สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๐

เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หารือเรื่องสิทธิในการรับทราบและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะ และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาการปิดเผยข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะกรณีที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

ผมพยายามครับท่านประธาน เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเลย ท่านประธานครับ มาตรานี้เปึนมาตราสิทธิในข้อมูลข่าวสาร และการร้องเรียน ท่านต้องจับหลักก่อน สิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และการร้องเรียน หลักคือตัวนี้นะครับ รัฐธรรมนูญจึงบัญญัติไว้ว่า บุคคลย่อมมีสิทธิ ในการรับทราบ และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ในการครอบครองของหน่วยราชการ และหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น อันนั้นคือหลัก เว้นแต่ อันนั้นคือ เว้น มีข้อยกเว้น เจาะรู้ให้นิดหนึ่ง แต่ท่านประธานครับ เจาะรู้นิดหนึ่งนี่ มันมี ปัญหาทุกที่ที่ผ่านมา หน่วยงานราชการเอาข้อเว้นนี่เปึ้นตัวใหญ่ทุกที ผมเรียน ท่านประธาน เมื่อวานนี้ขนาดหนังสือผมทำถึง ปปช. เรื่องต่าง ๆ อย่างเช่น เรื่องกรณี คลองด่าน เรื่องคุณวัฒนาเมื่อวานนี้ ผมจะไปขอข้อมูลของผมเองนี่ เขายังบอกว่า ให้ไม่ได้ อาจจะพันเกี่ยวกับความมั่นคง แล้วก็ต้องตั้งคณะกรรมการไปเอาหนังสือที่ผมเซ็นเองนี่ ท่านประธานครับ อันนี้คือ เขาเอาข้อเว้นมาป่ดไว้ก่อน แล้วหน่วยงานราชการทำอย่างนี้ ทั้งหมด ถามว่า กรรมาธิการจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร นั่นอันที่ ๑ ผมเชื่อว่า อาจารย์วิชา ก็เห็นปัญหาอันนี้ แล้วหัวใจเราก็ตรงกัน กรรมาธิการช่วยผมแก้หน่อยเถอะครับ อันนั้น อันที่ ๑ นะครับ คราวนี้พอเว้นแต่แล้วนี่ ในทางปฏิบัติเขาเอาเปึนหลักทุกที ตกลงบอกว่า เว้นแต่การเป่ดเผยข้อมูลหรือข่าวสารนั้นจะกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ เห็นด้วย และท่านประธานก็เข้าใจนะครับ คำว่า ความมั่นคง นี่ กินความรวมไปหมดเลย รวมทั้ง ท่านที่กรรมาธิการสุพจน์ได้พยายามอธิบายด้วย ท่านบอกว่า ข้อมูลระหว่างประเทศ อย่างเช่น ยาเสพติด การก่อการร้าย และอื่น ๆ เราได้ที่มาจากต่างประเทศ เรามีแหล่งที่มา ถ้ามาข้อมั่นก็เป่ดเผยไม่ได้ เป่ดเผยแล้วมันก็กระทบความมั่นคง มันก็มีอยู่แล้วนะครับ เรื่องความมั่นคง เวลานี้เรามีอยู่แล้วเรื่องความมั่นคง แต่เราไปเขียนซ้อนนี่ เวลาผมใช้ รัฐธรรมนูญ ตอนที่ผมอยู่สภาแห่งนี้ พอท่านเขียนซ้อนปัูบ ผมจะตีความความมั่นคง อย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องตีความกว้างกว่าความมั่นคงแล้ว รู้ที่เจาะให้มั่นขยายขึ้นทันที ตอนนี้ท่านช่วยพิจารณานะครับว่า แค่ความมั่นคงพอหรือไม่ ผมไม่ได้ร้องขอสมาชิก กรรมาธิการข้างบนเท่านั้น ผมขอให้ท่านช่วยผมพิจารณานะครับ พวกเราเปึ้นผู้พิจารณา และต้องรับผิดชอบเรื่องนี้นะครับ สสร. ทั้งร้อยคน ไม่ใช่ร้องขอแต่กรรมาธิการนะครับ พวกเรานะครับเปึนคนตัดสิน ท่านประธานครับ ไปเขียนว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผมคิดว่า ท่านประธานครับ มีหลายอย่างที่อาจจะมีปัญหา ถ้าท่านเขียนอย่างนี้ กรณีที่รัฐบาลไปทำสัญญาเอฟทีเอ (FTA – Free Trade Area) กับต่างชาติ เอฟทีเอกับ ต่างชาติ ผมเห็นว่าระหว่างเจรจา ท่านไม่ต้องอธิบายเลย ผมเข้าใจดี ระหว่างเจรจากับ ต่างชาติเป่ดเผยไม่ได้ผมเห็นด้วย เพราะการเจรจานั้น มันก็เป่ดของคนอื่นรู้หมดสิ มันจะ ต่อรองกันอย่างไรล่ะ อันนี้ไม่ต้องพูดกัน เห็นด้วย จนถึงขั้นที่รัฐบาลไทยจะไปลงนามกับ ต่างประเทศ หรือไปลงอินิเทียล (Initial) รับรองชั่วคราว ยังไม่ได้แท้จริง ถ้าเราวางระบบ เสียว่า สัญญานี่ รัฐธรรมนูญจะให้เปึ้นสัญญาที่ผูกพันได้จะต้องได้รับสัตยาบันจากรัฐสภา เสียก่อน ถ้าเราทำได้อย่างนั้น อย่างรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส ท่านครับ รัฐธรรมนูญฝรั่งเศสนี่ ชัดเจนเลยครับ มาตรา ๕๓ นี่ ที่พูดถึงเรื่องสนธิสัญญาทั้งหลาย บอกว่า สนธิสัญญาหรือ ข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับได้ก็ต่อเมื่อให้ได้รับการให้สัตยาบันหรือความเห็นชอบแล้ว ท่านประธานครับ แล้วยังมีอีกเรื่องด้วยว่า การยกให้ การแลกเปลี่ยน หรือการผนวก ดินแดนใดจะมีผลใช้บังคับได้ ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากประชาชนที่เกี่ยวข้อง พวกเราจะเห็นไหมครับว่า ผมนี่ด้วยเหตุด้วยผลนะครับ เอฟทีเอระหว่างจะเจรจาเป่ดเผย ไม่ได้ เห็นด้วย แต่เมื่อเจรจาเสร็จเรียบร้อย ท่านลงอินิเทียลไว้ ระหว่างนี้ที่สภาจะรับทราบ ถามว่า สภา คือ พวกผมที่ผมเคยอยู่สภามาก่อน ผมจะไปรู้จากไหนล่ะครับ ผมต้องฟัง ประชาชน แล้วถ้าประชาชนไม่มีข้อมูล ประชาชนจะให้ข้อมูลผมได้ถูกได้อย่างไรครับ ทีนี้ ก็เกิดจากผู้ที่มีอารมณ์อย่างเดียว เอา หรือไม่เอาอย่างเดียว พอเขาไม่มีข้อมูลนี่นะครับ พวกที่นั่งฝั่นเอาเองว่า โอ้โห มั่นคงเกิดความร้ายแรงมากเลย ไอ้เรื่อง เจเทปป่า (JTEPA – Japan-Thailand Economic Partnership Agreement) นั่นนะครับ ก็จะมีคน นั่งคิดว่า เอ๊ะ ไอ้เรื่องความสัมพันธ์ไทย – ญี่ปุ์น คงเลวร้ายเหมือนไทย - ออสเตรเลีย เหมือนไทย - อเมริกา ก็ไปเลยทีนี้ รัฐกลับทำงานลำบากนะครับ การที่ไม่ให้ข่าวสารข้อมูล ตรงนี้ ท่านประธานครับ ไม่ใช่รัฐทํางานสบายนะครับ ขณะนี้ถ้าคนไม่เข้าถึงข่าวสารข้อมูล และไม่ได้ข้อมูลที่แท้จริง มันก็จะเกิดความอคติขึ้น แล้วเมื่ออคติแล้วแก้ยาก ท่านประธาน เพราะฉะนั้นจะอ้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างเดียวแล้วป่ดหมดเลยนี่ ผมคิดว่า ลำบากแน่ แล้วถ้าท่านใส่ไปอย่างนี้ จะถูกตีความเลยครับ มันกว้างกว่าความมั่นคงแล้ว เพราะว่าความมั่นคงท่านใส่ไปแล้วครับ มั่นพอแล้วครับ ความมั่นคง มั่นคลุมแล้วครับที่ท่านสุพจน์ พูดเมื่อสักครู่นี้ มันเรียบร้อยแล้วครับ ท่านประธานครับ ยกตัวอย่างอีกอันหนึ่งก็จะเห็น กรณีที่ไทยไปลงทุนร่วมกับมาเลเซียในเจดีเอ (JDA – Joint Development Area) ลงทุน เพื่อเอาแก๊ส (Gas) ธรรมชาติ หรือน้ำมันก็แล้วแต่ แล้วถ้าหากว่า ท่านบอกว่า นี่คือ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ท่านประธานครับ แล้วเขาจะขุดเจาะออกมา จะแบ่งปันกับ มาเลเซียเท่าไร จะเอาแก๊สนี้ขึ้นมาที่ไหน ไปที่จะนะไปอย่างไร ก็เปึนความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศ ไม่ต้องรู้ อย่างนี้อันตรายไหมครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า เขียนแค่ ความมั่นคงของรัฐ นี่ คลุมเยอะแล้วครับ พอท่านไปใส่อีกอันหนึ่ง และใส่กว้างมาก ๆ ด้วย ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มันตีความได้กว้างหมดเลย ผมยก ๒ ตัวอย่าง ท่านก็จะ เห็นว่า มันตีความไปได้ อย่างเช่น รัฐบาลที่แล้วมีข่าวว่า เกาะที่อยู่ใกล้ ๆ เกาะกง เกาะกง นี่ไม่ได้เปึนเกาะนะครับ เกาะที่อยู่ตรงชายแดนระหว่างไทยกับเขมร ที่จะมีปัญหากัน ท่านประธานครับ มีข่าวออกมาว่า รัฐบาลที่แล้ว รัฐบาลคุณทักษิณจะยกให้เขมร การป่ดข้อมูลดี หรือไม่ดีครับ ไม่ดีเลย เพราะการป่ดข้อมูลทำให้คนไม่เข้าใจความจริง ก็หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วก็ฟ้าดฟันกันสนุกสนาน ขณะเดียวกันถ้าเกิดเปึนความจริง แล้วท่านไม่ให้ข้อมูล มันก็มีปัญหาอีกว่า ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องอะไรแบบนี้เลย ท่านประธานครับ เรื่องความมั่นคง คงพอแล้วครับ อย่าถึงกับจะต้องไปใส่ตรงนี้ด้วยเลย ส่วนเรื่องที่ ๒ เรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ผมคิดว่า ตรงนี้จะต้องกลับไปพิจารณาคล้าย ๆ กับ มาตรา ๓๕ ๔๕ ๓๕ ผมเองก็เปึนคนประนีประนอม แล้วก็คิดว่า เอาล่ะ ไม่ต้องใส่ข้อมูล ส่วนบุคคล เพราะว่าก็ไปได้แนวคิดว่า ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่ใช่เปึ้นสมบัติส่วนตัว แต่เปึนชื่อ เปึนนามสกุล เปึนความสูง เปึนอะไรต่ออะไรที่ควรรู้ได้ แล้วตรงนี้ไปใส่อย่างนี้ มันจะไปรับกับ ๓๕ หรือไม่ เพราะตอนนั้นเราไม่ใส่ด้วยเหตุผลนี้ พอมาใส่ตรงนี้กลายเปึน คนเข้าถึงข้อมูลเรื่องพวกนี้ไม่ได้อีกด้วยแล้ว ถ้าท่านจะใส่ท่านอาจจะต้องใส่ ความเปึนส่วนตัวอะไรคล้าย ๆ กับมาตรา ๓๕ หรือเปล่า ผมตั้งคำถามนะครับ แล้วก็ ด้วยความเปึนห่วงใยจริง ๆ ครับ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศผมเปึนห่วงมาก ส่วนเรื่องวรรคสุดท้ายที่ท่านเติมเข้ามา ผมเห็นด้วยครับ ที่ท่านเติมเข้ามา โดยสรุปแล้ว ผมเห็นด้วยที่ท่านแก้ไขทั้งหมด ๔ จุด ผมเห็นด้วยกับท่าน ๒ จุด คือ จุดที่ ๑ และเข้าถึง เห็นด้วยอย่างยิ่ง จุดที่สุดท้ายเห็นด้วย แต่ ๒ ส่วนตรงกลางเปึนห่วงอย่างมาก ๆ ขอบพระคุณครับ