ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เสนอกรอบเจรจาเพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภาเกี่ยวกับการเพิ่มทุนสามัญของธนาคารพัฒนาเอเชีย โดยแนะนำการเพิ่มทุนสามัญของธนาคาร โดยขอให้ประเทศไทยสนับสนุน 200% ของทุนสามัญในปัจจุบัน และเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน 200% ของทุนสามัญที่จัดสรรให้ประเทศไทย
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้นําเสนอกรอบเจรจาของประเทศไทยเพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภา เพื่อให้ กระทรวงการคลังแจ้งต่อธนาคารพัฒนาเอเชียยืนยันการออกเสียงสนับสนุนการเพิ่มทุน ของธนาคารพัฒนาแห่งเอเชียในการเพิ่มทุนสามัญ ครั้งที่ ๕ ของธนาคารอีกร้อยละ ๒๐๐ ของทุนหุ้นสามัญในปัจจุบัน ซึ่งจะทําให้หุ้นสามัญของธนาคารเพิ่มขึ้นจากประมาณ ๕๖ พันล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ ๑.๙๖ ล้านล้านบาท ขึ้นเปึนประมาณ ๑๖๕ พันล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ ๕.๗๘ ล้านล้านบาท โดยในชั้นนี้ให้มีการชําระเงินทุนส่วนเพิ่มร้อยละ ๔ ของเงินเพิ่มทุนรวมทั้งสิ้น ส่งผลให้ เงินทุนของธนาคารส่วนที่ชําระแล้วเพิ่มจาก ๓.๙ พันล้านเหรียญสหรัฐ เปึนประมาณ ๘ พันล้านเหรียญสหรัฐครับ ในส่วนของประเทศไทย ปัจจุบันถือหุ้นสามัญของธนาคาร ดังกล่าวรวม ๔๘,๑๗๔ หุ้น คิดเปึนร้อยละ ๑.๓๖ ของหุ้นทั้งหมด และมีอํานาจออกเสียง คิดเปึนร้อยละ ๑.๓๘๕ จัดเปึนผู้ถือหุ้นลําดับที่ ๑๗ จากประเทศสมาชิกทั้งสิ้นรวม ๖๗ ประเทศ ในช่วงที่ผ่านมาครับ ธนาคาร เอดีบี ได้มีการเพิ่มทุนทั้งสิ้น ๔ ครั้ง โดยครั้งล่าสุดได้มีการเพิ่มทุนในป้ ๒๕๓๗ ซึ่งประเทศไทยเราก็ได้เข้าร่วมการเพิ่มทุน ทุกครั้ง ในครั้งนี้ธนาคารจึงมีหนังสือลงวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๒ ถึงประเทศสมาชิก เพื่อให้พิจารณาให้การเพิ่มทุนสามัญทั่วไปของธนาคาร ครั้งที่ ๕ ซึ่งรัฐบาลเห็นว่า ควรเสนอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบในการเพิ่มทุนของธนาคาร และยืนยันการเข้าร่วม การเพิ่มทุนในส่วนของประเทศไทย โดยเข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มทุนอีกร้อยละ ๒๐๐ ของทุน สามัญที่จัดสรรให้ประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันรวมมูลค่าประมาณ ๔๖.๕ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๑,๖๒๗.๕ ล้านบาทครับ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ แนวความคิดในการพิจารณาเพิ่มทุนของรัฐบาลในครั้งนี้ หรือเปึนครั้งที่ ๕ นี้นะครับ เกิดขึ้นจากปัญหาวิกฤติการเงินและเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ซึ่งได้ส่งผลกระทบโดยตรง ต่อสภาพคล่องของแหล่งเงินทุนทั่วโลก และระบบเศรษฐกิจในประเทศต่าง ๆ รวมถึง ประเทศสมาชิกต่าง ๆ ในธนาคาร ทั้งนี้ ผลกระทบดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อภาคการเงิน และภาคการคลัง ซึ่งจะขยายผลไปสู่ปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และการชะลอตัว ในทางเสถียรภาพของเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ต่อไปครับ ดังนั้นจึงมี ความจําเปึนอย่างยิ่งในการพิจารณาเพิ่มทุนของธนาคารในครั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อม สร้างสภาพคล่องสําหรับเงินทุนให้เพียงพอสําหรับการจะให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศ กําลังพัฒนาต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการเงินและเศรษฐกิจของโลก เพื่อให้ ประเทศสมาชิกสามารถรักษาการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และความเปึนอยู่ที่ดี อย่างยั่งยืนต่อไป และเพื่อให้บรรลุเปัาหมายของการพัฒนาแห่งสหัสวรรษใหม่ซึ่งเปึน เปัาหมายของธนาคาร เอดีบี
สําหรับการดําเนินงานของธนาคาร เอดีบี ในช่วง ๔๐ ป้ที่ผ่านมาจนถึง ปัจจุบันนั้นธนาคารได้ดําเนินการปล่อยสินเชื่อ คิดเปึน ๑๕ เท่าของเงินทุนที่เรียก ชําระแล้ว และจากการประมาณการด้านความต้องการสินเชื่อของธนาคาร เอดีบี คาดว่า ในป้ ๒๕๕๒ ความต้องการเงินกู้จะเพิ่มขึ้นจากที่ได้ประมาณการไว้เบื้องต้นคือจาก ๙,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เปึน ๑๓ พันล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ในกรณีที่ หากธนาคารได้รับการเพิ่มทุนจํานวนร้อยละ ๒๐๐ ของเงินทุนหุ้นสามัญในปัจจุบันแล้ว ธนาคารสามารถจะให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงิน โดยการให้สินเชื่อแก่ประเทศ สมาชิกในป้ ๒๕๕๓ และป้ ๒๕๕๔ จํานวน ๑๒-๑๓ พันล้านเหรียญสหรัฐ ตามลําดับนะครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้นธนาคาร เอดีบี จึงเสนอขอเพิ่มทุนธนาคารจํานวนร้อยละ ๒๐๐ ของเงินทุนหุ้นสามัญในปัจจุบัน หรือคิดเปึนประมาณ ๑๐๐,๐๐๙,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ โดยให้มีผลตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ สําหรับการเพิ่มทุนดังกล่าว ธนาคารจะมีหุ้นสามัญเพิ่มขึ้น ๗ ล้านกว่าหุ้น โดยหุ้นที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวประเทศสมาชิกทั้งหมดสามารถเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน ได้โดยคิดเปึนร้อยละ ๒๐๐ ของหุ้นสามัญที่ได้รับจัดสรรหุ้นในปัจจุบัน สําหรับในชั้นต้นนี้ ธนาคารจะมีการเรียกชําระเงินทุนหรือเรียกว่า เพดอิน แคพพิทอล (Paid-in capital) คิดเปึนร้อยละ ๔ ของเงินทุนรวมทั้งหมด ทั้งนี้ประเทศสมาชิกทั้งหมดจะต้องชําระเงินทุน แบ่งเปึนงวด ๆ รวมกัน ๕ ป้ โดยร้อยละ ๔๐ จะเปึนการชําระเงินทุนในขั้นต้นครับ และจะ ชําระเปึนเงินสกุลที่แลกเปลี่ยนได้ และร้อยละ ๖๐ ที่เหลือจะชําระเปึนสกุลเงิน ของประเทศสมาชิกนั้น ๆ ทั้งนี้ ในส่วนของการเรียกชําระเงินทุนหรือ เพดอิน แคพพิทอล ที่เหลือจํานวนร้อยละ ๙๖ ของเงินเพิ่มทุนจะรวมเปึน คอลลาเบิล พอร์ชั่น (Callable Portion) สําหรับการเพิ่มทุนในครั้งนี้ประเทศไทยมีภาระชําระเงินเพิ่มทุนจํานวนทั้งสิ้น ประมาณ ๔๖.๕ ล้านเหรียญสหรัฐ โดยแบ่งชําระเปึนเวลา ๕ ป้ ป้ละ ๙.๓ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๓๓๕ ล้านบาทต่อป้ ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๓-๒๕๕๗ ปัจจุบันประเทศไทยกับ ธนาคาร เอดีบี ได้ร่วมกันจัดทํายุทธศาสตร์ความเปึนหุ้นส่วนระหว่างกันที่เรียกว่า คันทรี พาร์ทเนอร์ชิพ สแตรทิจี (Country Partnership Strategy) เปึนระยะเวลา ๕ ป้ คือตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๐-๒๕๕๔ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยและพัฒนาเศรษฐกิจ ของไทยให้ยั่งยืน ประกอบกับในระยะเวลาอันใกล้นี้ประเทศไทยเองก็มีแผนที่จะ ขอความช่วยเหลือทางด้านการเงินจากธนาคาร เอดีบี ในการพัฒนาโครงการและ โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ หรือเรียกว่า เมกะโปรเจกต์ (Mega Project) ดังนั้น เพื่อช่วยให้ธนาคารสามารถเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือเพื่อนประเทศสมาชิก ในยามวิกฤติทางรัฐบาลจึงขอความเห็นชอบจากรัฐสภาดังนี้ครับ
ข้อที่ ๑ ขอให้ประเทศไทยให้การสนับสนุนเพิ่มทุนสามัญ ครั้งที่ ๕ ของ ธนาคาร คิดเปึนร้อยละ ๒๐๐ ของเงินทุนหุ้นสามัญในปัจจุบัน
ข้อที่ ๒ ขอให้ประเทศไทยเข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มทุนร้อยละ ๒๐๐ ของทุนสามัญ ที่จัดสรรให้ประเทศไทยในปัจจุบันหรือประมาณ ๔๖.๕ ล้านเหรียญสหรัฐ
ท้ายที่สุดนี้ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ รัฐบาลขอให้ความมั่นใจว่าการเพิ่มทุนสามัญครั้งที่ ๕ นี้จะเปึนประโยชน์ต่อประเทศไทย ทั้งในการรักษาบทบาทของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ และรักษาดุลอํานาจ การต่อรองในการบริหารจัดการภายในกลุ่ม ในการออกเสียงของประเทศไทยต่อไปครับ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน