัตตานีก็เป็นจังหวัดหนึ่ง เราลืมเรื่องที่มีการเคลื่อนไหวโดย ไร้เหตุผลเถอะครับ ประเทศไทยไม่ใช่จีนครับ ประเทศไทยไม่ใช่ไอซ์แลนด์ครับ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้วันนี้เขาต้องการขั้นตอนของความเป็นธรรม วันนี้เขาต้องการองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเช่นเดียวกับจังหวัดอื่น ๆ ทั่วทั้งประเทศ เพียงแต่ว่าการปฏิรูปประเทศไทย ด้วยการใช้เงื่อนไขของการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เรายังทำกันได้ช้าและเราใช้ ช่วงเวลาหนึ่งมาเป็นการควบรวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง เป็นปัจจัย เป็นเงื่อนไข และทำให้ ปัญหานี้คาราคาซังมาถึงทุกวันนี้ ผมแน่ใจครับวันนี้ การที่ผมพูดถึงท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านคงจะต้องกลับมาทำหน้าที่เป็นประธานกระจาย อำนาจให้กับรัฐบาลด้วย เพราะฉะนั้นภารกิจนี้เป็นของรัฐบาล ภารกิจนี้เป็นของท่านแน่นอน ผมฝากสิ่งนี้ ยืนยันสิ่งนี้เพื่อร่วมมือกันปฏิรูปประเทศไทยครับท่านประธานครับ