รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

อนุชา บูรพชัยศรี อภิปรายเรื่องการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานภูมิภาค โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสนับสนุนการขนส่งสินค้าทางอากาศ และการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในระยะที่ 2 เพื่อรองรับผู้โดยสาร และเสนอแนวทางพัฒนาสนามบินภายในประเทศและสนับสนุนการลงทุนในเขตปลอดอากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นายอนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ กระผม นายอนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้มีโอกาสได้อ่านแล้วก็นั่งฟังคําแถลง นโยบายของรัฐบาล ในส่วนของนโยบายที่ผมจะขออภิปรายก็คือข้อ ๓.๓ นะครับ นโยบาย โครงสร้างพื้นฐานและระบบบริหารจัดการขนส่งมวลชนสินค้าและบริการ ซึ่งในข้อ ๓.๓.๔ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมจะขออภิปรายในเรื่องของการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานภูมิภาคและอุตสาหกรรมการบินของไทย เพื่อให้ประเทศไทยเปึนศูนย์กลาง การบินการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าทางอากาศชั้นนําของเอเชียและโลก ท่านประธานครับ นโยบายดังกล่าวได้มีการกําหนดไว้ว่าจะดําเนินการ ในระยะเวลาตาม วาระของรัฐบาลก็คือ ๔ ป้ คราวนี้นอกเหนือจากนโยบายปกติแล้วยังมีนโยบายเร่งด่วน ซึ่งกําหนดไว้ใน ข้อ ๑.๑.๔ ในเรื่องของการพัฒนาขีดความสามารถของท่าอากาศยาน สากล ผมก็อยากจะขอกราบเรียนว่าผมมีความกังวลนะครับ และอยากจะขอเสนอแนะ ดังนี้ครับ

ประการแรกนะครับ เมื่อครั้งที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้มีการประกาศ ว่าจะมีการก่อสร้าง ผมเข้าใจว่าประชาชนชาวไทยทุกคนตั้งความหวังว่าสนามบินแห่งนี้ จะเปึนที่เชิดหน้าชูตา เปึนความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน แต่หลังจากนั้นที่ได้มีการเป่ด ใช้อย่างเปึนทางการเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งผ่านมาเวลาป้กว่าแล้วนี่นะครับ กลับเปึนสิ่งที่ตรงกันข้ามครับ เพราะเนื่องจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีปัญหามากมายครับ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของทางด้านกายภาพ หรือในเรื่องของคุณภาพการให้การบริการ ซึ่งเมื่อช่วงเช้าท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้พูดไปแล้วว่า ในส่วนของลู่วิ่งและทางขับนะครับหรือที่เรียกกันว่า รันเวย์ แล้วก็ แท็กซี่เวย์ มีปัญหา มากมายครับ มีความเสียหายที่จะต้องสิ้นเปลืองงบประมาณอีก ในการที่จะต้อง ไปซ่อมแซม ซึ่ง ณ วันนี้ก็ยังไม่ทราบว่าการซ่อมแซมนั้นได้บรรลุวัตถุประสงค์แล้วหรือยัง หรือว่าจะต้องมีการซ่อมแซมเพิ่มเติมอีก ในส่วนของการที่จะให้คุณภาพในเรื่องของ การบริการ ปัจจุบันผมก็เห็นว่าทุกท่านที่ไปใช้บริการไม่ว่าจะเปึนคนไทยหรือชาวต่างประเทศ ก็จะมีแต่เสียงติมากกว่าเสียงชมครับ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของการจัดจราจรภายใน สนามบินเองก็ดี ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของการเข้าคิวหรือต่อแถวเพื่อที่จะเตรียมรับบัตร โดยสารหรือว่าที่เรียกว่า เช็ก อิน (Check in) หรือการที่จะเข้าคิวหรือว่าต่อแถวเพื่อที่จะ ตรวจหนังสือเดินทาง ไม่ว่าจะเปึนทั้งทางด้านขาออกหรือขาเข้าหรือแม้กระทั่งเรื่อง เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น ในเรื่องของห้องน้ําครับ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของปริมาณก็ดี ในห้องน้ําที่ไม่มีความพอเพียง หรือว่าในเรื่องของการที่จะต้องเดินเปึนระยะไกลมากกว่า จะหาห้องน้ําเจอ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนปัญหา ซึ่งมันมีผลสะท้อนออกมาจากสถาบัน ที่ผมอาจจะขออนุญาตนําเสนอ ก็คือเขาเรียกว่า สกาย แทรค (Sky track) สกาย แทรค เปึนสถาบันที่ปรึกษานะครับ ที่เขามีความเชี่ยวชาญและเขาก็วิจัยในเรื่องของสนามบิน ทั่วโลก ซึ่งเปึนที่ยอมรับของนานาชาติ สกาย แทรคเขาจัดลําดับของสนามบินทั่วโลก เปึนคล้าย ๆ กับการจัดระดับโรงแรมนะครับ ก็คือจะมีในส่วนของ ๕ ดาว ๔ ดาว ๓ ดาว ๒ ดาวไปเรื่อย ๆ จากมูลค่าการลงทุนสนามบินสุวรรณภูมินะครับ ๑๕๕,๐๐๐ ล้านบาท พื้นที่ถึง ๒๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งมากกว่าท่าอากาศยานกรุงเทพหรือที่เราเรียกกันว่าท่าอากาศ ยานดอนเมืองถึง ๖ เท่า ผมเข้าใจว่าพี่น้องประชาชนทุกคนมีความตั้งใจและมุ่งหวังว่า นี่น่าจะเปึน ๕ ดาว แต่ตรงกันข้ามครับ สกาย แทรคสถาบันแห่งนี้ให้ระดับสนามบินสุวรรณภูมิ ของเราเพียงแค่ ๓ ดาวเท่านั้นเองครับ ถามว่าความเข้มงวด ตรงนี้เปึนบรรทัดฐานอะไร อย่างไรในการที่สคาย แทรคให้ ผมจะขออนุญาตพูดถึงสนามบินอื่นนะครับ ยกตัวอย่าง เช่น ใกล้ ๆ บ้านเรานี่เอง ท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เขาได้ ๔ ดาวครับ พูดถึง สนามบินชางฮี ที่ประเทศสิงคโปร์ พูดถึงสนามบินนานาชาติฮ่องกงเขาได้รับ ๕ ดาวครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ละครับ ผมอยากจะให้ทางด้านรัฐบาลได้รีบเร่งเข้ามาปรับปรุงและพัฒนา ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิของเราให้เปึนที่เชิดหน้าชูตา แล้วก็ปรับระดับขึ้นมา โดยเร็วนะครับ ทั้งนี้ผมคิดว่าคงไม่เพียงพอที่เราจะไปประกาศ หรือโฆษณาว่าหอบังคับการบิน สูงสุดในโลกอยู่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือจะไปพูดว่าอาคารผู้โดยสารมีความกว้าง หรือว่ามีพื้นที่มากที่สุดในโลกถึง ๕๖,๓๐๐ ตารางเมตร ไม่มีประโยชน์แล้วครับ ผมคิดว่า ณ ตอนนี้คงต้องยกระดับคุณภาพการบริการในทุก ๆ ด้าน ทั้งนี้ในส่วนของป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่านมามีผู้โดยสารที่เข้ามาใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิถึง ๔๑,๒๐๖,๕๑๒ คนครับ ผมมีความหวังเปึนอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะมีนโยบายในการที่จะเข้าไปพัฒนาอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารเหล่านี้ต้องผิดหวังและเปลี่ยนไปมาใช้สนามบินอื่น

ในเรื่องของการขนส่งทางอากาศที่มีบทบาทต่อการจัดระบบโลจิสติกส์ คุณอลงกรณ์ พลบุตร ได้พูดถึงไปในเบื้องต้นแล้วนะครับ ผมก็อยากจะขอพูดในประเด็นที่ ๒ อยากจะกล่าวว่าในส่วนของต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทยตอนนี้สูงมากครับ เปึนระดับ ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ซึ่งเปรียบเทียบกับไม่ว่าจะเปึนสหรัฐอเมริกา หรือว่า ในส่วนของทางด้านญี่ปุ์น ของเขาอยู่ที่ประมาณแค่ ๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะฉะนั้น จากศักยภาพ ภูมิศาสตร์แล้วก็เปัาหมายของการที่จะเปึนศูนย์กลางในการบินของ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผมคิดว่าเปึนไปได้สูง เพราะฉะนั้น จะต้องกําหนดบทบาทของสนามบินภายในประเทศ ไม่ใช่เฉพาะที่สนามบินสุวรรณภูมิ อย่างเดียวนะครับ แต่พูดถึงในส่วนของสนามบินภูมิภาคทั่วประเทศด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้ มีการทิ้งปล่อยร้างไว้มากมาย เพราะฉะนั้นสนามบินต่าง ๆ ควรจะมีการพัฒนาในส่วนของ การบริการขั้นพื้นฐาน แล้วก็พัฒนากิจกรรมสนับสนุนไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของไอทีก็ดี หรือว่าในเรื่องของตัวการที่จะให้บริการทางด้านภาคพื้นดินที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้นะครับ ผมอยากจะขอกล่าวสั้น ๆ ด้วยเวลาที่จํากัดก็คือว่าในเรื่องของการที่มีการจัดตั้งเขตปลอดอากร หรือที่เรียกว่า คัสตอม ฟรี โซน (Custom free zone) มีการลงทุนไปมากเลยครับ ที่ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ แต่ ณ วันนี้ไม่เปึนที่ยอมรับ หรือว่ายังไม่มีความสนใจในส่วนของหมู่ธุรกิจ อย่างกว้างขวาง ก็อยากจะให้รัฐบาลได้รีบเข้าไปสนับสนุนแล้วก็จัดนโยบายให้ชัดเจน

ประเด็นที่ ๓ เรื่องอุตสาหกรรมการบินของไทยที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง ทางอากาศ กระผมอยากจะเสนอแนะให้รัฐบาลได้เร่งสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสายการบิน สินค้าโดยเฉพาะ หรือที่เรียกว่า คาร์โก แอร์ไลน์ เพราะว่าเมื่อป้ ๒๕๕๐ สินค้าที่เข้าออก แล้วก็แวะพักที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีถึง ๑,๒๖๑,๑๔๘ ตันแต่สายการบินไทย สายการบินแห่งชาติของเราอยู่ในอันดับที่ ๒๗ ของโลกในเรื่องของการขนส่งสินค้าทางอากาศ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับทางสนามบินท่าอากาศยานที่กัวลาลัมเปอร์เขามีสินค้าที่แวะเข้ามา เข้าออกเพียงแค่ ๖๗๐,๗๙๐ ตันในป้ที่ผ่านมา แต่ลองไปมองดูนะครับ มาเลเซียน แอร์ คาร์โก เขาอยู่อันดับที่ ๒๑ นะครับ ในการที่ขนส่งสินค้าทางอากาศ สูงกว่าการบินไทยถึง ๖ อันดับ ถามว่าเพราะอะไรครับ ถึงแม้ว่าการขนส่งสินค้าของทางด้านที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ จะต่ํากว่าเราเกือบครึ่งหนึ่ง เพราะเราไม่ได้มีในการที่จะจัดตั้งสนามบิน ขอโทษครับ สายการบินในเรื่องของการขนส่งทางอากาศอย่างจริงจัง มาเลเซียน แอร์ คาร์โก เขามี เครื่องบินขนส่งสินค้าแบบโบอิ้ง ๗๔๗ ถึง ๙ ลํา สิงคโปร์ แอร์ไลน์มีเครื่องบินขนส่งสินค้าโบอิ้ง ๗๔๗ ถึง ๑๔ ลํา สายการบินไทยไม่มีเลยครับ โบอิ้ง ๗๔๗ ลําหนึ่งขนส่งได้เกือบ ๑๒๐ ตัน สายการบินไทยเราขนส่งได้แค่เพียงประมาณ ๒๐ ตันเท่านั้นครับ ภายใต้เครื่องบินที่รับส่ง ผู้โดยสารนอกจากนี้นะครับ เนื่องจากเวลาจํากัดผมอยากจะขออนุญาตเปึนประการสุดท้ายเลย ก็แล้วกันนะครับ ผมอยากจะให้มีนโยบายชัดเจนในการขยายก่อสร้างท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิในระยะที่ ๒ เพื่อรองรับผู้โดยสารนะครับ ปัจจุบันนี้ได้แค่เพียง ๔๕ ล้านคน เพราะฉะนั้นอย่างที่ผมเรียนไปแล้วในป้ที่ผ่านมามีถึง ๔๑ ล้านคนแล้ว จึงอยากให้มีการใช้ ประโยชน์ในส่วนของท่าอากาศยานกรุงเทพฯ หรือที่ดอนเมืองมาพิจารณากันดูอีกทีว่า จะเปึนอะไรกันแน่ เปึน โลว คอสท์ (Low cost) หรือว่าจะเปึนอะไรนะครับ ซึ่งนอกจากนี้ ควรจะต้องให้ความสําคัญในเรื่องของท่าอากาศยานที่ดูแลโดยกรมการขนส่งทางอากาศ ในส่วนของภูมิภาคอีก ๒๖ สนามบินด้วย ไม่รวมถึงอู่ตะเภา

สุดท้ายนี้ท่านประธานครับ ผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้ โอกาสผมในฐานะ ส.ส. ใหม่ได้รับการเลือกตั้งมาสมัยแรกได้มีโอกาสพูดในสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ ก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าในส่วนของประสบการณ์ที่ผมได้มีโอกาสได้ทํา ธุรกิจแล้วก็เปึนผู้บริหารมากว่า ๒๐ ป้นะครับ ทางรัฐบาลจะได้นําข้อเสนอแนะที่ผมได้ อภิปรายไปในวันนี้มาใช้ประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินครับ กราบขอบพระคุณครับ