สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๐

การุณ ใสงาม ยืนกรานว่าข้อเสนอการแปรญัตตินั้นเป็นไปตามที่ได้หารือเมื่อวานนี้แล้ว และไม่ต้องการอภิปรายซ้ำอีกต่อไป นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ถือว่าหมายเรียกรัฐสภาเป็นโทษตามกฎหมาย และหารือเรื่องการปรับแก้ไขข้อบังคับการประชุมของสภาเพื่อให้การออกคำสั่งเรียกบุคคลมีลักษณะชัดเจนและเป็นไปตามกระบวนการ

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม นะครับ สสร. ในฐานะผู้แปรญัตติฉบับนี้นะครับ ข้อเสนอของการแปรญัตติก็เปึนไปตาม ที่ได้อภิปรายเมื่อวานนี้ไปแล้ว ซึ่งจะไม่อภิปรายซ้ํา ที่โดยหลักก็คือว่า ให้ถือว่าคําสั่ง เรียกนั้นเปึนหมายเรียกรัฐสภา บุคคลใดฝ์าฝ๋นหมายเรียกรัฐสภา ให้มีโทษตามที่กฎหมาย บัญญัติไว้ ก็จะไม่อภิปรายในส่วนนี้ซ้ํา ทางคณะกรรมาธิการเมื่อคืนนี้บอกว่า ก็ยินดีที่จะ ปรับถ้อยคำว่าจะให้เปึนว่า ทั้งนี้เปึนไปตามที่กฎหมายบัญญัติ นะครับ ก็เห็นว่า ถ้อยคำนั้น ข้อเสนอนั้นมาถึงตอนเช้าวันนี้ ถ้ามีข้อเสนอใหม่อย่างนี้ กรรมาธิการจะถอน ข้อเสนอนั้นหรือไม่ นี่ประการที่ ๑ ที่เสนอไว้แล้วตั้งแต่เมื่อวาน

ประการที่ ๒ ครับ ข้อเสนอใหม่ที่ท่านจรัญได้นำเสนอต่อที่ประชุมนั้น ก็เปึนข้อเสนอที่ดีนะครับ แต่ถ้าหากได้ปรับบางอย่างซึ่งเปึนการปรับที่เหมือนเดิม กับของกรรมาธิการ และเปึ้นบทบัญญัติที่เขียนต่อเนื่องกันมาทุกรัฐธรรมนูญ มาจนถึง รัฐธรรมนูญร่างนี้ก็เขียนต่อเนื่องกันมา ด้วยเหตุที่การทําหน้าที่ของกรรมาธิการ ท่านประธานครับ มีทั้งทำในลักษณะของการสอบสวน ท่านประธานครับ มีทั้งลักษณะ ของการทำหน้าที่อย่างการสอบสวนเรื่องใด ๆ กับหน้าที่ของการศึกษาในเรื่องใด ๆ อีกเช่นกัน ทำไมกรรมาธิการจะต้องศึกษาในเรื่องใด ๆ ด้วย ที่กรรมาธิการต้องศึกษา ในเรื่องใด ๆ เพราะต้องการความลึก ความละเอียด ความรอบคอบในเรื่องนั้น ๆ จากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ เพื่อใช้อะไรครับ เพื่อใช้ในการ วินิจฉัยหรือตัดสินใจในการลงมติในญัตติใด ๆ ในกฎหมายใด ๆ ท่านเห็นไหมครับ นี่คือ ความจำเปึน เพราะฉะนั้นงาน ด้วยเหตุที่เปึนงาน ๒ อย่างนี้ ด้วยเหตุที่เปึนงาน ๒ อย่างนี้ ข้อความจึงเขียนมาตลอดเลยนะครับ ในมาตราที่เปึนมาตรางานของคณะกรรมาธิการ จะเขียนไว้เหมือนกันก็คือ คณะกรรมาธิการตามวรรคหนึ่ง จะบัญญัติเหมือนกันเลยครับ ย่อมมีอํานาจออกคําสั่งเรียกเอกสารจากบุคคลใด จากบุคคลใด ท่านเห็นไหมครับ หมายถึงทุกคนที่รู้เรื่องนั้นอย่างละเอียดและลึกซึ้ง และเปึ้นเจ้าของเรื่อง ด้วยเหตุที่งานมี ๒ ลักษณะนี้ จึงใช้คำว่า จากบุคคลใด เพราะฉะนั้นถ้าท่านมาข้อแก้ถ้อยคำตรงนี้ว่าเปึ้น จากเจ้าหน้าที่ในฝ์ายบริหารและบุคคลที่เกี่ยวข้อง จะทำให้ไม่เพียงพอและครบถ้วน ในการทำหน้าที่และทำงานของคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวกับเรื่องการศึกษาในเรื่องใด ๆ ท่านประธานครับ แต่ที่เน้นในส่วนที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมส่วนนี้ของพวกเรานะครับ ก็คือว่า เราเน้นตรงที่กรณีคำสั่งเรียกที่มีลักษณะของการต้องสอบสวน สำคัญนะครับ ที่มีลักษณะ ของการต้องสอบสวนในเรื่องใด ๆ ซึ่งแตกต่างจากเรื่องที่ศึกษานะครับ และถ้ามี บทบัญญัติอย่างนี้แล้ว ต่อไปจะมีกฎหมายพ่วง กฎหมายเบื้องต้นที่เปึ้นหลักปฏิบัติของ พวกเรา ไม่ถือเปึนกฎหมายหรอกครับ นั่นคือกฎเกณฑ์กติกาของข้อบังคับ ข้อบังคับการประชุมของสภาทั้งหมดทุกสภา ของ ผู้แทนก็ตาม สว. ก็ตาม รัฐสภาก็ตาม จะต้องไปออกข้อบังคับปรับปรุงแก้ไขในส่วนนี้ แก้ไขให้สอดคล้องและเกี่ยวข้องกับอํานาจของการที่จะทําการสอบสวน และที่จะมีคําสั่ง เรียกในลักษณะของการสอบสวนให้ชัดเจน ว่าการจะออกคำสั่งเรียกในสถานะของการ สอบสวนนั้น จะต้องเรื่องนั้น ไม่ใช่เรื่องทั่วไปนะครับ ไม่ใช่อยากเรียกผู้ว่ามาโขลกสับ ไม่ใช่อยากเรียกอธิบดีกรมการปกครองมาขอย้ายผู้ว่า ไม่ใช่เรียกรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยเพื่อจะมาของบประมาณ ไม่ใช่เรียกกรมชลประทานมาเพื่อจะขอ งบประมาณ กรมทางหลวงมาของบประมาณไม่ใช่ครับ แต่จะต้องมีมติในกรรมาธิการนั้น บอกว่า เรื่องนี้บัดนี้เข้าสู่ขั้นถึงขั้นของการสอบสวนแล้ว เพราะพบเบาะแสแห่งการทุจริต แล้ว มติก็จะออกมาเปึนอย่างนั้นครับ ข้อบังคับจะต้องเขียนไปอย่างนี้ครับ ว่าต้องมีมติ ของคณะกรรมาธิการได้ยกสถานะเรื่องนั้น เปึนเรื่องของการสอบสวนแล้วเห็นไหม บุคคล ที่อยู่ในข่ายแห่งการถูกออกหมายเรียกคือ ๑ ๒ ๓ เฉพาะเท่านั้น เอกสารที่จะต้องออกขอ หมายเรียกมาคือ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เมื่อมตินี้ได้เรียบร้อยแล้วนะครับ กระบวนการขั้นตอน ข้อบังคับจะต้องไปออกต่ออีกครับ ว่าเมื่อมติเปึนอย่างนี้มีกำหนดตัวบุคคลแล้ว สถานะ แห่งการยกระดับขึ้นไปสู่การสอบสวนแล้ว ข้อบังคับจะต้องเปึนคําสั่งเรียกรัฐสภาแล้ว เห็นไหม การที่จะเสนอคําสั่งเรียกรัฐสภาก็มีกระบวนการออกคําสั่งเรียกรัฐสภา มันจะมี วิธีการที่ละเอียดรอบคอบเปึนขั้นเปึนตอน ไม่ใช่นึกอยากส่งเดช นึกอยากทําตามอําเภอใจ ของนักการเมืองแบบที่ท่านเคยเห็นใช้ไม่ได้นั่นน่ะซึ่งก็มี ก็เหมือนกับตำรวจที่ใช้ไม่ได้ ที่ เปึ้นพนักงานสอบสวนสัญญาบัตรที่มีหมายเรียกหรือคำสั่งเรียกบุคคลมา เหมือนกันครับ ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ไม่ได้ก็มี ที่ดีมีคุณภาพก็มี เจ้าหน้าที่ที่ไม่มีคุณภาพอย่างนั้นก็จะ ถูกฟัองในคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบอยู่เรื่อยร่ำไปนั่นแหละ เหมือนกันครับ แล้วเราจะควบคุม นักการเมืองที่พฤติกรรมที่มีอย่างนั้นได้ไหม ได้ โดยข้อบังคับจะบอกเลยครับว่า เรื่องที่จะ สอบสวนนั้นคุณจะมาเปึนพฤติกรรมคนเดียวสองคน กลุ่มเดียวกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้ คุณ จะต้องยกฐานะเรื่องนั้นขึ้นสู่การสอบสวนแล้ว เปึนมติ และการสอบสวนนั้นคุณจะต้อง ระบุด้วยว่าเรื่องคนที่เกี่ยวข้อง คุณไม่ใช่จะเรียกเรื่อยเป๋ือยไปใครต่อใครเรียกมาไม่ใช่ คุณจะต้องกำหนดตัวเลย บุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสอบสวนเปึ้นอย่างไร เห็นไหมครับ ท่านครับ คนที่จะสั่งลงชื่อเซ็นชื่อในคำสั่งเรียก ที่มีลักษณะเปึนหมายเรียก หรือเปึนคำสั่ง เรียกก็ตามนี่นะครับ ไม่ใช่ สว. สส. ที่ท่านเห็นว่าเปึนพวกที่ส่งเดช เหมือนอย่างที่ท่านเคย เห็นไม่ใช่ คนเหล่านี้ไม่มีสิทธิเซ็น ต่อจากนั้นไปท่านประธานครับ ก็จะมีการออกกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ว่าถ้าขัดขืนไม่ปฏิบัติละเว้นหรือทำให้บกพร่อง หรือทำให้ชักช้า ทำอะไรต่าง ๆ ก็จะต้องมีการบัญญัติกฎหมายอีก เพื่อมารองรับคำสั่งเรียกนี้ ถามท่าน ประธานว่าข้อบังคับทั้งหมดต้องออกโดยเสียงข้างมากใช่หรือไม่ กฎหมายที่ว่ารองรับนั้น ต้องออกโดยเสียงข้างมากของรัฐสภาใช่หรือไม่ ต้องตอบพร้อมกันว่าใช่ เสียงข้างมากเปึน ใครท่านประธาน เสียงข้างมากเปึนฝ์ายรัฐบาล แล้วฝ์ายรัฐบาลที่เปึนเสียงข้างมากจะยอม ออกหรือปล่อยให้ข้อบังคับเฮงซวยที่มันไม่ได้ความที่ไร้สาระให้นักการเมืองประเภทที่ไม่ได้ เรื่องได้ราวนี่ออกคําสั่งเรียกส่งเดชมายอมไหม ไม่ยอม เสียงข้างมากของรัฐบาลจะยอม ไม่ให้ออกข้อบังคับแบบนั้นในขณะเดียวกัน แล้วกฎหมายที่รองรับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเปึนเสียง ข้างมากก็จะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้น แล้วถ้ายอมจะเขียนกฎหมาย หรือเขียน ข้อบังคับให้ฤทธิ์ให้เดชของคนร้ายที่อยู่ในสภาของที่เปึ้นนักการเมือง ใช้วิธีการ และใช้ เงื่อนไขอำนาจฤทธิ์เดชแบบนั้นได้ มันก็ยอมจำนนแล้วล่ะครับ ถ้าเปึนอย่างนั้น ซึ่งมันเปึน ไม่ได้หรอกท่านประธาน เพราะสังคมก็จะมองว่านี่คุณกำลังออกข้อบังคับอะไร นี่คุณ กำลังเขียนกฎหมายรองรับอะไรต่างหาก เหมือนมีกฎหมายอาญา เหมือนมีกฎหมายวิธี พิจารณาความทุกฉบับ ใช้คุ้มครองทั้งคนดีนะครับ และใช้จัดการกับคนไม่ดีนะครับ ท่านประธานครับ ขอเถอะครับ ผมขอเบื้องต้นอย่างนี้ ถ้าอย่างนั้น ขอคําว่า บุคคลใด ให้อยู่คงที่เหมือนเดิม และให้เปึ้นเหมือนรัฐธรรมนูญ ทุกฉบับที่เขียนมา และเปึนตามร่างของกรรมาธิการด้วย ข้อตรงนี้ว่า บุคคลใด นี้ให้ เหมือนเดิม แต่ข้อความปรับตอนท้ายนี่ผมก็ยินดีนะครับ ยินดี แต่ขอเติมนิด ๆ หน่อย ๆ ปรับเปึนอย่างนี้ครับ ของท่านนะครับ ผมขอปรับเปึนว่า และให้ถือว่าคำสั่งเรียกนั้นก็คือ คำสั่งเรียกตามความข้างบนเลยครับ ย้อนคำข้างบนเลยครับ และให้ถือว่าคำสั่งเรียกนั้น เท่านั้นแหละครับ ต่อจากนั้นใช้คำของท่านเหมือนเดิมครับ มีผลบังคับ ทั้งนี้ ตามที่ กฎหมายบัญญัติ เหมือนท่านเปู้ยะเลย เหมือนท่านเปู้ยะเลยตอนนี้ ถ้าขอขนาดนี้ไม่ได้ ก็ใจดำเกินไปแล้วมั้งท่านประธานครับ อย่าลืมท่านประธานขอนิดหนึ่งนะ ไม่ว่าท่าน กรรมาธิการก็ตาม ไม่ว่าผมก็ตาม ในบทบัญญัติส่วนนี้ไม่มีใครได้ประโยชน์ส่วนตัว ผมเสนอ ผมพูดไม่ใช่ได้รับสินบาทคาดสินบนมา เปึนผลประโยชน์ส่วนตัว กรรมาธิการที่ ต่อสู้ยืนยันในของท่านก็ไม่มีใครได้รับผลประโยชน์ส่วนตัว ที่พูดทั้งหมดเพื่อส่วนร่วม เพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อชาติครับ ต้องเข้าใจตรงนี้ เพราะฉะนั้นอย่าโกรธกัน ทำเพื่อ ส่วนร่วม ท่านต้องไม่โกรธผม ผมต้องไม่โกรธท่าน ต้องเอาส่วนร่วมเปึ้นที่ตั้งครับ ท่านครับ เอาวันหน้าเปึ้นที่ตั้ง เอาลูกหลานเปึ้นที่ตั้งท่านครับ ขอบคุณครับ