สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๐

เศวต์ ทินกูล หารือเรื่องสิทธิและหน้าที่ของวุฒิสภา และมองว่าควรเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาโดยตรงเพื่อให้ประชาชนเลือกตั้งได้ โดยไม่ผ่านการเสนอชื่อจากพรรคการเมือง และควรให้สมาชิกวุฒิสภาได้รับเลือกตั้งโดยไม่แบ่งสัดส่วน

นายเศวต์ ทินกูล

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม เศวต ทินกูล ครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นเรื่อง สว. คือสมาชิกวุฒิสภานี่ เราต้องทราบก่อนว่ามันเปึนมาเปึนไปอย่างไรนะครับ ท่านประธานครับ สว. นี่มันเปึนสภาพี่เลี้ยง สภาแนะนำ สภาประคับประคอง ประคับประคองใครครับ ประคับประคอง สส. นะครับ ที่ไปดูในต่างประเทศก็ดี อันนี้ยก ต่างประเทศแล้วนะครับ ทั่วประเทศทั่วโลกนี่ มี สว. บ้าง ไม่มี สว. บ้าง ส่วนใหญ่ ก็จะมีครับ แต่มีแล้ว ถามว่า เหมือนกันไหม รูปแบบที่มา ที่ไป ไม่เหมือนกันเลยครับ ท่านประธานครับ ไม่เหมือนกัน หลาย ๆ ประเทศไม่เหมือนกัน แต่สรุปว่า ก็มี สว. เหมือนกันนะครับ เขาบอกว่า มันเปึนความจําเปึนของประเทศที่มีความหลากหลายทาง ชาติพันธุ์ครับ มีชนกลุ่มน้อยที่มีอยู่ในประเทศ และมั่นเปึนความมั่นคงครับที่จะต้องมี เมื่อเราตกลงปลงใจกันแล้วว่า สภาแห่งนี้จะใช้ ๒ สภา โดยมี สว. เราก็พูดเรื่องนี้กัน นะครับ ก่อนอื่น สว. นี่ เหตุปัจจัยนี่มันเกิดขึ้นจากไหนนะครับ เราก็ต้องยกธรรมขึ้นว่า คือ เญธัมมา เหตุ ปัตตวา (เญธมฺมา เหตุ ปัตฺตว่า) นะครับ ธรรมมันต้องเกิดจากเหตุ เหตุที่มี สว. มันก็ต้องมาจากว่า มันมี สส. นะครับ ถ้าไม่มี สส. มันก็ไม่มี สว. เปึ้นเหตุปัจจัย สส. นี่ เข้ามาจากประชาชนก่อนครับ ให้ประชาชนเลือก โดยประชาชนเข้ามา เข้ามาแล้วเขาทำ หน้าที่อะไร เขาทำหน้าที่ประการที่ ๑ คือ นิติบัญญัตินะครับ แล้วหมวกอีกใบหนึ่งเขาก็มี หน้าที่ส่งตัวแทนไปเลือก ตัวแทนเขาไปทําหน้าที่บริหารด้วยนะครับ ฝ์ายที่ไปทำบริหารนี่ เขาก็ส่งเรื่องเขากลับมาฝ์ายนิติบัญญัติ ก็มี ๒ เรื่องครับ ๑. ปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ว่าจะ เปึนข้อกฎหมายเกี่ยวกับข้อมุ่งหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของ ประชาชนก็ว่าไป และอีกปัญหาอย่างที่หนึ่งคือ ปัญหาข้อเท็จจริง ปัญหาด้านนโยบายการ บริหาร ความทุกข์ยาก พี่น้องประชาชนที่จะต้องแก้ไข หรือนโยบายปกปัองคุ้มครองอื่น ๆ ของรัฐออกมา ร่วมคิด ร่วมทํากัน ออกมาเปึนข้อกฎหมาย อย่างนี้เปึนต้นครับ เมื่อเขา ออกกฎหมายมา ก็จำเปึนอยู่เอง สภาพี่เลี้ยง สภาแนะนำก็ไปแนะนำ ประคับประคอง บอกกล่าวเขา มันไม่มีความจําเปึนว่าสภาหนึ่ง สภาวุฒิสภานี่ จะต้องรู้กฎหมายหมดหรอกครับ รู้กฎหมายหมด ไม่มีองค์ความรู้มิติอื่น ๆ ก็ใช้ไม่ได้ เรามีสำนักงานกฤษฎีกา มีเจ้าหน้าที่ กฤษฎีกามาให้คําแนะนำ สว. เหล่านี้อยู่แล้วนะครับ และโดยตัวของ สส. สว. เองก็จะมี สว. ที่เปึนนักกฎหมายที่เชี่ยวชาญอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่า เราก็ต้องยึดโยง ประชาชนนะครับ คือสนับสนุนว่าให้มาจากประชาชนโดยการเลือกตั้ง คราวนี้ที่มาของ สว. นะครับ ถ้ามันมาจากการเลือกตั้งแล้วนี่ จำนวนจะเปึ้นเท่าไร ผมก็บอกง่าย ๆ ด้วย ความเปึนธรรม เราพิจารณาความเปึนธรรมขึ้นมาก็คือว่า เมื่อสภา สส. เขตที่มาจาก ประชาชนเลือกโดยตรงนี่ มัน ๔๐๐ นะครับ ไม่ใช่ปาร์ตีลิสต์ (Party list) นะครับ ไม่ใช่ สัดส่วนนะครับ เราก็เอาครึ่งหนึ่ง พี่เลี้ยงก็เอาแค่ครึ่งหนึ่ง หรือหนึ่งในสาม ก็พอครับ ผมก็ ไม่ได้กะเกณฑ์ แล้วแต่สมควร อันนี้ชัดเจนนะครับ ต่อไปนี่ ปัญหาที่เราถกเถียงกันอยู่ เมื่อกี้นี้นะครับว่า ปัญหาถกเถียงกันอยู่ว่า มันเกิดเหตุว่า สว. ขายตัวหรือไม่ขายตัว ผมก็ ยกเรื่อง เญธัมมา เหตุ ปัตตวา (เญธมฺมา เหตุ ปัตฺตว่า) อีกละครับ เหตุเกิดจากไหนครับ เหตุเกิดจากรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ครับ ที่อ้างว่าเปึนของประชาชนดีที่สุด เลิศหรู่ที่สุดแล้ว ก็ท่านเขียนรัฐธรรมนูญบัญญัติให้เข้าไปเปึนโจรน่ะครับ มันก็ได้โจรขึ้นมา ขออภัยที่ต้อง กล่าวตรง ๆ เช่นนั้นนะครับ เนื่องจากอะไรครับ ท่านออกแบบ วัน แมน วัน โหวต (One man one vote) นะครับ ท่านออกแบบ วัน แมน วัน โหวต สส.ให้ไปนับรวมเขตนะครับ สว. นับที่เขต หน่วยเลือกตั้งเขตใคร เขตมัน อย่างนี้เปึ้นต้น อย่างที่ ๑ อย่างที่ ๒ ท่านทำ วัน แมน วัน โหวต แม้ใช้เขตจังหวัดเปึ้นเขตใหญ่ แต่เลือกได้เบอร์เดียว ผลก็คือ กรุงเทพมหานครคะแนนนำเกือบล้าน คะแนนสุดท้ายสองหมื่นกว่า จังหวัดก็เช่นกันครับ ท่านลองหลับตานึกภาพก่อนว่า ถ้ามันเปึนภายในจังหวัดนะครับ มันจะเกิดอะไรขึ้น จังหวัดหนึ่งมีคนลงคะแนนเสียงได้ประมาณสัก ๔ แสนคนนะครับ สมมุตินะครับ โดยประมาณ เข้ามาลงใช้สิทธิเลือกตั้งประมาณสักสองแสน จังหวัดหนึ่งนะครับ แล้วมีคน มาสมัครเลือกเปึน สว. ๓๐ คน ทุกคนสู้หมด วัน แมน วัน โหวต แบ่งคะแนนกัน มันเปึ้นที่ คาดหมายได้เลยว่า ผมเน้น ๆ ๒ อำเภอนี่ ผมชนะเลย คาดหมายได้เลยว่าคะแนนผมนี่ ๔๐,๐๐๐ คะแนน ๕๐,๐๐๐ คะแนน ผมได้เปึ้นแน่ ๆ ผมก็ต้องใช้วิชาแพะ วิชามาร ผมก็ไปยุแยง ตะแค่งรั่วให้คนอื่นมาสมัครในเขตที่เลือกตั้งผมมันอ่อน ผมยกตัวอย่างเปรียบเทียบตัวผมเอง มาสมัครในเขตที่เลือกตั้งผมมันอ่อน ผมยกตัวอย่างเปรียบเทียบตัวผมเอง ไม่ต้องพาดพิง คนอื่นหรอกครับ เพราะฉะนั้นนาย ก ก็ไปอยู่อำเภอนั้น นาย ข ก็ไปอยู่อำเภอนี้ นาย ค ก็ไปอยู่อำเภอนั้น ผมกิน ๒ อำเภอ ๓ อำเภอ ผมสบายแล้ว ผลออกมามันแน่นอน ผม ๔๐,๐๐๐ คะแนน เข้าอย่างชัวร์ ๆ (Sure) นะครับ ชัดเจน เมื่อการออกแบบ การเลือกตั้งของรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ เปึนอย่างนั้น มันก็เกิดวิกฤติขึ้น เพราะมันไม่เปึ้น โดยธรรม คือธรรมชาติ ถูกต้อง ชอบธรรม แต่ถ้าเราออกแบบแบบ สส. ที่เราพูดกันเมื่อ วานนี้ เรียงเบอร์ โอ้โห ๔ แสนคะแนน ๕ แสนคะแนน โอ้โห คราวนี้ไม่รู้ใครเปึ้นใครแล้ว ไผ่เปึ้นไผไม่รู้แล้ว มืดไปหมดแล้ว คาดคำนวณไม่ได้ จะเอาวางแผนเอาคนนั้นไปลง ตัดคะแนนตรงนี้ ตรงนั้น ไม่ได้แล้ว ต่างคนต่างมุ่งหน้าทำความดี มุ่งหน้าสะสมความดีที่ จะไปทำงานทางด้านการเมืองเพื่อช่วยพี่น้องประชาชน ผมก็เรียนอย่างนี้ครับ ไม่ต้อง พาดพิงคนอื่น ผมเริ่มทำงานทางการเมืองนี่ แต่ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองนะครับ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๑๙ ตั้งแต่ผมเปึนหนุ่มรุ่นกระทง อายุ ๒๑ ป้ ผมไม่เคยประสบความสำเร็จเลยใน ด้านการเมืองนะครับ ก็ต้องเพียรพยายามทนต่อสู้มา เพราะฉะนั้นคนที่อยากจะทำ การเมือง ทำเพื่อบ้านเพื่อเมือง มีอุดมการณ์ ท่านต้องพิสูจน์ ทองแท้ต้องทนต่อการพิสูจน์ ท่านเริ่มทำแต่ท่านเปึนวัยหนุ่มจนถึงท่านแก่ขึ้นมา มีตบะบารมี มีผู้คนเชื่อถือ เห็นคุณงาม ความดี เห็นความตั้งใจจริงของท่าน ท่านถึงจะได้เปึน สว. ไม่ใช่นอนหลับรวยมาทีเดียว ขี่ไทม์ แม่ชชีน (Time machine) มาปู๊บ พรึบ แล้วก็มาเปึน สว. เลย เลือกตั้ง เพราะท่าน มีอำนาจมากเรื่องอื่น อำนาจเงินหรืออะไรก็แล้วแต่ มันจะเปึ้นแบบนั้น สาเหตุเรื่องสภา ผัวเมีย ก็เพราะว่ามันมาจากส่วนที่มันเปึน วัน แมน วัน โหวต มันเปึนความคาดหมายได้ เขาก็ล็อก (Lock) ได้ครับ เพราะฉะนั้นท่านใช้วิธีที่เปึนธรรมชาติ ธรรมะนี่ เรียงเบอร์ ไปเลยทั่วจังหวัด อย่างโคราชของพี่สุนทรเปึนต้นนี่ จังหวัดเข้าใหญ่ โอ้ เอามาเลยเลือกตั้ง คนมีสิทธิเลือกตั้งเยอะแยะไปหมด เหลือ ๒ นาที ผมทราบครับท่านประธาน เอามาเลย จะเอาเท่าไหร่ คนได้ที่ ๑ อาจจะคะแนน ๒ ล้านก็ได้ เรียงเบอร์ โอ้โฮ เยอะแยะ เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่สามารถบล็อก (Block) ได้ ผมจึงขออนุญาตท่านประธาน และท่านกรรมาธิการแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ