รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑

สงคราม ชื่นภิบาล เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะปัญหาภาคใต้และความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการป้องกันการแตกแยกของประชาธิปไตยและแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเสนอข้อเสนอแก่รัฐบาลในการแก้ไขปัญหานี้ และเรียกร้องให้รัฐบาลมีความเอกภาพและความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน

นายสงคราม ชื่นภิบาล สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสงคราม ชื่นภิบาล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผม ขอเสนอความเห็นต่อนโยบายในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะ ในนโยบายเร่งด่วนในข้อ ๑.๑ ๑.๒ และ ๑.๓ ๑.๑ จะเปึนเรื่องของความสมานฉันท์ ของคนในชาติ ๑.๒ เปึนเรื่องของปัญหาภาคใต้ซึ่งผมจะให้ข้อเสนอแนะในทางที่เปึน ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ๑.๓ จะเปึนเรื่องของปัญหาการอยู่ร่วมกัน กับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเรากําลังมีปัญหากับมิตรประเทศของเราบางประเทศ

ในเรื่องนโยบายข้อแรก ทั้งที่รัฐบาลบอกว่ามีนโยบายจะสร้างความ ปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ และฟุ๋นฟูประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึน ประมุข กระผมเห็นว่าการที่รัฐบาลจัดลําดับความสําคัญของเรื่องนี้เปึนความสําคัญ เร่งด่วนอันดับ ๑ นั้น กระผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง เพราะว่าในช่วง ๓ ป้ที่ผ่านมาจนถึง ขณะนี้ คนไทยแตกแยกกันอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ความแตกต่างทางความคิดเปึน เรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย แต่คนไทยจํานวนไม่น้อยยังขาดความอดทนที่จะรับ ความแตกต่างทางความคิด จึงทําให้เกิดการแตกแยกและมุ่งหน้าทําลายกันจนกลายเปึน ความแตกหัก ซึ่งปรากฏอย่างเมื่อเช้านี้ เปึนเรื่องที่น่าเสียใจเปึนอย่างยิ่ง ในฐานะที่กระผม เปึนสมาชิกวุฒิสภาคนหนึ่ง กระผมมีความห่วงใยในสถานการณ์ของประเทศ ใครจะถูก ใครจะผิดก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ไม่ใช่ว่าใช้กําลังกันเช่นนี้ เพราะฉะนั้นกระผมเห็นว่า ภายใต้นโยบายข้อแรกนี้ รัฐบาลต้องยึดและปฏิบัติตามมาตรา ๑ ของรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน กล่าวคือประเทศไทยจะเปึนราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ โดยทั่วไปคนจะมองไปที่ความเปึนอันหนึ่งอันเดียวกันของดินแดนที่จะแบ่งแยกมิได้ แต่ในความเปึนจริงแล้ว มาตรานี้มีความหมายกว้างขวางกว่าดินแดนซึ่งคนทั่วไปมอง ไม่เห็น นอกจากแผ่นดินไทยจะให้ใครมาแบ่งแยกไม่ได้แล้ว คนไทยต้องเปึนอันหนึ่ง อันเดียวกันด้วย จะแบ่งแยกไม่ได้ด้วย และเปึนหน้าที่ความรับผิดชอบของรัฐบาลที่จะต้อง ใช้ความพยายามสูงสุดในการที่จะปัองกันไม่ให้คนไทยแบ่งแยกกันมากกว่านี้ รัฐบาลต้อง หาทางให้คนไทยที่แตกแยกกัน หันกลับมาสมานฉันท์ให้ได้ ที่สําคัญคือรัฐบาลจะต้อง ไม่กระทําการทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ไปยุแหย่ให้คนไทยแตกแยกกันมากยิ่งขึ้น กระผม ขอฝากเรื่องนี้ให้รัฐบาลนําไปคิด เพราะรัฐบาลได้ให้ความสําคัญแก่เรื่องนี้เปึนลําดับแรก เพราะฉะนั้นต้องทําให้ได้ และ

นโยบาย ข้อ ๑.๒ กระผมเห็นด้วยที่รัฐบาลได้จัดลําดับความสําคัญของ ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้เปึนความสําคัญเร่งด่วนลําดับต้น ๆ รองจากปัญหาความสามัคคีของคนในชาติ เพราะปัญหาภาคใต้เปึนเรื่องที่กระทบ ต่อบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศตามมาตรา ๑ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ท่านประธานที่เคารพ ตั้งแต่วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ ถึงปัจจุบัน เปึนเวลาเกือบ ๕ ป้แล้ว ที่ปัญหาภาคใต้เริ่มมีความรุนแรงขึ้นและปัจจุบันยังดํารงอยู่และมีแนวโน้มที่จะขยายตัว มากขึ้น แม้ว่าเจ้าหน้าที่ได้พยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาทุกด้าน เราต้องยอมรับ ว่ากระบวนการที่ดําเนินการอยู่ในปัจจุบันเปึนคนรุ่นใหม่และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ ขบวนการก่อการร้ายรุ่นเก่า พวกนี้เปึนพวกที่มีความรู้ มีการศึกษา รู้ดีทั้งทางด้านศาสนา และวิชาการ เขาตระหนักดีว่าเขาไม่สามารถที่จะเอาชนะกองทัพของรัฐบาลได้ เขาจึงมอง ไปที่ต่างประเทศโดยเฉพาะการสนับสนุนของประเทศมุสลิม และองค์กรมุสลิมระหว่างประเทศ ผมคิดว่าเราคงจะไม่ต้องพูดกันแล้วครับว่าเหตุการณ์ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเปึนภัยคุกคามต่อความมั่นคงหรือไม่ เพราะอันนี้เปึนภัย คุกคามแน่ ๆ ครับ ทั้งระดับความรุนแรงของปัญหาและความกว้างของปัญหาที่กระทบต่อ อธิปไตยทุกด้าน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องดินแดน ประชากร อธิปไตย การปกครอง การสร้าง อํานาจรัฐ โดยมีวัตถุประสงค์ชัดแจ้งก็คือการแบ่งแยกดินแดนครับ ส่วนพวกที่เขาจะทําได้ หรือไม่เปึนอีกเรื่องหนึ่ง และเขาใช้วิธีการก่อการร้ายเปึนวิธีดําเนินการ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ความจริงแล้วความจริงผมมีข้อเสนอที่จะเสนอท่านประธานไปยังรัฐบาล มีหลายข้อด้วยกันครับ แต่เนื่องจากด้วยเหตุผลที่เวลาจํากัด กระผมขอเสนอแต่เพียง บางประเด็นเท่านั้นครับ

ประการแรก รัฐบาลต้องมีความเปึนเอกภาพและมีความเปึนอันหนึ่ง อันเดียว ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างที่ผมเรียนแล้วว่าเปึนเรื่องของการแบ่งแยกดินแดน ไม่ใช่ เรื่องยาเสพติดหรือเรื่องการเมืองภายในอย่างที่หลายคนเข้าใจ จริงอยู่ครับมีปัญหา หลายอย่างที่ซับซ้อนกันแต่ว่ารัฐบาลก็รู้ว่าอะไรคือปัญหาหลัก อะไรคือปัญหารอง เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะไปเคลียร์ในเรื่องนี้ครับ อย่าสับสน เจ้าหน้าที่ต้องไม่สับสน ถ้ารัฐบาลวิเคราะห์ปัญหาผิดตั้งแต่แรกรัฐบาลก็จะหลงทางในการแก้ไขปัญหา

ประการที่ ๒ การบริหารการคลัง ปัญหาความมั่นคงนั้นมีขึ้นหลายประการ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของกองทัพที่มีประสิทธิภาพ เรื่องการทูต เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการ ข่าวกรอง การบังคับใช้กฎหมาย โดยทั่วไปเราจะใช้กองทัพเปึนเครื่องมือสุดท้าย เพราะว่า เมื่อใช้กองทัพแล้วจะไม่มีอะไรเหลืออยู่ในมืออีก วันนี้เราได้ใช้กองทัพลงไปแก้ไขปัญหา แล้ว ดังนั้นเมื่อใช้กองทัพ คําตอบของกองทัพก็คือแพ้หรือชนะก็ได้เพราะฉะนั้นรัฐบาล ต้องสนับสนุนทุกอย่างที่กองทัพต้องการ โดยเฉพาะขวัญ กําลังใจ ของกําลังพล เพื่อให้ กองทัพชนะสงครามครั้งนี้ครับ

ประการที่ ๓ รัฐบาลต้องใช้มาตรการเชิงรุกทางการทูต เพื่อปัองกันไม่ให้ กลุ่มก่อการร้ายได้รับการสนับสนุนทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ ด้านการเงิน ด้านการทูต จากประเทศ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศก็ได้ทําดีอยู่แล้ว แต่ว่าต้องทําต่อไป อย่างต่อเนื่อง

ประการที่ ๔ สิ่งที่ดูเหมือนว่าเราจะกลัวกันเกินเหตุ ก็คือการใช้คําว่า การก่อการร้าย และผู้ก่อการร้าย เปึนที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าสิ่งที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดน ทําตลอดมานั้นเปึนพฤติกรรมก่อการร้าย ไม่ว่าจะเปึนพฤตินัยหรือนิตินัย แต่เราไปกลัวว่า ถ้าเรียกพวกนี้ว่ากลุ่มก่อการร้ายแล้ว ต่างชาติและสหประชาชาติจะเข้ามาแทรกแซง ประเด็นนี้ไม่ต้องกลัวครับเพราะว่าจนถึงปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่ามีกลุ่มก่อการร้าย ระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ประการที่ ๕ รัฐบาลต้องมีจุดยืนแน่นอน แต่ว่าการพูดจาสัมภาษณ์เจรจา รัฐบาลจะเป่ดประตูไว้สําหรับให้กลุ่มก่อการร้ายสามารถเข้ามาพูดกับรัฐบาลได้อย่าง เงียบ ๆ เพื่อปัองกันการแสวงประโยชน์จากกลุ่มก่อการร้าย แต่ว่าการพูดจาจะต้อง ไม่เจรจากับกลุ่มก่อการร้ายเพราะจะเปึนการยกสถานะของกลุ่มก่อการร้ายให้เท่าเทียม กับรัฐบาล

ในนโยบายข้อ ๑.๓ การสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีกับประเทศภูมิภาค เร่งแก้ไขปัญหาการกระทบกระทั่งตามแนวชายแดนผ่านกระบวนการทางการทูต เรื่องนี้ เปึนเรื่องที่มีความสําคัญเร่งด่วน คือปัญหาเขตแดนกับกัมพูชาซึ่งคนไทยให้ความสนใจ อย่างมากในขณะนี้ โดยมีคําถามในใจว่าไทยจะเสียดินแดนให้กับกัมพูชาอีกหรือไม่ อย่างไร หรือมีแนวโน้มว่าไทยจะเสียดินแดนในอนาคตหรือไม่ ประชาชนสนใจครับ อยากจะรู้ว่ารัฐบาลจะบริหารจัดการปัญหาอย่างนี้อย่างไรเพราะเปึนเรื่องของอธิปไตย เหนือดินแดนบูรณภาพแห่งดินแดนตามมาตรา ๑ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันครับ ผมอยากเรียนถามรัฐบาลว่า รัฐบาลจะให้ความมั่นใจกับประชาชนได้อย่างไรครับว่าเราจะไม่เสียดินแดนให้กับกัมพูชาอีก กระผมอยากจะฝากรัฐบาลไว้อีกอย่างหนึ่งก็คือไม่อยากให้รัฐบาลใช้คําว่า พื้นที่ ทับซ้อน ครับ เพราะโดยหลักการจะไม่มีการทับซ้อนของอธิปไตยเปึนอันขาด อธิปไตย เปึนสิทธิเด็ดขาดสูงสุด ไม่อาจสละบางส่วนให้ใครได้ ไทยไม่อาจสละอธิปไตยของไทย ให้เหลือเพียง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ และยอมให้อธิปไตยของเขมรมาทับซ้อนอีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ มันเปึนเรื่องที่เปึนไปไม่ได้ครับ ผู้นํารัฐบาลกัมพูชาเองไม่เคยพูดเรื่องพื้นที่ทับซ้อนเลยครับ พูดเพียงอย่างเดียว ยืนยันแต่เพียงว่าเขาเปึนเจ้าของพื้นที่ในบริเวณที่มีปัญหา แต่ไทย มาบอกว่าพื้นที่นั้นเปึนพื้นที่ทับซ้อน ก็แสดงว่าเรายอมลดอธิปไตยของเราเหลือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ให้เขมรไป

ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่กระผมกล่าวมาทั้งหมดนี้เปึนวิธีการบริหาร จัดการสิ่งที่ท้าทายและภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งเปึนหน้าที่และ ความรับผิดชอบของรัฐบาลโดยตรง กระผมขอฝากท่านไว้ หากรัฐบาลทําดี ประเทศชาติ และประชาชนก็จะได้รับประโยชน์ แต่ถ้าทําพลาด ท่านก็จะเปึนผู้ทําความเสียหาย ให้กับประเทศชาติ และก็จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ในสถานการณ์เท่านั้นครับ ขอบคุณครับ