รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑

บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง โดยยึดทางสายกลาง และเรียกร้องให้รัฐบาลชุดนี้มีความหนักแน่นในการเจรจาและแก้ไขปัญหา โดยให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชนด้วย นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมือง โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีสิทธิเลือกตัวแทนของประชาชนในรูปแบบสภาร่างรัฐธรรมนูญ และสนับสนุนการแก้ไขมาตรา ๒๙๑ ของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ สสร. เป็นผู้ทําหน้าที่อิสระในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งประเทศ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องเรียนพี่น้องประชาชนว่านี่ครับ คือบรรยากาศ ประชาธิปไตย ขอย้ําอีกครั้ง นี่คือบรรยากาศประชาธิปไตย พี่น้องสมาชิกวุฒิจํานวนหนึ่ง ท่านไม่เห็นด้วยก็เปึนสิทธิของท่าน ท่านก็ใช้สิทธิมาพูดแต่บังเอิญท่านไม่ได้ลงชื่อในการ เข้าประชุมสภา ก็ขอให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้เข้าใจด้วยว่านี่คือความเห็นแตกแยก แต่มันขัดกับข้อบังคับการประชุม ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพว่าขณะนี้รัฐบาลได้แถลงนโยบายเสร็จสิ้นแล้ว สิ่งทั้งหมดที่ประชาชนรอคอยอยู่ อยู่ในเอกสาร ๕๐ แผ่นนี้ ว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณแผ่นดิน ป้ ๒๕๕๒ ทําอะไรให้กับ ประชาชนบ้าง หลายโครงการหลายนโยบายเปึนนโยบายที่ประชาชนเขารอคอยอยู่ รัฐมนตรีหลายคนก็รอคอยจะขับเคลื่อนนโยบายไปสู่พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ แต่วันนี้ผมมีอยู่ ๒ ประเด็น ท่านประธาน ที่จะต้องเรียนท่านประธานเพื่อความชัดเจน ในนโยบายฉบับนี้ นั่นก็คือประเด็นเกี่ยวกับที่ทางรัฐบาลนั้นต้องการสร้างความสมานฉันท์ ความปรองดองให้กับพี่น้องประชาชนในแผ่นดินนี้ ท่านประธานครับ ปรากฏอยู่ในหน้า ๓ ผมต้องขออนุญาตอ่านให้ประธานได้ยิน แล้วให้ประชาชนเจ้าของประเทศที่ดูรายการทีวี นี้อยู่ เขาจะได้รู้ว่ารัฐบาลชุดนี้มีความตั้งใจจะทําสิ่งเหล่านี้อย่างไร เกี่ยวกับการสร้าง ความสามัคคี ความปรองดองของคนในชาติ นโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีตอบอย่างนี้ครับ รัฐบาลให้ความสําคัญสูงสุดแก่การแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองที่มีอยู่ในสังคม โดยยึด ทางสายกลาง จึงมีความตั้งใจแน่วแน่จะแก้ไขปัญหาโดยการรับฟังความคิดเห็นจาก ประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อลดความเห็นที่แตกต่างแล้วสร้างความเห็นร่วมกันในเรื่อง แนวทางในการแก้ไขปัญหา ตลอดจนสนับสนุนกระบวนการยุติธรรมให้ทํางานอย่างอิสระ และเปึนกลไกตัดสินความขัดแย้ง ซึ่งได้เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ทั้งนี้รัฐบาล มุ่งหวังจะบรรลุถึงความยุติธรรมขัดแย้งโดยสันติ คงไว้ซึ่งคุณธรรมและวัฒนธรรมอันดีงาม ของสังคมไทยในการเอื้ออาทรและการให้อภัยซึ่งกันและกัน รัฐบาลมุ่งมั่นจะสร้างความ สามัคคี ความปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งจะนําสู่ความร่วมมือในการพัฒนา เศรษฐกิจ สังคม และการปกครองของประเทศให้ก้าวหน้า เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน คนไทยทุกคน ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้พวกเราทุกคนสมาชิกรัฐสภาอยู่ตรงนี้ เรารู้ว่าประเทศไทยมีความเห็นแตกแยกกันอย่างชัดเจน วันนี้เราทราบชัดเจนว่าสถานที่ ทํางานสําคัญ ๆ ของทางราชการนั้นถูกผู้ชุมนุมยึดเรียบร้อยแล้ว ไม่เปึนไรครับ ยึด ๆ ไป ไม่ว่ากัน แต่วันนี้สิ่งที่เปึนงานหนักของรัฐบาลชุดนี้ของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านจะต้องทําหน้าที่สร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้ได้ วันนี้ผมกําลังจะบอกว่า ในฐานะที่ท่านยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เปึนประมุขนั้น แต่วันนี้บ้านเมืองมันแตกแยกอย่างนี้ ขอให้ท่านมีความหนักแน่น แล้วก็เชื่อมั่น ในกติกาการปกครองระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ บ้านเราปกครองในระบบ นิติรัฐ วันนี้ใครก็ตามเกิดเปึนคนไทยอยู่ในผืนแผ่นดินนี้ ไม่ว่าจะเปึนคนหน้าไหนก็ตาม เมื่อผิดกฎหมายบ้านเมืองคนนั้นต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ถ้าวันนี้คนทําผิด กฎหมายลอยนวล วันนั้นละครับบ้านเมืองจะบรรลัยอย่างแน่นอน วันนี้ผมขอยืนยัน เกี่ยวกับนโยบายข้อนี้ของนายกรัฐมนตรี ผมขอให้กําลังใจท่าน ขอให้ท่านหนักแน่นในการ เจรจา ในการพูดคุย ในการหารือ หลายสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้หารืออย่างไรก็ไม่จบ แต่ขอให้ ท่านตั้งใจแน่วแน่ ขอให้ทําสําเร็จ ที่สําคัญที่สุดที่อยากจะบอกท่านก็คือว่าอะไรก็ตาม ที่ท่านทําแล้วนี้ ท่านต้องให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชนด้วย วันนี้ประชาชน เขาต้องการรู้การเคลื่อนไหวการทํางานของรัฐบาล การเจรจานําไปสู่ข้อยุติ ถ้าเจรจาแล้ว ได้ความอย่างไรต้องเล่าให้ประชาชนฟังด้วย ประชาชนเจ้าของประเทศเขาจะได้ตัดสินใจ ว่าเมื่อรัฐบาลเหตุผลประนีประนอมอย่างนี้ ผู้เห็นต่างนั้นไม่ฟังเลย คิดอย่างเดียวว่าต้องไล่ ต้องไล่ อย่างนี้ละครับท่านต้องอธิบายให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้รู้ ฉะนั้นเรื่องประเด็น การปรองดอง การสมานฉันท์นั้นผมเห็นด้วย ท่านประธานครับ บรรยากาศเมื่อคืนนี้จนถึง ช่วงเช้านี้มีการชุมนุมหน้าสภาผู้แทนราษฎร ผมเองต้องเข้าใจครับท่านประธาน การชุมนุมนั้น มันย่อมเกิดการปะทะปะทังกันเปึนธรรมดา แต่วันนี้ผมติดตามข่าวทั้งคืน ผู้นําชุมนุม ประกาศชัดเจนว่ารัฐบาลชุดนี้เปึนรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม และต้องการชุมนุมไม่ให้ วันนี้มีการแถลงนโยบายของรัฐบาล เพราะไม่ต้องการให้รัฐบาลชุดนี้ทํางานได้ นี่คือ เจตนาของแกนนําหลักในการชุมนุม วันนี้ต้องอธิบายความกันครับ ท่านชุมนุม ท่านเคลื่อนไหวได้ ท่านจะว่าอย่างไรท่านทําไปเถอะ แต่สิ่งที่เปึนหน้าที่ของพวกเราในสภา ผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ในสมาชิกรัฐสภาเรามาทําหน้าที่กันครับ ฉะนั้นท่านจะป่ดกั้นตรงไหน ท่านว่าไป แต่ปล่อยให้พวกเราได้ทํางาน วันนี้ผมบอกแล้วอย่างไรว่ารัฐบาลชุดนี้เปึน รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ชุมนุมจํานวนมาก โดยเฉพาะแกนนําพูดเสมอ ว่าจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ วันนี้รัฐบาลของพระเจ้าอยู่หัวนะครับ ท่านยังไม่ได้ ปฏิบัติหน้าที่แม้แต่วันเดียว แต่ถ้ารัฐบาลนายกรัฐมนตรีสมชาย ทํางานสัก ๓ เดือน ๔ เดือนสิครับ แล้วท่านไปทุจริต ท่านไปคอร์รัปชันท่านไปโกงบ้านโกงเมือง แล้วท่าน ออกมาไล่ อย่างนี้เหตุผลฟังขึ้น ฉะนั้นเขายังไม่ได้ทําหน้าที่เลย ท่านเริ่มแล้ว ผมจึงบอกว่า วันนี้ขอให้หนักแน่น ขอให้อดทน ผมจะยืนเคียงข้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย และผมจะขอต่อสู้สิ่งที่ไม่ถูกต้องในบ้านเมืองนี้ในฐานะเปึนคนไทยคนหนึ่ง ท่านประธาน ครับ

ส่วนประเด็นที่ ๒ ที่ต้องพูดในวันนี้เปึนประเด็นต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน วันนี้ สังคมไทยแตกแยกมาก สืบเนื่องมาจากการยึดอํานาจ ๑๙ กันยายน แล้วก็เขียนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วก็มีการใช้บังคับรัฐธรรมนูญหลังจากนั้นเลือกตั้งเสร็จ ได้ ส.ส.กันเสร็จ ได้นายกรัฐมนตรีเสร็จ ก็มีความแตกแยกในความคิด จนนําไปสู่ความคิดที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ สมาชิกรัฐสภาจํานวนหนึ่งก็ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข บอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ชอบแล้ว ถูกต้องแล้ว สมาชิกรัฐสภาจํานวนหนึ่งก็เห็นว่าควรจะแก้ไข เพราะมันมีหลายประเด็นที่ยังไม่สามารถจะปฏิบัติได้ และเปึนปัญหาต่อการบริหาร ชาติบ้านเมือง ท่านประธานครับ ความเห็น ๒ อย่างนี้ นี่คือความสวยงามในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย ฉะนั้นเมื่อมีความเห็นอย่างนี้ ฝ์ายหนึ่งเห็นว่าควรจะปรับปรุงแก้ไข อีกฝ์ายหนึ่งไม่เห็นด้วย สุดท้ายนําไปสู่ความขัดแย้งในบ้านเมืองจนถึงทุกวันนี้ วันนี้ รัฐบาลเขียนนโยบายชัดเจนครับท่านประธาน ปรากฏอยู่ในหน้าที่ ๓๓ ครับท่านประธาน ที่เคารพ รัฐบาลเขาเขียนไว้ชัดเจนในหน้า ๓๓ ต้องขออนุญาตอ่านสักนิดครับท่านประธาน เพื่อจะให้พี่น้องประชาชนชาวไทยที่ดูการ ถ่ายทอดการประชุมครั้งนี้เขาทราบด้วย เพราะเขาคือเจ้าของประเทศ รัฐบาลเขาบอกว่า รัฐบาลขอเรียนว่ารัฐบาลนี้ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข โดยถือว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเปึนฐานรากสําคัญในการ วางระบบการบริหารประเทศให้เกิดความมั่นคงและเสริมสร้างหลักประชาธิปไตยที่ถูกต้อง และเหมาะสมเปึนที่ยอมรับของชนในชาติ แต่เนื่องจากระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีการเสนอ ความเห็นที่แตกต่างกันอย่างหลากหลายในการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และมี ข้อเรียกร้องจากหลายฝ์ายให้มีการปรับปรุงรัฐธรรมนูญด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อปฏิรูป การเมืองให้มีความเหมาะสม และแก้ไขปัญหาของประเทศชาติให้ดีขึ้น รัฐบาลตระหนักดี ว่ารัฐธรรมนูญสมควรเกิดขึ้นจากบรรยากาศการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้งประเทศ ที่จะ กําหนดวางแนวทางให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพสังคมไทย และเปึนไปตามความ ต้องการของประชาชน ดังนั้นเพื่อให้การดําเนินการศึกษาทบทวนรัฐธรรมนูญเปึนไปตาม หลักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง รัฐบาลจึงสนับสนุนแนวทางการปฏิรูปการเมือง โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีสิทธิเลือก ตัวแทนของประชาชนในรูปแบบสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยการสนับสนุนการแก้ไข มาตรา ๒๙๑ ของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ สสร. เปึนผู้ทําหน้าที่อิสระในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งประเทศ เพื่อนํามา พิจารณาเสนอแนะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เปึนการปฏิรูปการเมืองโดย ภาคประชาชน และเปึนการจัดทํารัฐธรรมนูญด้วยความเห็นของประชาชนโดยตรง ท่านประธานครับ ที่ผมต้องนําประเด็นนี้ออกมาเสนอทั้งหมดนี้ เพื่อจะกราบเรียน ท่านประธานว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เพราะมีความเห็นต่าง หลายฝ์ายบอกว่าแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ได้ ถ้าแก้รัฐธรรมนูญรัฐบาลอยู่ไม่ได้ หลายฝ์ายไม่ยอมให้แก้ บอกว่าแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อตัวเอง แก้รัฐธรรมนูญเพื่อปกปัองอดีตนายกรัฐมนตรี นี่คือความเห็นหลากหลาย แต่ล่าสุดบรรยากาศการเมืองของประเทศไทยเริ่มดีขึ้น ผมติดตามการประชุม ๔ ฝ์าย ซึ่งมี ท่านประธานนั่งอยู่ด้วย ผมติดตามการสัมภาษณ์ของท่านประธาน ท่านประธาน เหมาะสมแล้วที่เปึนประธานวุฒิสภาวางตัวเปึนกลาง ท่านทําตัวเหมาะสมแล้ว ท่านครับ ประชุม ๔ ฝ์าย ชัดเจนรู้ว่าสังคมนี้เกิดการแตกแยก ผู้นําฝ์ายค้าน ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา หัวหน้ารัฐบาล หารือแนวทางว่าทําอย่างไรเราจะหา จุดตรงกันว่าเราจะเดินทางไหน วันนี้ถ้าฝ์ายการเมืองไปแก้รัฐธรรมนูญก็ยอมไม่ได้ จริง ๆ แล้วรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙๑ เขียนชัดเจน ว่ารัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ทางเดินในการแก้ไข มันไปได้ ๔ ทาง ทางที่ ๑ โดย ครม. เปึนผู้เสนอ ทางที่ ๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของสภาผู้แทนราษฎร ทางที่ ๓ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบวกกับ สมาชิกวุฒิสภา รวมกัน ๒ สภา ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ อีกทางหนึ่งในประชาชนมีส่วนร่วม มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ ลงชื่อแล้วยื่นแก้รัฐธรรมนูญ นี่คือเส้นทาง มันแก้หมดแล้ว เส้นทางเดินตามมาตรา ๒๙๑ แต่เส้นทางนี้ฟังดูแล้วมันเกิดไม่ได้ พอสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะแก้ บอกแก้เพื่อตัวเอง แก้เพื่อปกปัองพรรคการเมือง แก้เพื่อช่วยเหลืออดีตนายกรัฐมนตรี มันเดินไม่ได้ เมื่อมันเดินไม่ได้ท่านก็เดินโดยวิธีการ ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งแผ่นดิน ในอดีตการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้เราเคยเป่ดช่องให้ประชาชนมีส่วนร่วมมาแล้ว ที่เขาเรียกว่า สสร. คือสภาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ แต่เที่ยวนี้เมื่อประมุข ๔ ฝ์าย หารือคุยกัน เห็นตรงกัน ผมสนับสนุนและผมก็เห็นด้วยที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตั้ง สภาประชาชน หรือสภาของสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ อดีตป้ ๒๕๔๐ นั้น เรามี ๙๙ คน แต่วันนี้ก่อนที่จะมีการแก้ไข เรื่องเหล่านี้ได้เราจะต้องมีการแก้ปัญหากับกฎหมาย มาตรา ๒๙๑ เสียก่อน ฉะนั้น เมื่อเห็นตรงกันเราก็แก้กฎหมาย มาตรา ๒๙๑ เป่ดช่องให้มีที่มาของสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญหรือ สสร. หลังจากนั้นปัญหาที่เกิดขึ้น สสร. มาจากไหน ท่านประธานครับ ให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกก็บอกว่าไม่เปึนกลางเอาพวกตัวเองมา ให้คนกลุ่มหนึ่ง รัฐบาล ไปแต่งตั้งก็บอกว่ารัฐบาลเอาแต่พวกตัวเองมามันก็ไม่เกิดความเปึนธรรม ฉะนั้นสิ่งที่เห็น ชัดเจนก็คือว่าสภา สสร. นั้น ผมเห็นว่าควรมาจากพี่น้องประชาชนครับ จังหวัดละ ๑ คน ครับ ให้เขาเลือกกันเลยทั้งจังหวัดเอามาจังหวัดละ ๑ คน ๗๖ จังหวัด ๗๖ คน จะเปึนใคร ก็ได้เขาเลือกกันมาแล้ว หลังจากนั้นก็เอาจากสายอาชีพต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนอธิการบดี สถาบันต่าง ๆ คัดมา ๑ คน กลุ่มแรงงานมา เกษตรกรปลูกมัน ปลูกอ้อยหลาย ๆ ฝ์าย เอารวมกันใน ป้ ๒๕๔๐ มี ๙๙ คน แต่ปัจจุบันนี้จะมี ๙๙ คนไม่ได้น้อยเกินไปครับ ท่านประธาน ขอสัก ๑๒๐ คนเถอะ เพราะปัจจุบันนี้มีประชาชน ๖๐ กว่าล้านคน พอได้เสร็จ คณะ ส.ส.ร. ชุดนี้ที่ยึดโยงกับประชาชนท่านก็มายกร่างรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นใช้เวลา ทํางานระยะหนึ่งสัก ๑๘๐ วัน ท่านก็มาถามประชาชนว่าประชาชนจะเอาด้วยไหมกับ สิ่งที่ท่านยกร่างมาโดยการทําประชามติ วันนี้ถ้าประชาชนเห็นด้วยก็แก้รัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นจบเราก็นําไปสู่การเลือกตั้งใหม่ในบรรยากาศที่เปึนรัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นมา ใหม่ แต่สําคัญที่สุดต้องบอกทุกฝ์ายที่เห็นต่างนะเมื่อเลือกตั้งแล้วต้องจบนะครับ ท่านประธาน ใครได้เสียงข้างมากพรรคไหนเปึนรัฐบาลต้องยอมรับกัน อย่าเดินขบวน อย่างประท้วงอีกฉะนั้นบ้านเมืองไม่จบ ฉะนั้นผมจึงเรียนประธานว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมห่วงใยครับ อยากจะให้บรรยากาศการแก้ปัญหาของรัฐบาลนั้นเปึนไปด้วยดี ที่สําคัญ ที่สุดขอให้กําลังใจรัฐบาลครับ วันนี้ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีท่ามกลางความแตกต่างทาง ความคิด แต่ขอให้ท่านยึดมั่นสิ่งสําคัญที่สุดวันนี้ที่หนักกว่าท่านอีกคือเจ้าหน้าตํารวจ เจ้าหน้าที่บ้านเมือง โดยเฉพาะข้าราชการตํารวจ ผู้บัญชาการตํารวจ วันนี้ท่านต้อง เหน็ดเหนื่อยในการแก้ปัญหากับการชุมนุม วันนี้ถ้าท่านไม่ทําอะไรเลยท่านก็ถูกกล่าวหา ว่าท่านไม่ปฏิบัติหน้าที่ แต่วันนี้ถ้าท่านทําอะไรมากท่านก็กลัวว่าจะถูกตําหนิ ฉะนั้นผมขอ เปึนกําลังใจให้ ฉะนั้นผมมีเรื่องกราบเรียนเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ