สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๙ · ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๐

วุฒิสาร ตันไชย หารือเกี่ยวกับการคิดคะแนนแบบชดเชยในการเลือกตั้ง โดยอธิบายวิธีการคำนวณที่อาจทำให้เกิดปัญหาในการจัดสรรคนในเขต และเสนอให้ใช้ตัวอย่างจากจังหวัดภาคใต้และภาคอีสานเพื่อทำให้แต่ละพรรคมีตัวแทนในแต่ละภาคอย่างชัดเจน

รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ครับ ผมขออนุญาตท่านประธานแจกเอกสาร ซึ่งเปึนเอกสาร ๒ ชุดนะครับ ซึ่งเปึนตัวเลข ทดลองให้ดูนะครับ โดยระบบอันนี้นะครับ ถ้าท่านมีเอกสาร ต้องขออภัยที่อาจจะไม่ครบ นะครับ เนื่องจากรีบร้อน ในกลุ่มจังหวัดที่ ๑ นี่นะครับ ถ้าท่านดูในตาราง กลุ่มจังหวัดที่ ๑ ซึ่งมีอยู่ ๑๑ จังหวัดข้องภาคใต้นี่นะครับ ท่านจะเห็นว่า คะแนนของปาร์ตีลิสต์ ในป้ ๒๕๔๘ของ ๑๑ จังหวัดนี้นี่นะครับ มีคะแนนทั้งหมด ๓,๗๖๘,๐๐๐ นะครับ เพราะฉะนั้นใน ๓,๗๖๘,๐๐๐ นี่นะครับ ก็แปลว่า ในบัญชีนี้ ของกลุ่มจังหวัดที่ ๑ นี่ สส. ๑ คน ต้องการคะแนน ๓๗๖,๐๐๐ เศษ ๆ เห็นไหมครับ ทีนี้ท่านเป่ดหน้าถัดไปครับ เป่ดหน้าถัดไป นี่คือวิธีคิด วิธีคิด ก็คือว่า ในเมื่อต้องการ ๓๗๖,๐๐๐ นะครับ พรรคประชาธิปัตย์ในเขต ๑๑ จังหวัดนี้ ในกลุ่มที่ ๑ ได้คะแนน ๒,๔๙๐,๐๐๐ เศษ ๆ นะครับ ก็แปลว่า พรรคประชาธิปัตย์นี่ได้ไปแล้วด้วยจำนวนเต็มนี่ ๖ ก็คือ ๖ คูณด้วย ๓๗๐,๐๐๐ กว่า ๆ ที่ผมเรียนเมื่อกี้ ส่วนพรรคไทยรักไทย อันดับ ๓ นี่นะครับ ได้คะแนน ๘๗๑,๐๐๐ คะแนนนี้ก็ได้ไปแล้ว ๒ ถูกไหมครับ เนื่องจากต้องใช้ ๓๗๖,๐๐๐ คูณ ๒ เข้าไป ก็ยังเหลือเศษ นั่นก็แปลว่า ในบัญชีนี้ เมื่อคิดรอบแรกนี่นะครับ ซึ่งเปึนหลักคิด ธรรมดาเลยนะครับ โดยไม่มี ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็จะเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ไปแล้ว ๖ ที่ พรรคไทยรักไทยได้ไปแล้ว ๒ ที่ ในเขตกลุ่มจังหวัดภาคใต้ แต่พอมาคิดเศษที่เหลือ ครับ เศษที่เหลือในช่องถัดมาจากการคำนวณ ท่านจะเห็นว่า ๐.๖๑ ๐.๓๖ แล้วก็ ๐.๓๑ ก็จะเห็นว่า สัดส่วนที่มากขึ้นในเศษที่เหลือซึ่งไม่ถึง ๑ คน นี่ เมื่อเทียบแล้วนี่ พรรคประชาธิปัตย์ได้ ๐.๖ มากที่สุด ก็ได้เพิ่มอีกหนึ่ง ในขณะที่พรรคมหาชนซึ่งมีเศษ เหลื่อมากที่สุดนะครับ ได้อีก ๐.๓๖ ก็ได้ไป ๑ คน หมดแล้วครับบัญชีนี้ เพราะฉะนั้นบัญชี ในกลุ่มที่ ๑ ก็จะกลายเปึนพรรคประชาธิปัตย์ได้ ๗ พรรคมหาชนได้ ๑ แล้วก็พรรคไทยรักไทยได้ ๒ จากคะแนนตัวอย่างที่เอามาทำตัวเลข นั่นก็แปลว่า พรรคไทยรักไทย ไปได้คะแนนมี สส. ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ กลับมาดูอีกตารางหนึ่งครับ ซึ่งผมเอาตัวอย่างในกลุ่มที่ ๗ ให้ท่าน ในกลุ่มที่ ๗ นะครับ ซึ่งเปึ้นจังหวัดในภาคอีสาน ผมพยายามให้เห็นตัวอย่างชัดเจนเลย ในกลุ่มที่ ๗ นะครับ ประกอบไปด้วย จังหวัดขอนแก่น นครพนม มุกดาหาร เลย สกลนคร ไล่ไป ท่านจะเห็นว่า คะแนนทั้งหมด ในปาร์ตีลิสต์ ที่มีการเลือกในป้ ๒๕๔๘ มีอยู่ ๓,๔๐๕,๐๐๐ โดยประมาณ เพราะฉะนั้นใน ๓,๔๐๕,๐๐๐ ก็ต้องการ สส. ๑ คนต้องได้คะแนน ๓๔๐,๐๐๐ นะครับ ท่านดูหน้าถัดไป ครับ หน้าถัดไปท่านจะเห็นว่า พรรคไทยรักไทย ซึ่งเปึ้นเบอร์ ๖ ลำดับที่ ๖ ได้คะแนน ๒,๗๖๐,๐๐๐ กว่า ๆ ก็ได้ไปแล้ว ๘ คน นะครับ เหลืออยู่ ๒ ก็กลับมาดูเศษครับทีนี้ เพราะ ไทยรักไทยได้ถูกใช้คะแนนไปแล้ว ๘ คูณด้วย ๓๔๐,๐๐๐ เพราะฉะนั้นพรรคไทยรักไทย เหลือเศษอยู่ ๐.๐๙ แต่พรรคอื่น ๆ เช่น พรรคมหาชน ได้คะแนนรวม ๑๗๑,๐๐๐ ไม่ถึง ๑ คนครับ แต่ไม่ถึง ๑ คน เมื่อคิดแล้วได้ ๐.๕ คน พรรคประชาธิปัตย์ได้ ๑๕๓,๐๐๐ ๐.๔๔ ด้วยระบบนี้ พรรคมหาชนก็ได้ไป ๑ ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ไป ๑ ที่นั่ง ก็แปลว่า สส. ในเขตบัญชีรายชื่อ ในกลุ่มบัญชีรายชื่อของกลุ่มที่ ๗ ซึ่งเปึ้นเขตจังหวัดในภาคอีสาน ได้พรรคไทยรักไทย ๘ แล้วก็ได้พรรคประชาธิปัตย์ ๑ พรรคมหาชน ๑ นะครับ ดังนั้น วิธี คิดคำนวณแบบนี้ จึงเปึนวิธีคิดคำนวณอย่างง่าย และทำให้แต่ละพรรคมีตัวแทนของ พรรคในแต่ละภาคอย่างชัดเจน ระบบนี้จะทำให้ระบบพรรคการเมืองและสาขาพรรค ทํางานได้เต็มที่มากขึ้น ตัวเลขอย่างนี้ละครับที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้อธิบาย แล้วก็ เปึนวิธีคิดอย่างง่าย และไม่สับสนครับ เพราะประชาชนคุ้นเคยกับระบบนี้ชัดเจน แล้ววิธี คิดก็ไม่ได้ยากเย็น และไม่ต้องมีคะแนน ๑ เปอร์เซ็นต์ ด้วย เพราะว่าตอบไม่ได้หรอกครับ ว่า ๑ เปอร์เซ็นต์ ที่เปึนตัดทิ้ง อะไรคือ ๑ หรืออะไรคือ ๕ ดังนั้น เราจึงคิดคะแนนดิบ ๆ เลย ครับ

ประเด็นที่ผมขออนุญาตกราบเรียนเปึ้นประเด็นสุดท้ายครับ ก็คือว่า ถ้าเรา คิดคะแนนแบบชดเชยอย่างที่พยายามเสนอนี่นะครับ อาจจะมีปัญหาเยอะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าคะแนนในเขตได้มากแล้ว ได้จำนวน สส. ในเขตเกินกว่าคะแนน ในปาร์ตีลิสต์ อันนี้จะเปึนปัญหาว่า พรรคนั้นจะไม่ได้คนในปาร์ตีลิสต์นะครับ อันนี้ครับ คือ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้พยายามขอให้เสียงข้างน้อยยกตัวอย่าง ด้วยครับว่า คํานวณอย่างไรครับ สําหรับเสียงข้างมากเราคํานวณอย่างนี้ครับ วิธีง่าย ๆ และตัวเลขก็ได้ส่งให้ท่านดูว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลง และการกระจายอย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ