สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๗ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

ชํานาญ ภูวิลัย หารือเรื่องการกระจายอำนาจสู่ภูมิภาค โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการเข้าใจกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของผู้บริหารท้องถิ่น และเสนอแนะว่าควรรวบรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าเป็นประมวลกฎหมายเพื่อความเข้าใจและตรวจสอบได้ง่าย นอกจากนี้ยังเสนอแนะให้มีการอบรมและให้ใบประกาศนียบัตรแก่ผู้ที่ต้องการเข้าเป็นผู้บริหารท้องถิ่น

นายชํานาญ ภูวิลัย

ครับ กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สสร. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ กระผม ชำนาญ ภูวิลัย สสร. หมายเลข ๐๒๑ เปึ้นตัวแทนมา จากภาครัฐในส่วนของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านนะครับ ผมอยากจะมาพูดเรื่องการกระจาย อำนาจสู่ท้องถิ่น เพราะว่าการอยู่ชนบทได้เห็นการกระจายอำนาจที่เปึนมาประมาณ สัก ๑๐ ป้ที่ผ่านมา ชนบทของพวกเราเจริญขึ้นอย่างมาก ได้เห็นสิ่งอำนวยความสะดวก ต่าง ๆ เกิดขึ้น ประชาชนในชนบทก็ตื่นตัวขึ้นมาก เพื่อรองรับความเจริญ ซึ่งในเมืองวิ่งไป ก่อนนานแล้ว ปัญหาของการกระจายอำนาจที่มีประเด็นอยู่หลายข้อนะครับ เปึ้นต้นว่า การถูกครอบงำโดยฝ์ายการเมืองและระบบราชการ ปัญหาความโปร่งใส และกลไก การตรวจสอบล้มเหลวนะครับ และก็ปัญหาการศึกษา การพัฒนาคนและการมีส่วนร่วม ของประชาชนในท้องถิ่นนะครับ ปัญหาทั้งหลายเหล่านี้ผมอยากจะสรุปร่วมว่าเกิดจาก ปัญหาของกฎหมายนะครับ เพราะว่าบ้านเรามีกฎหมายมากเกินไป คนที่เปึนสมาชิกหรือ เปึ้นผู้บริหารท้องถิ่นไม่เข้าใจกฎหมายของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเปึน พรบ. ลักษณะ ปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ คนที่เปึนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็ไม่เข้าใจกฎหมายของท้องถิ่น เช่น กฎหมายสภาตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล และกฎหมายเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ อย่างนี้ นี่คือปัญหานะครับ แม้แต่คนที่เปึ้นสมาชิกท้องถิ่นเองยังไม่รู้กฎหมายของตน เพราะฉะนั้นการมีอํานาจ การใช้อํานาจหน้าที่ ใช้สิทธิและก็เข้าไปดําเนินการในท้องถิ่น เมื่อไม่รู้ ไม่เข้าใจ ปัญหาต่าง ๆ ที่ว่ามาเมื่อสักครู่ก็เลยเกิดขึ้นนะครับ เพราะว่าเวลาที่มี อำนาจหน้าที่ในการเปึ้นผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น แต่ไม่เข้าใจกฎหมาย ไม่เข้าใจอำนาจหน้าที่ของตน ก็ย่อมถูกครอบงำได้ง่าย ก็ย่อมมีปัญหาเรื่องการทำงานที่ ไม่เข้าใจ ไม่สามารถที่จะสร้างความโปร่งใสไปสู่พี่น้องประชาชนได้นะครับ เพราะฉะนั้น ปัญหาเรื่องการศึกษา การทำความเข้าใจกฎหมายจึงเปึนเรื่องสำคัญ อยากจะนำเสนอ สภาแห่งนี้ว่าน่าจะรวบรวมบรรดากฎหมายต่าง ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องอยู่ในภูมิภาค เปึนต้นว่า พรบ. ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การ บริหารส่วนตำบล พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ หรือกฎหมายเกี่ยวกับราชการ ภูมิภาค และกฎหมายอีกเยอะนะครับที่กระจัดกระจายอยู่ บางทีไม่สามารถที่จะสรุป ไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่ากฎหมายใดอยู่ตรงไหนบ้าง นี่คือปัญหาของประเทศชาติ ที่เปึนมานานนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จี้เข้าไปถึงจุดนี้ให้ด้วย ว่าจะต้องมีการรวบรวม พรบ. ต่าง ๆ ที่ใช้ในภูมิภาคเข้าเปึนฉบับรวม อาจจะเปึนลักษณะของประมวลกฎหมาย ซึ่งเราเคยมีในกฎหมายอาญานะครับ ไม่เช่นนั้นแต่ละคนต่างทำต่างรู้แต่กฎหมายของตน นี่คือเปึ้นจุดอ่อนที่สุดของชนบทนะครับ ผมถึงย้ำว่าแม้แต่กำนันผู้ใหญ่บ้านของพวกผม เองยังไม่ได้อ่านเลย พรบ. ลักษณะปกครองท้องที่ยังไม่รู้เลย ต้องไปถามนายอำเภอ ต้องไปถามปลัด แม้แต่กฎหมาย พรบ. เทศบาล กฎหมายสภาตำบล องค์การบริหาร ส่วนตำบล ไปถามผู้ว่าราชการจังหวัดยังต้องหันมาถามปลัดนะครับ เพราะว่าท่านก็ไม่ได้ อ่านเหมือนกัน นี่คือปัญหาของประเทศชาติของเรา จึงขอพูดในที่ประชุมแห่งนี้ว่าอยากให้ สรุปรวมเพื่อให้เปึ้นภาพเดียวกัน เพื่อให้ตรวจสอบดูง่าย เพื่อให้เกิดความเข้าใจได้ง่าย แต่ในระหว่างที่ยังไม่สามารถทำได้ ในระหว่างที่เริ่มใช้ ผมอยากจะให้มีหน่วยงาน ฝ๊กอบรมและก็ให้ใบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้ที่ต้องการจะเข้าไปเปึนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เปึ้นสมาชิก อบต. เปึ้นผู้บริหารท้องถิ่น เปึ้นสมาชิกเทศบาล พวกเหล่านี้จะต้องบังคับให้ ผ่านการอบรมให้รู้เรื่องเสียก่อนว่าท่านจะเข้าไปตรงนั้นท่านรู้เรื่องหรือยัง เวลาอบรมก็ต้อง สอบผ่านเสียก่อนถึงออกใบประกาศให้ ถ้าไม่มีตัวนี้ห้ามสมัคร เพราะว่าสมัครเข้าไปก็เปึ้น เหยื่อเขานะครับ แม้แต่นายก อบต. ก็เปึนเหยื่อของปลัด อบต. เปึ้นเหยื่อของท้องถิ่น อำเภอเพราะว่าตนเองไม่รู้ ไม่ได้เรียนรู้ ไม่ได้ศึกษาไว้ก่อน ปัญหาเหล่านี้ยิ่งใหญ่มาก นะครับ เปึนปัญหาใหญ่ของประเทศชาติ เพราะว่าคนไทยถ้าไม่บังคับไม่ทําครับ ไม่บังคับ ให้เรียนก็ไม่เรียน ไม่มีผลประโยชน์ก็ไม่อ่าน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึ้นฉบับที่จะต้องดีที่สุดและก็เข้าถึงภาพรวมภาพใหญ่ได้มากที่สุด ต่างคนต่างพูด ต่างคนต่างเสนอผลประโยชน์ของตน ไม่มีข้อยุติหรอกครับ เราก็อยากจะ ให้บ้านเมืองเราอยู่กันอย่างสงบสุขสมานฉันท์ ผมในฐานะที่มาจากสายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็มีความภาคภูมิใจ ดีใจที่ภาพรวมส่วนมากต้องการกระจายอำนาจไปสู่ภูมิภาค ซึ่ง หมายถึงงบประมาณด้วย ซึ่งเราเห็นว่ามันเปึนความจำเปึนแล้วในยุคนี้ ถ้าเรายังช้าอยู่ ความเจริญของเราก็จะช้าไปด้วย ถ้าเรารีบทําเร็วเท่าไรความเจริญก็จะยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น เราจะแก้ปัญหาเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงก็พูดได้ครับ เขียนให้สวยงามอย่างไรก็เขียนได้ แต่แก้ไขให้เปึ้นรูปธรรมไม่ใช่ง่ายครับ เปึนเรื่องที่ยากมากนะครับ ก็เหมือนกับองค์กร ท้องถิ่นถูกครอบงำนี่แหละ การแก้ปัญหาไม่ให้ถูกครอบงำย่อมมีวิธีการซึ่งต้องบังคับให้ มีความรู้ มีความเข้าใจ การมีความรู้ มีความเข้าใจ ต่อเนื่องไปถึงความภาคภูมิใจด้วย นะครับ ว่าตัวเองรู้แล้วมีความภาคภูมิใจอยากจะทํา คนไทยทุกคนมีความรักประเทศชาติ มีความต้องการให้ประเทศชาติตนเองร่ํารวย เจริญก้าวหน้า แต่ว่าความไม่เท่าเทียมทําให้ ทุกคนต่างยื้อแย่งผลประโยชน์กัน ตรงนี้ละครับ ถ้าเราไม่ทําเขาก็ทํา อันนี้คือแนวคิดของ พื้นฐานชาวบ้าน ถ้าเราไม่เอา เขาก็เอา เราจะนิ่งอยู่ทําไม อันนี้เราจะแก้อย่างไร นี่คือปัญหานะครับ คนดี ๆ ก็เลยพลอยเสีย ไปด้วย จริง ๆ คนที่ตั้งใจดีมีมากมายจนบ้านเมืองเราอยู่รอดมาถึงทุกวันนี้ แต่ว่าแนวคิด ว่าเราไม่เอา เขาก็เอา ทำให้คนดี ๆ พลอยกระโจนลงไปในสิ่งซึ่งสกปรกโสมมในสังคม ไปด้วย ผมก็มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่อยากจะให้เกิดความสมานฉันท์ วิธีที่จะให้สมานฉันท์ใน สังคมเดี๋ยวนี้มีวิธีเดียวเท่านั้นคือให้เขาได้มีส่วนเท่าเทียมกัน ผมขออนุญาตพูดถึง ค่าตอบแทนนิดหนึ่งนะครับว่าพวกเรากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน บางท่านอาจจะไม่รู้เลย กำนันได้ ๕,๐๐๐ บาท ผู้ใหญ่บ้าน ๔,๐๐๐ บาท ผู้ช่วยฯ ๒,๕๐๐ บาทนะครับ เปึ้นอย่างนี้ นี่เพิ่ง ขึ้นมาใหม่ ๆ เมื่อป้ที่แล้วนี่เองนะครับ แต่ก่อนต่ำกว่านี้เยอะ แต่สมาชิก อบต. ซึ่งมาจาก ส่วนของหมู่บ้านใกล้ ๆ กันนั่นแหละ บ้านใกล้ ๆ กัน เปึนลูกน้องของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้ ๕,๐๐๐ กว่าบาทครับ นี่คือความไม่เท่าเทียม ทำให้เกิดปัญหาความสมานฉันท์ ทำให้ เกิดปัญหาภาพของความไม่ปรองดอง เพราะฉะนั้นอยากให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้สรุป รวบรวมเสีย ปรับใหม่เสียว่ากฎหมายต่าง ๆ ที่มันกระจัดกระจายอยู่รวมกันเข้ามา แล้วก็ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเขามีที่นั่ง ที่ยืนที่เหมาะสม และท้องถิ่นก็สามารถที่จะ ใช้ประโยชน์จากพวกเราได้ ให้เกิดประโยชน์พอเหมาะพอควรไปด้วยกัน โดยเฉพาะ การตรวจสอบสำคัญมาก เมื่อท่านกระจายอำนาจลงไปท่านต้องใส่วิธีการตรวจสอบ เมื่อเช้าผมได้ฟังกรรมาธิการยกร่างฯ ท่านก็พูดถึงสภาประชาชน เราพอใจมากนะครับ อยากจะให้มีสภาประชาชน เพราะว่าการตรวจสอบจะเปึนกำลังใจให้ผู้ที่เขาบริสุทธิ์ ผู้ที่เขาจริงใจ ผู้ที่เขาศรัทธาที่จะสร้างคุณประโยชน์ให้บ้านเมือง ไม่ใช่ว่าปล่อยให้คนที่ ทำผิดลอยนวล คนที่ตั้งใจทำงานก็ไม่เห็นมีใครมาตรวจสอบคนผิดให้เขาเห็น นี่คือ เรื่องใหญ่มากของประเทศชาตินะครับ ผมก็อยากฝากท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ว่าหาที่นั่ง ที่ยืนที่เหมาะสมของคนที่อยู่ในที่เดียวกันให้มันอยู่ได้ด้วยกัน ไม่ใช่ว่าคนหนึ่งอยู่ แบบสบาย อีกคนหนึ่งมีงานให้ทำมากมาย แต่ว่าอยู่อย่างลำบาก มีค่าตอบแทนที่ลำบาก อย่างนี้มันจะเปึนความสมานฉันท์ได้ยากนะครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ขอบคุณครับ