สุนัย จุลพงศธร เสนอแนะให้จัดตั้งศูนย์พลังงานบิมสเทคที่เหมาะสม และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศต้องเก็บประเด็นนี้ไปดำเนินการ ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศเมียนมาร์
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครสวรรค์ ในนามสมาชิกรัฐสภา การประชุมในวาระ วันนี้ที่ได้เสนอ ๓ วาระนี้ ผมคิดว่าโดยส่วนตัวกระผมเองไม่ได้ขัดข้องเลยโดยหลักการ และยังชื่นชมด้วยว่าในสถานการณ์เช่นนี้ในเรื่องของบันทึกข้อตกลงเพื่อการจัดตั้ง ศูนย์พลังงานบิมสเทคนั้นได้รัฐมนตรีรับผิดชอบที่เหมาะสม คือท่านนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล โดยเฉพาะอีกท่านหนึ่งซึ่งเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนั้น ก็อยู่ในภาวะที่จะมาแก้สถานการณ์ได้ในเรื่องของความตกลงพหุภาคีอาเซียน เรื่องการเป่ดเสรีการขนส่ง การบินกันนี้ เพราะท่านก็มีความสามารถอยู่จังหวัดบุรีรัมย์ วิกฤติเขมรกับกัมพูชานั้นท่านคงจะช่วยได้ ท่านประธานครับ แต่บังเอิญทั้ง ๒ ท่านนี้ มีความเหมาะสม จะถือว่าเปึนโชคดีหรือโชคร้าย โชคดีของประเทศแน่ แต่โชคร้ายของท่าน คือท่านต้องเหนื่อยเปึนพิเศษ เพราะท่านเข้ามาในภาวะที่มีรัฐมนตรีชื่อกษิต ภิรมย์ และมีนายกรัฐมนตรีชื่ออภิสิทธิ์ และมีรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงชื่อสุเทพ ที่ ๓ คนนี้ทําหน้าที่เหมือนกันเลย ชนแหลกกับประเทศเพื่อนบ้าน ขนาดเสนาบดีประเทศไทย ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรองนายกรัฐมนตรี ฝ์ายความมั่นคงไปเดินหน้าอย่างนี้ ผมเชื่อว่าการที่ท่านจะขอมติจากสภาไปดําเนินการนั้น แล้วสภาให้ท่านแน่นอน แต่ว่าท่านคงเหนื่อยเรื่องนี้ ผมขอเริ่มในเรื่องของบิมสเทคก่อนที่บอกว่าท่านรัฐมนตรีวรรณรัตน์เหมาะสมที่สุด เพราะท่านส่วนหนึ่งก็เปึนทายาทของราชครู คือท่านพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ท่านเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตอนนั้นก็อยู่ร่วมกับผมที่พรรคชาติพัฒนา คงจํากันได้ว่าเมื่อ ประมาณ ๑๐ กว่าป้ก่อนนั้น แนวคิดเรื่องการค้าเศรษฐกิจระหว่างประเทศนั้น เรามักจะ ลุค อีสท์ คือมองไปทางตะวันออก มองประเทศมหาอํานาจ มองประเทศสหรัฐอเมริกา มองยุโรป แต่ท่านชาติชายในขณะที่ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีที่ผมกล่าวเรียนอย่างนี้ก็เพื่อ จะชื่นชมถึงท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ด้วย ที่มีบทบาทสําคัญ ในเวลานั้นที่เสนอนโยบายลุค เวสท์ คือมองไปทางตะวันตก เรามักจะดูถูกประเทศยากจน โดยเฉพาะประเทศอินเดีย เรามองประเทศอินเดียทีไรก็ว่ายากจนทุกที แต่ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ บอกว่าเขามีคนรวยอยู่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ประเทศอินเดียมี ๑,๐๐๐ ล้านคน คนรวยแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ขอประทานโทษ เฉพาะรวยอย่างเดียวนี้เกิน ๖๐ ล้านคน ของประเทศไทยไปแล้ว ดังนั้น นโยบายลุค เวสท์ จึงเปึนแนวนโยบายซึ่ง ท่านพลเอก ชาติชาย นําเสนอเพื่อแก้วิกฤติเศรษฐกิจในป้ ๒๕๔๐ แต่ว่าน่าเสียดายรัฐบาลช่วงนั้น ก็ไม่ค่อยได้ให้ความสนใจเท่าไร แล้วลุค เวสท์ นโยบายสําคัญก็คือบิมสเทคนี้ละครับ ดังนั้นวันนี้ได้ท่านวรรณรัตน์มานั้น ผมจึงว่าเปึนเรื่องโชคดีที่ท่านเข้าใจพื้นฐานแล้ว ท่านมาต่อยอดได้เลย แต่ท่านประธานครับ แต่ในภาวการณ์ที่เรามีวิกฤติกับประเทศ เพื่อนบ้านนี้เอง ทําให้ผมจําเปึนจะต้องฝากข้อคิดผ่านท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่า ท่านต้องเก็บประเด็นเหล่านี้ไปทําหน้าที่แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่พิการทางความคิดอยู่ในขณะนี้ พิการในบทบาทหน้าที่ต่างประเทศขณะนี้ ท่านครับ วันนี้ต้องยอมรับความเปึนจริงว่าตั้งแต่ท่านอภิสิทธิ์ขึ้นมาเปึนนายกรัฐมนตรีนั้น ได้แสดงข้อบาดหมางท้วงติง วิจารณ์กิจการภายในของประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ หนึ่งในนี้ไม่ต้องพูดถึงประเทศกัมพูชาคือประเทศเมียนมาร์ และประเทศเมียนมาร์นี้ คือหนึ่งในสมาชิกของบิมสเทค วันนี้อย่าได้พูดเลยครับว่าท่านมีความสัมพันธ์อันดีกับ ประเทศเพื่อนบ้าน โดยปกติใครมาเปึนนายกรัฐมนตรีในประเทศอาเซียน ๑๐ ประเทศนี้ เปึนประเพณีที่นายกรัฐมนตรีหรือผู้นํารัฐนั้น จะต้องเดินทางแนะนําตัวกับทุกประเทศ แต่บังเอิญประเทศไทยพิเศษเพราะป้เดียวมีนายกรัฐมนตรี ๔ คน ก็เหนื่อยหน่อย แต่ว่าป้หนึ่งปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่าท่านอภิสิทธิ์จะต้องเดินทางครบแล้ว ๑๐ ประเทศ แต่มีประเทศหนึ่งที่ท่านอภิสิทธิ์ไปไม่ได้ครับ คือ ประเทศเมียนมาร์ ท่านประธานครับ จนถึงวันนี้อภิสิทธิ์ยังไม่ได้ไป จะไปบอกว่าประเทศเมียนมาร์เขารังเกียจไม่รับ ไม่ใช่หรอกครับ เขาตอบภาษาการทูตอย่างสุภาพว่ายังไม่พร้อมที่จะรับ หลายรอบแล้วครับ ดังนั้นเมื่อ ท่านรัฐมนตรีจะต้องไปประชุมบิมสเทคด้วย ก็ขอฝากด้วยเถอะครับว่ากรุณาเอา มธุรสวาจาจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะประชาชน บอกว่าประชาชน คนไทยน่ารัก กับประเทศพม่ายังไม่มีอะไรขัดแย้งกัน ท่านนายกรัฐมนตรีกล้าปฏิเสธไหมว่า วันนี้ยังไปไม่ได้ เพราะเขายังไม่เป่ดให้ไปครับ นี่คือการปฏิเสธอย่างนุ่มนวลที่สุดว่า ฉันไม่เห็นด้วยกับคุณ การประชุมอาเซียนเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคมนั้นก็ชัดเจนครับ ไม่เคยมีการดําเนินการอย่างนี้เลยในกระบวนการประชุมซัมมิท อาเซียน (SUMMIT ASEAN) หลาย ๑๐ ป้มาแล้ว นั่นคือวันเป่ดประชุม ผู้นําประเทศไม่ไปร่วมในพิธีเป่ดถึง ๕ ประเทศ ใน ๕ ประเทศนี้อย่าให้ผมเอ่ยเลยครับ ดูมันจะกระทบกระเทือนเกินไป เอาละว่า มี ๕ ประเทศไม่ไป จะไปบอกว่าเขาไม่ว่าง เปึนไปไม่ได้หรอกครับ การประชุมมันมี หมายกําหนดการล่วงหน้าและเปึนการประชุมที่สําคัญ และ ๕ ประเทศนี้เขามาก่อน เวลาด้วย แต่เขาไม่ไปครับ มันเปึนการตอบปฏิเสธแล้ว แล้วท่านรัฐมนตรีจะต้องเอา ความปรารถนาดีของผม เอาข้อมูลนี้ไปเก็บวิเคราะห์ด้วยว่าจริงไหม ตอบเลยในที่นี้ ก็ได้เลยครับว่า เพราะเราไปวิจารณ์กิจการภายในของพม่าหลายครั้งโดยเฉพาะรัฐมนตรีผู้มีความพิการ ทางความคิดทางการเมืองระหว่างประเทศ แต่ดันอยู่กระทรวงการต่างประเทศนั้น จนกระทั่ง พม่าเขาป่ดท่อแก๊ส ๒ วัน ท่อแก๊สที่ส่งจากพม่าวิ่งเข้าจังหวัดราชบุรีเพื่อจะทํากระแสไฟฟัา หลักฐานปรากฏชัดเจน ก็คือว่าเขื่อนศรีนครินทร์จําเปึนต้องปล่อยน้ํามากขึ้นเพื่อเอามา ผลิตไฟทดแทน ผมเลยบอกว่านี่ละครับ ท่านเหนื่อยแล้ว และข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่ง ที่ผมจําเปึนจะต้องนําเสนอคุยกับท่าน ไม่ทราบว่าจะเปึนด้วยการเจรจาระดับเจ้าหน้าที่ หรือเจรจาระดับข้าราชการการเมืองในระดับรัฐมนตรี ในบันทึกข้อตกลงเพื่อการจัดตั้ง ศูนย์พลังงานบิมสเทคภายใต้กรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลนี้ ท่านเป่ดดูคําแปลข้อ ๑ การจัดตั้งสิครับ
๑.๑ รัฐบาลของกลุ่มประเทศสมาชิกบิมสเทคตกลงเห็นชอบและขอให้ อินเดียออกมาตรการที่จําเปึนเพื่อการจัดตั้งศูนย์พลังงานบิมสเทค หรือต่อไปนี้เรียกว่า เบท ณ ประเทศอินเดีย ท่านประธานครับการเจรจาในข้อตกลงของกลุ่มสมาชิกในนี้ ๕ ประเทศ ประเทศบังกลาเทศ ประเทศอินเดีย เมียนมาร์ ประเทศสิงคโปร์และประเทศไทย ต้องยอมรับ ว่าประเทศอินเดียใหญ่สุด ปรากฏว่าตั้งศูนย์อยู่ที่ประเทศอินเดียอีก ในข้อตกลงการจัดตั้ง ผมไม่รู้ว่าเขาไปร่างกันอย่างไรครับ ใช้คําที่รุนแรงมากเลยนะครับ ในภาษาอังกฤษไม่ใช่ ขอให้ประเทศอินเดียออกมาตรการ ท่านดูภาษาอังกฤษสิครับ ผมเปึนห่วงก็นั่งดูภาษาอังกฤษ ท่านไม่ได้ใช้คําว่า ขอธรรมดา ท่านใช้คําว่า รีเควซท์ (Request) ขอร้องเลยนะครับ ใช้คําว่า ขอร้อง ให้ประเทศอินเดีย นี่แปลว่าแค่ขอนะครับ แต่ภาษาอังกฤษต้องถือว่าขอร้องเลย ดุษฎีเลยครับ ยอมแพ้ ให้ประเทศอินเดียขอให้ท่านช่วยหน่อย ให้ประเทศอินเดียเปึน ผู้ออกมาตรการ โดยทั่วไปของการเจรจาระหว่างประเทศเท่าที่ผมพอจะได้ทราบจากการ ที่ติดตามผู้หลักผู้ใหญ่ในการบริหารราชการแผ่นดินนั้น การที่เริ่มต้นโครงการใหม่ ๆ นั้น เขามักจะให้ประเทศเล็ก ๆ เปึนโอเปอเรเตอร์ เปึนประเทศที่จัดการ เพราะอะไร เพราะว่า ถ้าใน ๕ ประเทศนี้ประเทศใหญ่คือประเทศอินเดีย ทุกอย่างไปรวมอยู่ที่ประเทศอินเดีย ประเทศอินเดียก็ครอบงําอีก ๔ ประเทศครับ ตรงนี้ผมไม่รู้ว่าใครไปเจรจา แต่ผมมีคอมเมนท์ (Comment) มีความเห็นฝากท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานไปว่าต้องสอบถามก่อน เพราะถ้าทําอย่างนี้ไปรวมศูนย์ที่ประเทศอินเดียเลยนะครับ แล้วการจัดตั้งศูนย์พลังงาน ในภาษาอังกฤษใช้คําว่า เมย์ บี รีไควร์ (May be require) เมย์ บี อาจจะ นะครับ แต่ในนี้ แปลเสียดุษฎีเลย จัดตั้งเลยครับ คือจริง ๆ มันอาจจะตั้งที่ประเทศอินเดียก็ได้ เมย์ บี เห็นไหมครับ ตรงนี้ผมเองทําหน้าที่คล้าย ๆ เปึนที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อยู่กลาย ๆ ช่วยตรวจให้ท่านครับ ผมถึงว่าตรงที่ขอนั้น ภาษาอังกฤษใช้ รีเควซท์ ขอร้องเลย แต่ว่าภาษาไทยมาแปลเปึน ขอ เฉย ๆ แต่ตรงนี้จริง ๆ ไม่ถึงขนาดต้องจัดตั้ง เพียงแต่ อาจจะตั้งก็ได้ แต่พอแปลมาเปึนภาษาไทยหนักเข้าไปอีก ให้มันหนักเข้าไปว่าให้จัดตั้ง จริง ๆ มันแค่ขอ อาจจะเท่านั้น ตรงนี้เองผมขออนุญาตกราบเรียนท่านว่า ถ้าเราจะมาดู ต่อไป ถ้าอยู่ที่ประเทศอินเดีย เอาละ ไหน ๆ ก็ตกลงแล้ว สมมุติว่าจะยอมตามนี้ นั่นหมายความว่า มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยนสิครับ ประเทศไทยควรจะ ได้ประโยชน์ ประโยชน์อย่างไร ค่าใช้จ่ายประเทศอินเดียออก ถูกไหมครับ อยู่ประเทศคุณนี่ แต่ที่ไหนได้พอมาพลิกเรื่องค่าใช้จ่าย แหม เรื่องนี้ไม่มีใครเอาเปรียบประเทศอินเดีย ได้หรอกครับ เฉลี่ยกันครับ ท่านดูหน้า ๕ สิ แปลหน้า ๕ ข้อ ๔ ครับ บรรทัดเกือบสุดท้าย รองสุดท้าย ให้เฉลี่ยเก็บจากทุกประเทศสมาชิกบิมสเทคครับ ถ้าอย่างนั้นทําไมไม่ให้มาอยู่ ประเทศไทยล่ะ เอาศูนย์นี้มาอยู่ประเทศไทยได้ไหมล่ะครับ ถ้าเฉลี่ยกันนี้ เงินจะได้ไหลเข้า ประเทศ อันนี้ปรากฏว่าเวลาอยู่ อยู่ประเทศใหญ่ แต่เวลาค่าใช้จ่ายเฉลี่ยกันออก อย่างนี้ ไม่ถูกหรอกครับ ผมจึงท้วงติงสักนิดเถอะครับว่าประเด็นนี้ไปดูอีกทีหนึ่ง เปึนข้อท้วงติง จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะสมาชิกรัฐสภา และนี่คือสิ่งที่พรรคฝ์ายค้านกําลัง ทําหน้าที่ ไม่ให้รัฐสภาเปึนเพียงแบบพิธีของการผ่านสนธิสัญญาต่าง ๆ ตามมาตรา ๑๙๐ แห่งรัฐธรรมนูญ ไม่ให้เปึนแบบพิธีครับ ต้องดูให้เจาะ ให้ลึก นี่คือหน้าที่ของฝ์ายค้าน อย่าได้เที่ยวประท้วงกันบ่อยนักนะครับ ท่านประธานครับ ผมเรียนถามท่านว่าในเฉพาะ ๒ ประเด็นที่ผมได้กราบเรียนท่านนี้ จะเห็นได้ชัดเจนว่าค่าใช้จ่ายนี้ควรต้องมีการต่อรอง หรือไม่เช่นนั้นต่อรองให้ศูนย์นี้มาอยู่ที่ประเทศไทย เพราะว่าตามภาษาอังกฤษในข้อ ๑.๑ นั้น เขาใช้คําว่า เมย์ บี ไม่จําเปึนต้องอยู่ที่ประเทศอินเดียหรอกนะครับ ผมเปึนห่วงท่านว่า เมื่อท่านไปเจรจาแล้วก็เจอกรณี ๑๒ ไมล์ทะเล ๑๒ ไมล์ทะเลนี้ไม่ใช่เฉพาะฝัืงตะวันออก ในอ่าวไทยเท่านั้นที่มีพื้นที่ทับซ้อน ๑๒ ไมล์ทะเลฝัืงตะวันตกของบิมสเทค เมื่อลาก ในอ่าวเบงกอลของประเทศพม่าและของประเทศไทยก็จะเจอกันอีกเหมือนกัน แล้วท่านจะ ตอบต่างประเทศเขาอย่างไรครับว่ากรณีเช่นนี้นั้นเขาก็ระแวงว่าถ้าท่านเซ็นสัญญาแล้ว จะไม่ยกเลิกกันอีก เดี๋ยวท่านทักษิณบินไปประเทศพม่าปัูบ ไปยกเลิกกับประเทศพม่าเขาอีก จะว่าอย่างไร เพราะว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเรากําลังพิการ ทางความคิดอยู่ครับ นโยบายต่างประเทศ ท่านจะตอบอย่างไร เพราะพื้นที่ทับซ้อนก็มี พลังงานก็มีอยู่ใต้ทะเลเหมือนกัน ผมถึงบอกว่าอันนี้เปึนห่วง ผมชื่นชมท่านที่ท่านได้มา สานต่อแนวคิดของ ท่าน พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตหัวหน้าพรรคผมที่ผมเคารพ และจะเดินได้ดี แต่เปึนภาวการณ์เช่นนี้ และกรณีบาดหมางอย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้ว กรณีป่ดท่อแก๊สก็ใช่ กรณีที่นายกรัฐมนตรีจะไปประเทศพม่าเลยไม่ได้ ก็ใช่ แล้ววันนี้ ยังซ้ําเติมเข้าไปอีกครับ สถานการณ์ประเทศกัมพูชานั้นความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา กําลังกลายเปึนประวัติศาสตร์หน้าใหม่อันอัปยศของเซาท์อีสท์ เอเชีย (Southeast Asia) ที่ดําเนินการโดยรัฐมนตรีผู้พิการทางความคิดเรื่องนโยบายต่างประเทศ คือ ท่านกษิต ภิรมย์ ดูสิครับท่านประธาน สถานการณ์บานปลาย หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับเมื่อวานนี้ ครม. ออกมติแล้วครับ เตรียมรับมือสงครามแล้ว ถ้าจะบอกว่าหนังสือพิมพ์ฉบับนี้เชื่อไม่ได้ แต่ผมเชื่อ เชื่อเพราะอะไรครับ เพราะฉบับนี้เขาเชียร์รัฐบาลมาโดยตลอด ถ้าอะไรไม่ดี กับรัฐบาลเขาไม่ทําหรอกครับ แต่อันนี้เขาเปึนข้อเท็จจริงที่เขามีอยู่ นี่รับมือสงครามแล้ว ปรากฏว่ามีการซ้อมรบกันเรียบร้อยแล้ว อันนี้เฮลิคอปเตอร์ (Helicopter) ขึ้น ฝัืงเขมร ก็เอารถถังออกมาแล้วเหมือนกัน แล้วอย่างนี้ท่านจะไปเจรจาอย่างไรครับ ผมถึงบอกว่า ดูจะเปึนโชคร้ายของท่านรัฐมนตรีที่มาในสถานการณ์ที่เกิดวิกฤติอย่างนี้ขึ้นที่เปึนผล มาจากรัฐมนตรีผู้พิการทางความคิดเรื่องนโยบายต่างประเทศ แต่เปึนโชคดีของประเทศไทย ที่มีรัฐมนตรีชื่อ วรรณรัตน์ ท่านประธานครับ ไม่ใช่ฉบับเดียว มติชนก็ลงครับ ซ้อมรบเลยครับ เอฟ ๑๖ ทิ้งระเบิด มันก็สอดรับกับข้อเท็จจริงที่บอกว่ามีการเตรียมการที่จะดําเนินการ กระทํากับเครื่องบินลําหนึ่งที่คนนั่งในนั้นชื่อ ทักษิณ ชินวัตร มันมีน้ําหนักที่เชื่อถือได้ทันที ท่านประธานครับสถานการณ์เช่นนี้ผมมาพูด ไม่ใช่หมายความว่าผมจะมากระพือข่าว ให้มันใหญ่โตออกไป เพราะว่าหนังสือพิมพ์ลง ๒ ฉบับนี้ มันดังกว่าที่ผมพูดเยอะ เพียงแต่ผมจะหยิบข้อเท็จจริงนี้มาประสานกับการที่ท่านขอมติจากสภา ผมจึงทําหน้าที่ ต้องนําเสนอข้อมูลกราบเรียนท่านด้วย ไม่เอายาวละครับ วกมาถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมสักนิดหนึ่ง เปึนเช่นเดียวกันครับ เปึนเรื่องโชคร้ายของท่านที่ท่านต้องมา รับภาระหนักในภาวการณ์อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้วครับ แต่เปึนโชคดีที่มีรัฐมนตรีชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ นามสกุลก็บอกแล้วว่ามีความผูกพันกับประเทศกัมพูชา อาจจะช่วย เรื่องความสัมพันธ์ได้ วันนี้ผมว่ารัฐมนตรีทุกคนต้องทําหน้าที่นอกหน้าที่ทั้งนั้น เพราะว่า ท่านมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่มีความพิการทางความคิดเรื่องนโยบาย ต่างประเทศ และเปึนเรื่องที่จะต้องผ่านกรอบการเจรจาของอาเซียนของประเทศเพื่อนบ้าน ผมหยิบในส่วนความตกลงพหุภาคีอาเซียนว่าด้วยการเป่ดเสรีอย่างเต็มที่ของบริการขนส่ง ผู้โดยสารทางอากาศ และพิธีสารแนบท้ายความตกลง จํานวน ๒ ฉบับมา ท่านครับดูข้อ ๕ เรื่องความปลอดภัยสิครับท่านรัฐมนตรี ผมยังหนักใจแทนท่านว่าในข้อ ๕ ในคําแปลหน้า ๖ บรรทัดสุดท้ายครับ ภายหลังจากการหารือดังกล่าว หากภาคีผู้ทําความตกลงฝ์ายแรก พบว่าภาคีผู้ทําความตกลงอีกฝ์าย มิได้คงไว้และจัดการมาตรฐานความปลอดภัยและ การรักษาความปลอดภัย รวมถึงข้อกําหนดต่าง ๆ ในเรื่องดังกล่าวอย่างน้อยเท่ากับ มาตรฐานขั้นต่ํา ภาคีผู้ทําความตกลงแต่ละฝ์ายสงวนไว้ซึ่งสิทธิที่จะระงับเพิกถอน พักใช้ ตั้งเงื่อนไข หรือข้อจํากัดใบอนุญาตดําเนินการ พอเราผ่านอันนี้ให้ท่านไปแล้ว ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการก็คงจะขึ้นมาช่วยกันพอดีนะครับ ความจริงมันเบา ๆ อยู่แล้วท่าน ถามท่านนิดหน่อยเท่านั้นเอง เปึนการท้วงติง ท่านครับถ้าดูตามข้อ ๕ เรื่องความปลอดภัยนี้ พอท่านไปตกลง เขาถามท่านมาคําหนึ่งว่าการยึดสนามบินของกลุ่มการเมืองพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ผลักดันให้นายกรัฐมนตรีชื่ออภิสิทธิ์ขึ้นมาเปึนนายกรัฐมนตรีนี้ ท่านยังไม่ได้ดําเนินคดีเลย ป้กว่ามาแล้ว ท่านจะมีมาตรการอย่างไร ท่านรัฐมนตรีจะตอบ อย่างไร ท่านรัฐมนตรีอย่าเพิ่งอ่านอันอื่น ฟังผมก่อน ท่านจะตอบเขาอย่างไรครับท่านประธาน ผมฝากผ่านท่านประธานไปว่ากรณีอย่างนี้แม้เราผ่านข้อเสนอของท่านแล้ว รัฐสภาผ่านแล้ว แต่ในข้อ ๕ ยกตัวอย่างข้อเดียวนี่พอท่านไปตกลงปัูบเขามีสิทธิโต้แย้งท่านได้ทันทีเลย เพราะวันนี้ยังไม่ดําเนินคดีอะไรกับกลุ่มยึดสนามบินเลยครับ และที่ร้ายที่สุดก็คือ นายกรัฐมนตรีไปนั่งถ่ายรูปกับคณะแกนนําพวกนี้หลายรอบแล้วนะครับ ท่านจะบอกว่า รัฐบาลไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลย ไม่ได้สนับสนุนเลย แต่ทําไมไปนั่งอยู่กับเขาเรื่อยเลยครับ เป่ดหนังสือพิมพ์ท่านก็ไปกับเขาครับ ตอบผมอยู่หยก ๆ ในสภา ท่านนายกรัฐมนตรีตอบว่า ผมไม่ได้ยุ่ง ผมทําตามกฎหมาย พอตอบเสร็จปัูบไปนั่งเป่ดหนังสือพิมพ์กับแกนนํา พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแล้วมันไม่ใช่คนไทย เขารู้ข่าวเฉพาะในประเทศเรา เท่านั้นนะครับ วันนี้เมืองไทยถ้าจะบอกว่าเศรษฐกิจกําลังเติบโต คือเศรษฐกิจการซื้อ ข่าวสารจากประเทศไทยกําลังเติบโต เพราะเขาโฟกัส (Focus) บ้านเราหมดแล้วครับ เพราะเปึนประเทศที่หน้าห่วงใยมากในอาเซียน ผมถึงบอกว่ากรณีอย่างนี้จึงเปึนโชคร้าย ที่ท่านต้องเหนื่อยขึ้น แต่โชคดีที่มีท่านครับ เลยไม่รู้อะไรโชคกับท่านนะครับ ท่านประธาน ผมกราบเรียนว่าข้อเท็จจริงเช่นนี้มันได้เป่ดเผยขึ้นมาหมดแล้วว่าบ้านนี้เมืองนี้ ประเทศนี้ ที่ชื่อประเทศไทยไม่มีระบบกฎหมายแบบสากลแล้ว แล้วเขาจะเชื่อถือท่านได้อย่างไร ท่านประธานครับฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีสักนิดหนึ่ง จําความได้ไหมครับ เมื่อเรากอดคอ กินข้าวอยู่ด้วยกันบนโต๊ะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านกับผมนั้นอยู่ใน คณะกรรมาธิการการศึกษาด้วยกัน ไปต่างประเทศรักใคร่กัน เดี๋ยวนี้ก็ยังรักใคร่กัน แต่ปรากฏว่าเหตุการณ์การยึดสนามบิน เหตุการณ์การก่อการจลาจลนั้นมันได้สร้าง ความเสียหายอกสั่นขวัญหายให้แก่คนทั้งโลก พฤติกรรมเช่นนี้เขาเรียกว่า ผู้ก่อการร้าย เพราะสนามบินสุวรรณภูมิเปึนสนามบินนานาชาติ แต่ปรากฏว่าบุคคลเหล่านั้นกลับไม่ถูก ดําเนินคดีสักทีหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตํารวจเรียกไปปรากฏว่าไปชุมนุมเสร็จเจ้าหน้าที่ตํารวจ ต้องขึ้นมาพูดบอกท่านเปึนผู้ก่อการดีโดยพูดยอมรับตามคําพูดของแกนนําพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่าพวกผมเปึนผู้ก่อการดีที่ยึดสนามบิน อย่างนี้ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ประเทศอินโดนีเซียเขาจะเชื่อถือเราอย่างไร จนกระทั่งวันนี้ผมยังเปึนห่วงว่า ๓ รัฐมนตรี ของเรา คือท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรองนายกรัฐมนตรี ฝ์ายความมั่นคงดาหน้าชนกับเขาหมดแล้วครับ จนไม่มีตัวจะไปเจรจาแล้ว เล่นการเมือง ก็ไม่มีเป่ด มีป่ดเลยครับ ดาหน้าชนหมด จึงต้องอาศัยท่านโสภณ ซารัมย์ เสียเถอะหากจะ มีการตอบโต้ ท่านต้องเตรียมเรื่องนี้ท่านประธาน เพราะไม่อย่างนั้นวันนี้ไปเป่ดดูข่าว น่าอับอายต้องไปขอพึ่งบารมีอินโดนีเซียเปึนผู้เจรจาให้ ตกลงรัฐมนตรี ๓๕ คนนี้พิการ ตามคุณกษิตหมดแล้วหรือครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ด้วยความห่วงใยว่ากรอบการเจรจา ต่าง ๆ ที่ท่านขอมานี้ท่านจะต้องเผชิญหน้ากับปรากฏการณ์รูปธรรมที่เปึนจริง อันเปึน ความพิการของระบบการเมืองไทยวันนี้ หรือนัยหนึ่งก็คือภาวะแห่งอนาธิปไตยได้ดํารงอยู่ ในสังคมนี้ และผมพูดกับท่านหลายครั้ง ท่านอย่าขึ้นมาตอบโต้ผมเลย ท่านนายกรัฐมนตรี อยู่ที่ไหนก็ไม่ต้องมาตอบโต้ อย่ามาว่าเสื้อแดงว่าเขาไปทําให้เกิดปัญหา ผมพูดหลายครั้ง ปัญหาเสื้อแดง เสื้อเหลืองจะไม่เกิดเลย เพียงแต่ท่านดําเนินคดีกับแกนนําเสื้อเหลืองสักที จะได้จบ ท่านก็ไม่ดําเนิน ดังนั้นข้อเท็จจริงมันจึงชัดเจนว่าท่านเอาด้วยกับเขาเพราะว่า ท่านสํานึกในบุญคุณที่เขาอุ้มท่านขึ้นมาเปึนรัฐบาล กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ