สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๖ · ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หารือเรื่องการประสานงานภาคอีสาน โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการลาออกของกรรมาธิการภาคอีสาน และเรียกร้องให้รีบสรรหาบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งในกรรมาธิการภาคอีสานใหม่

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตก่อนที่จะเข้าวาระนี้ ผมจะขออนุญาตหารือท่านประธาน เพราะว่าเปึ้นเรื่อง สำคัญที่ผมคิดว่าสภาเราแห่งนี้สมควรที่จะต้องหยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาพิจารณา ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานอนุญาต ผมจะขอกราบเรียนท่านประธานและที่ประชุม ในฐานะที่ผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า งานส่วนใหญ่ก็กำลังดำเนินการไปได้ด้วยดี ผมเองนั้น ได้ประสานกับภาคต่าง ๆ และจังหวัดต่าง ๆ และก็คิดว่างานน่าจะดำเนินการไปได้และก็ แล้วเสร็จในระยะเวลา แม้จะเกิดความยากลำบาก แต่ท่านประธานครับ ผมต้อง กราบเรียนท่านประธานพร้อมกับปรึกษาท่านสมาชิกว่าเราจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างไร คือในการประสานงานกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็คือภาคอีสาน ผมขอเรียกสั้น ๆ ว่าอย่างนั้นก็แล้วกัน ปรากฏว่ากรรมาธิการรับฟัง ความเห็นของภาคอีสานนี่ จำนวนผู้ที่เปึนกรรมาธิการร่อยหรอลงไปเรื่อย ๆ จากเดิมที่เรา กําหนดกันไว้ในข้อกําหนดว่าระหว่าง ๙ ถึง ๑๓ แต่ปรากฏว่าในปัจจุบันนี้สมาชิกที่เปึน กรรมาธิการอยู่น้อยกว่า ๙ ท่าน แล้วเมื่อไม่สามารถที่จะเปึนมติของกรรมาธิการได้ ผมในฐานะผู้ที่จะประสานและที่จะกำหนดบทบาทและกฎเกณฑ์ในการที่จะดำเนินการ ต่อไปในภาคอีสาน ก็เกิดความอิหลักอิเหลื่อ เพราะเมื่อไม่เปึ้นมติก็ไม่สามารถที่จะทำงาน ในรายละเอียดต่อไปได้ ผมก็ชะงัก คำถามที่ผมอยากจะกราบเรียนถามท่านประธานและ เพื่อนสมาชิกที่อยู่ในกรรมาธิการภาคอีสาน ว่าเหตุใดท่านจึงพร้อมใจกันค่อย ๆ ลาออกไป เรื่อย ๆ จนปัจจุบันนี้ทราบว่าลาออกจนถึง ๘ ท่านจาก ๑๒ ท่านแล้ว ถูกต้องหรือไม่ แล้วปัจจุบันนี้ถ้าท่านประธานจะพิจารณาดู เราเคยยกเว้นข้อบังคับของสภานิติบัญญัติ แห่งชาติที่ใช้เปึนข้อบังคับของพวกเราโดยอนุโลม แล้วในเรื่องนี้เราก็ได้ตั้งขึ้นมาใหม่ก็คือ เราก็มีข้อบังคับหรือมีข้อกำหนดที่พวกเราได้กำหนดขึ้นมาแทนการยกเว้น คือมีการ เปลี่ยนแปลงของข้อบังคับตามที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติใช้ และเราก็มีการเปลี่ยนแปลง คือให้จำนวนกรรมาธิการแต่ละคณะโดยเฉพาะคณะที่ประจำภาคภาคนั้น ภาคละ ๙ ถึง ๑๓ ท่าน จะเกินก็ไม่ได้ จะขาดก็ไม่ได้ ถ้าขาดก็ไม่สามารถที่จะประชุม หรือว่ามีมติที่จะให้กระทำกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดได้ แล้วในขณะเดียวกัน การเบิกจ่ายเงินก็จะเปึนโมฆะทั้งหมด การกระทำก็เบิกจ่ายเงินไม่ได้ทั้งหมด แล้วมติของ กรรมาธิการภาคอีสานที่จะเกิดขึ้นก็เลยกลายเปึนผูกพันกับกรรมาธิการส่วนอื่น อย่างเช่น กรรมาธิการของผมที่ประสานการมีส่วนร่วม จะต้องรับฟังมติจากกรรมาธิการภาคอีสาน เพื่อที่จะกำหนดมติว่าพวกผมจะลงไปช่วย จะไปทำเมื่อไร ที่ไหน ผมก็มีปัญหาเบิกจ่าย มีปัญหาเรื่องความชอบธรรม ความถูกต้องไปด้วยทั้งสิ้น ท่านประธาน จะเห็นได้ว่านี่คือรูปธรรมที่ผมไม่สามารถที่จะลงไปทำได้ ผมเพิ่งกลับมาจากภาคใต้ เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่แล้วนี้ผมก็ได้มีโอกาสจะเรียกว่า ปฐมนิเทศ หรือว่าไปตกลง หรือว่าไปขอให้จังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ช่วยกันมีส่วนร่วมว่า เราจะไปกำหนดวิธีการรับฟัง ความเห็นจากประชาชนอย่างไร ซึ่งก็บรรลุวัตถุประสงค์อย่างดียิ่ง แต่พอผมนึกถึง ภาคอีสาน ผมยังไม่รู้ว่าผมจะเดินต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อขณะนี้กรรมาธิการของท่าน ทยอยกันลาออกอย่างนี้ ผมคิดว่าท่านต้องบอกได้ไหมครับว่าทําไมท่านจึงลาออก ผมก็ไม่เข้าใจ พอท่านลาออกแล้วผมก็ทำงานต่อไม่ได้ แล้วผู้ที่ลาออกก็คงจะต้องชี้แจง นะครับว่าทําไมท่านถึงลาออก แล้วลาออกไปด้วยเหตุผลอะไร แล้วเราจะแก้ปัญหานี้ อย่างไร ท่านประธานครับ ในเมื่อองค์ประกอบของกรรมาธิการประจําภาคอีสานไม่ครบ แล้วมติใดก็ตามจะอ้างว่าได้แยกกันไปว่าให้แต่ละคนไปจัดเอา ๗๖ จังหวัด ไปจัดสรร เอาตามภาคมา ถ้ามาท่านประธานก็ทราบดีว่าระบบของรัฐสภาจะต้องให้การยอมรับจาก กรรมาธิการ เฉกเช่นเดียวกันกับการที่เราได้ ๗๖ จังหวัดมา อีกสักครู่เราก็จะต้องน้ำ รายชื่อทั้งหมดมาเสนอต่อสภาแห่งนี้ มิได้ตัดขาดให้กรรมาธิการไปดำเนินการได้เลย เราต้องกลับมาดูและอนุมัติโดยสภาแห่งนี้ เช่นเดียวกันเมื่อจะมีอนุฯ หรือมีกรรมาธิการ ท่านหนึ่งท่านใดไปสรรหาบุคคลในจังหวัดมา ก็จำเปึ้นที่จะต้องให้กรรมาธิการทั้งคณะ รับรองความถูกต้องและมีมติอนุมัติ จึงนําเข้าสู่สภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้ ระบบมันเปึ้น อย่างนั้น เพราะฉะนั้นถ้ากรรมาธิการของภาคอีสานมีจํานวนคนไม่ครบ การรับรอง ก็เกิดไม่ได้ สภาแห่งนี้จะรับรองผลต่อก็ทำไม่ได้ จะผิดขั้นตอนตามกฎหมายไปหมดเลย มันก็เลยทําให้คนที่ทํางานประสานต่อก็ทํางานไม่ได้ต่อไปอีก เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ มีทางเดียวครับที่ผมมองเห็น คือเราจะต้องรีบสรรหาบุคคลเข้าไป ดํารงตําแหน่งในกรรมาธิการภาคอีสานใหม่ทั้งหมด โดยไม่ป่ดกั้นผู้หนึ่งผู้ใด ผมคิดว่า ทุกท่านในห้องนี้หรือตัวกรรมาธิการภาคอีสานเดิมทุกท่านย่อมมีสิทธิที่จะสมัครกันใหม่ และดําเนินการเสีย และต้องทําให้เสร็จ ผมคิดว่าถ้าท่านทําไปเลยวันนี้ ผมเกรงเหลือเกิน ว่าเราจะต้องตั้งกรรมาธิการประจําจังหวัดอีก แล้วท่านจะทํางานกันอย่างไร ผมคิดว่า จะสะดุดปัญหาไปหมด แล้วผมก็ไม่รู้ว่าผมจะไปรับฟังความเห็นประชาชน แล้วเอาข้อมูล มาให้กับกรรมาธิการยกร่างฯ ได้อย่างไร ท่านประธานเห็นปัญหาไหมครับ เพราะฉะนั้น ท่านต้องแก้ปัญหา แล้วอยากจะถามว่าผู้ที่ทยอยกันลาออกนับตั้งแต่คุณการุณ ใสงาม เปึ้นคนแรก ถัดลงมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ผมได้ยินมา ผมไม่ทราบข้อเท็จจริง ได้ยินว่าลาออกไปจนถึง ๘ คนแล้ว เหลืออยู่เพียงแค่ ๓ – ๔ คน ถามว่าท่านลาออก ด้วยเหตุผลใด ทำไมท่านไม่ทำงาน แล้วท่านลาออกแล้วจะเอากันอย่างไรต่อ ในเมื่อกรรมาธิการมันไม่ครบองค์ประกอบแล้วทํางานไม่ได้แล้ว ก็จะต้องรีบสรรหาใหม่ ท่านเห็นด้วยหรือไม่ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน