วีระชัย วีระเมธีกุล เสนอความตกลงไทย-คูเวต โดยเน้นความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ และเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อให้ความตกลงนี้มีผลบังคับใช้ โดยเน้นย้ำถึงศักยภาพของประเทศคูเวตในการลงทุนและความร่วมมือในหลายสาขา
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรี ขอเรียนเสนอความตกลงว่า ด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการไทย-คูเวต เพื่อขอรับความเห็นชอบจากรัฐสภา ก่อนที่รัฐบาลจะดําเนินการให้มีผลบังคับใช้ดังนี้
รัฐบาลไทยและรัฐบาลคูเวตได้ลงนามในความตกลงเศรษฐกิจการค้าไทย- คูเวต อีโคโนมิค แอนด์ เทรด อะกรีเมนท์ บีทวีน ไทยแลนด์ แอนด์ คูเวต (Economic and Trade Agreement Between Thailand and Kuwait) เมื่อป้ ๒๕๓๐ ซึ่งทําหน้าที่เปึน กรอบกําหนดความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจของทั้ง ๒ ประเทศอย่างเปึนรูปธรรม โดยที่ความสัมพันธ์และความร่วมมือของทั้ง ๒ ประเทศได้ขยายตัวครอบคลุมไป ในด้านต่าง ๆ มากขึ้น เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๔๙ ฝ์ายคูเวตจึงได้จัดทําความตกลงระหว่าง รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งรัฐคูเวตว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และวิชาการ อะกรีเมนท์ บีทวีน เดอะ กัฟเวิร์นเมนท์ ออฟ เดอะ คิงดอม ออฟ ไทยแลนด์ แอนด์ เดอะ กัฟเวิร์นเมนท์ ออฟ เดอะ สเตท ออฟ คูเวต ออน อีโคโนมิค แอนด์ เทคนิคอล โคออเพอเรชัน (Agreement Between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the State of Kuwait on Economic and Technical Co-operation) เพื่อใช้แทนความตกลงเดิมที่มีอยู่ซึ่ง ๒ ฝ์ายได้เจรจาและลงนามเห็นชอบ ในร่างความตกลงเมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๐ และร่างความตกลงดังกล่าวได้ผ่าน ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๐ ในที่สุดได้มีการลงนาม ความตกลงดังกล่าวเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๑ โดยในส่วนของฝ์ายไทยนั้น มีรองนายกรัฐมนตรีสหัส บัณฑิตกุล ในขณะนั้นเปึนผู้ลงนาม ความตกลงว่าด้วย ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการไทย-คูเวตฉบับนี้เปึนความตกลงกรอบกว้าง ๆ ที่จะนําไปสู่ความร่วมมือที่ทั้ง ๒ ประเทศเห็นชอบที่จะร่วมมือกันในอนาคตซึ่งระบุ ในรายละเอียดว่าเปึนความร่วมมือสาขาต่าง ๆ เน้นความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและ วิชาการ และเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมหรือ เจซี (JC) ระหว่างกัน เพื่อให้ ความตกลงฉบับนี้นําไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะจัดให้มีการประชุมทุกป้ หรือตามที่มีการร้องขอของภาคีฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งและประธานร่วมจากทั้ง ๒ ฝ์ายจะเปึน ในระดับรัฐมนตรี เพื่อให้ความตกลงฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ทั้ง ๒ ฝ์ายจะต้องแจ้งให้กัน และกันทราบว่าได้รับการดําเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ อันจําเปึนทางรัฐธรรมนูญ เพื่อนําไปสู่การบังคับใช้ความตกลงเปึนที่เรียบร้อยแล้วตามนัยของ ข้อ ๗/๑ ของความตกลง ซึ่งฝ์ายคูเวตมีหนังสือแจ้งเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ว่าได้ดําเนินการ ตามรัฐธรรมนูญของตนเปึนที่เรียบร้อยแล้วและประสงค์จะขอทราบผลการดําเนินการ ตามกฎหมายภายในของไทย ท่านประธานที่เคารพ โดยที่ ข้อ ๒.๓ บี ของความตกลงระบุ ว่าความร่วมมือภายใต้ความตกลงนี้ครอบคลุมถึงการสนับสนุนการลงทุนและการอํานวย ความสะดวกในเรื่องการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการและเงินทุนระหว่างทั้ง ๒ ประเทศ กระทรวงการต่างประเทศจึงเห็นว่าความตกลงฉบับนี้น่าจะเปึนหนังสือสัญญาที่อาจจะ ส่งผลผูกพันทางด้านการค้า การลงทุนอย่างมีนัยสําคัญตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนดําเนินการให้มีผลผูกพัน ซึ่งในการนี้ กระทรวงการต่างประเทศในฐานะส่วนราชการเจ้าของเรื่องจึงได้นําความตกลง เสนอคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๒ เห็นชอบ ให้นําความตกลงที่ได้ลงนามแล้วขอรับความเห็นชอบจากรัฐสภา
อย่างไรก็ดีเนื่องจากได้มีการเจรจาการจัดทําข้อตกลงและคณะรัฐมนตรี ได้ให้ความเห็นชอบต่อร่างความตกลงก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ความตกลงนี้จึงเข้าข่ายข้อยกเว้นตามมาตรา ๓๐๕ ของรัฐธรรมนูญ กล่าวคือมิต้อง ปฏิบัติตามขั้นตอนของมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม แต่ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสี่ของรัฐธรรมนูญ โดยในส่วนของมาตรา ๑๙๐ วรรคสี่นั้นครอบคลุมถึง การให้ประชาชนสามารถเข้าได้ถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญาและสามารถ แสดงความคิดเห็นได้อย่างมีอิสระ ในการนี้กระทรวงการต่างประเทศได้นําเนื้อหาของ ข้อตกลงเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของกระทรวงต่างประเทศ และเว็บไซต์ของกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา ซึ่งสามารถนับจํานวนผู้เข้าชมได้ และผู้เข้าชมยังสามารถ แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวข้างต้น
ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอเรียนว่าคูเวตเปึนประเทศที่ร่ํารวย จากการส่งออกน้ํามันดิบและก๊าซธรรมชาติ มีศักยภาพด้านการลงทุนสูง และปัจจุบันคูเวต กําลังดําเนินนโยบายการทูตเชิงพาณิชย์หรืออีโคโนมิค เดอะ พรอมมิซี (Economic the promisee) และพร้อมที่จะเปึนหุ้นส่วนกับประเทศต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุนระหว่างกัน นอกจากนี้คูเวตยังมีนโยบายลุค อีสท์ โพลิซี (Look East Policy) โดยให้ความสําคัญกับ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น ที่ผ่านมาไทยและคูเวตมีความสัมพันธ์อันดีในทุกด้าน แล้วฝ์ายคูเวตมีความกระตือรือร้นในการที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์กับไทย สามารถเห็นได้ จากการเสด็จเยือนประเทศไทยของนายกรัฐมนตรีคูเวตและคณะระดับสูงต่าง ๆ ในช่วงป้ ๒๕๕๑ ดังนั้นถึงแม้ว่าคูเวตจะเปึนประเทศเล็ก แต่ก็มีศักยภาพที่ไทยสามารถร่วมมือได้ ในหลายสาขา อาทิ เช่น การลงทุน พลังงาน แรงงาน การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม การศึกษา ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการไทย-คูเวต ฉบับนี้ จะเปึนกรอบ การดําเนินการที่สําคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและคูเวตให้แน่นแฟัน ยิ่งขึ้นและส่งเสริมผลประโยชน์ระหว่างกันในทางด้านเศรษฐกิจและวิชาการ
ท่านประธานที่เคารพ ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และวิชาการไทย-คูเวตนี้ที่นําเรียนเสนอต่อรัฐสภาในวันนี้หากได้รับความเห็นชอบ จากรัฐสภา กระทรวงการต่างประเทศในฐานะส่วนราชการเจ้าของเรื่อง จะสามารถแจ้ง ฝ์ายคูเวตผ่านช่องทางทางการทูตว่ากระบวนการทางกฎหมายภายในต่าง ๆ ของไทยนั้น ได้บรรลุเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว และความตกลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์ ตั้งแต่บัดนี้ อันเปึนไปตามเจตนารมณ์ของทั้ง ๒ ฝ์ายที่จะกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจและวิชาการให้แน่นแฟันยิ่งขึ้นต่อไป ขอบพระคุณครับ