วิชัย หารือเรื่องการประชุมคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคเหนือ โดยพูดถึงการประสานงานกับคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัดภาคเหนือ และยังหารือเรื่องการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญและการใช้งบประมาณของคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด รวมถึงการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดด้วย โดยขอให้ติดตามการใช้จ่ายเงินให้ชัดเจน
ได้มีการประชุม เพื่อพิจารณาในเรื่องนี้ ซึ่งเนื่องจากคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วม ของประชาชนภาคเหนือ มีหน้าที่ประสานการทำงานกับคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัดภาคเหนือทั้ง ๑๗ จังหวัด ซึ่งในการประชุมเมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๐ ได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นไปยัง คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้ง ๑๖ จังหวัด ภาคเหนือแล้ว
ข้อ ๒ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของ ประชาชนภาคเหนือ ได้เดินทางไปตรวจสอบข้อมูล ณ จังหวัดที่อาจจะเปึ้นที่มาของการ อภิปราย เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๐ โดยเดินทางไปเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๐ ดังนี้ คณะกรรมาธิการภาคเหนือที่เดินทางไปประกอบด้วย ๑. นายวิชัย ศรีขวัญ ประธาน คณะกรรมาธิการ ๒. นายประวิทย์ อัครชิโนเรศ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ๓. นายวีนัส ม่านมุ่งศิลปี โฆษกคณะกรรมาธิการ สรุปสาระสำคัญในการตรวจสอบข้อมูล แบ่งออกเปึน ๒ ประเด็น ดังนี้ ๑. กระบวนการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในจังหวัดดังกล่าวเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ ๒. การใช้งบประมาณของ คณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ในการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ดำเนินการใน ๒ ลักษณะ คือ ๑. การรับฟังข้อชี้แจงโดยร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการ วิสามัญประจำจังหวัด ๒. ตรวจสอบข้อมูลจากเอกสารหลักฐานการดำเนินการที่ คณะกรรมาธิการประจำจังหวัดที่แสดงต่อประธานคณะกรรมาธิการฯ ภาคเหนือที่ไปร่วม ประชุมด้วย การตรวจสอบข้อมูลมีรายละเอียดดังนี้ ประเด็นแรก กระบวนการรับฟังความ คิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนในจังหวัดดังกล่าวเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ที่ประชุมได้ชี้แจงว่า ได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการที่เสนอถึงเลขาธิการสภาร่าง รัฐธรรมนูญ เมื่อวันรับเงินยืมเงินทดรองราชการ รวมทั้งดําเนินการตามแนวทางที่ ได้รับคำชี้แจงในการประชุมสัมมนาร่วมกันของคณะกรรมาธิการภาคเหนือกับ คณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันพุธที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ รวมทั้งการประชุมชี้แจงต่อกรรมาธิการประจำจังหวัด โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๐ ดังนี้ ผลดำเนินการ กลุ่มประชาชนที่ร่วมแสดงความคิดเห็นใช้กลุ่มหลักตาม กลุ่มของสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ รวม ๑๐ กลุ่ม ประกอบไปด้วยกลุ่มธุรกิจบริการ กลุ่มอุตสาหกรรมการค้า กลุ่มเกษตรกร กลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มมูลนิธิจดทะเบียน กลุ่มสังคม สื่อมวลชน กลุ่มอธิการ หัวหน้าสถานศึกษา นักวิชาการ กลุ่มนักศึกษา นักเรียนในพื้นที่ และกลุ่มอื่น ๆ เช่น ข้าราชการบำนาญ ตำรวจ ทหาร องค์กรศาสนา วัฒนธรรม ในการจัดเวที รับฟังความคิดเห็นของประชาชนรอบที่ ๑ ระหว่างวันศุกร์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ถึงวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๐ รวม ๑๐ ครั้ง มีผู้เข้าร่วมการจัดเวทีรับฟัง ความคิดเห็นรวมทั้งสิ้น ๑,๙๔๐ คน ประเด็นเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณของ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ประจำจังหวัด ที่ประชุมได้ชี้แจงความเห็นต่าง ๆ ดังนี้ ข้อ ๑ การใช้จ่ายค่าอาหารผู้เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็น ที่ประชุมกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดได้มีมติให้จ่ายค่าอาหารแบบเหมาจ่ายเพื่อความสะดวก และการออก มติดังกล่าวให้อ้างอิงระเบียบการจ่ายเงินของสำนักการคลังและงบประมาณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในข้อ ๒.๒ ที่ระบุว่า ค่าอาหารในการสัมมนา สถานที่ราชการจัดไม่ครบทุกมื้อ อัตราไม่เกิน ๓๐๐ บาทต่อคน คณะกรรมาธิการ ประจำจังหวัดได้เบิกจ่ายในกรณีนี้เพียง ๑๑๐ บาทต่อคนเท่านั้น รายละเอียดปรากฏ ตามคู่มือการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัดของสำนักการคลังและงบประมาณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ๒. การจัดทำเสื้อคลุมเพื่อแจกจ่ายผู้เข้าร่วม สัมมนา คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ประจำจังหวัดชี้แจงว่าไม่ได้มีการจัดทำแต่ประการใด คงจัดทำเฉพาะเสื้อคลุมสำหรับคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดเท่านั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเอกลักษณ์ และส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับคณะกรรมาธิการ วิสามัญซึ่งเปึนตัวแทนของสภาร่างรัฐธรรมนูญ การจัดทำเสื้อมิได้เบิกจ่ายเงินงบประมาณ แต่อย่างใด ๓. การจัดเลี้ยงอาหารหลังเลิกประชุม คณะกรรมาธิการ วิสามัญประจำจังหวัดชี้แจงว่า การเดินทางไปรับฟังความคิดเห็นแต่ละครั้งจะเริ่มประชุม เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา และเสร็จสิ้นประมาณ ๑๗.๓๐ นาฬิกา ใช้เวลารวบรวมเอกสารต่อ อีกประมาณ ๑ ชั่วโมง ในพื้นที่ห่างไกลการจะกลับมารับประทานอาหารมื้อเย็นที่บ้านหรือ ที่ในตัวเมืองจะเลยเวลาไปมาก ความเหนื่อยจากการทํางานประกอบกับความหิว จึงได้ชวนกันรับประทานอาหารเย็นก่อนกลับบ้าน เฉพาะคณะกรรมาธิการวิสามัญและ เจ้าหน้าที่ในทีมงาน และใช้โอกาสนี้สรุปงานไปด้วย มิได้จัดเลี้ยงฉลองแต่อย่างใด ๔. การเบิกจ่ายค่าวิทยากรไม่เปึนไปตามความจริง คณะกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดชี้แจงว่าได้ปฏิบัติตามระเบียบคู่มือการเบิกจ่าย และรายงานการใช้จ่ายเงิน งบประมาณของสำนักการคลังและงบประมาณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๒.๑ ที่ระบุว่าวิทยากรที่ไม่ได้เปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐ อัตรา ๑,๒๐๐ บาทต่อคนต่อชั่วโมง การจัดประชุมแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ ๓ ถึง ๔ ชั่วโมง คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่ออกทำงานใช้สิทธิเบิกเพียงคนละ ๑ ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น ๕. ค่าใช้จ่ายตามข้อ ๒ และข้อ ๔ ได้แก่ ค่าจัดซื้อเสื้อคลุม เรื่องของค่าจัดเลี้ยงอาหารเย็นคณะกรรมาธิการ วิสามัญหลังเลิกประชุม และค่าวิทยากร ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ยังไม่ได้อนุมัติให้มีการเบิกจ่ายแต่อย่างใด ๖. คณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ยังไม่ได้สรุปค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมดอย่างเปึ้นทางการ แต่ได้ประสานหารือกับ เจ้าหน้าที่ของสำนักการคลังและงบประมาณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และจะนำมาหารืออีกครั้งหนึ่งในวันประชุมชี้แจงระเบียบการเงินแก่คณะกรรมาธิการ ฝ์ายต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการใช้จ่ายงบประมาณใน ๒ ประเด็น ดังนี้
ประเด็นที่ ๑ ค่าจัดเลี้ยงอาหารเย็นหลังเลิกการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ของคณะกรรมาธิการวิสามัญสามารถเบิกจ่ายตามข้อ ๒.๔ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการสัมมนาตามคู่มือการเบิกจ่ายเงินและรายงานการใช้จ่ายเงินงบประมาณ คณะกรรมาธิการวิสามัญประจําจังหวัดของสํานักการคลังและงบประมาณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้หรือไม่ อย่างไร ๖.๒ ในเรื่องวิทยากร คณะกรรมาธิการวิสามัญสามารถเปึนวิทยากรได้หรือไม่ หรือเปึนเพียงผู้ดำเนินการ จัดประชุม หรือสามารถเบิกได้ทั้งวิทยากรและผู้ดำเนินการจัดประชุม ทั้งนี้ เพื่อความชัดเจนในการเบิกจ่ายงบประมาณ
ข้อพิจารณาและข้อเสนอแนะ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคเหนือได้ตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว มีข้อพิจารณาดังนี้ ข้อ ๑ กระบวนการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญของจังหวัดดังกล่าวดำเนินการไปตามกรอบและแนวทางที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดได้กำหนดไว้แล้ว ข้อ ๒ การเบิกจ่ายเงิน งบประมาณ พิจารณาแล้วเห็นว่ายังไม่ได้มีการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการ ดำเนินการ ในชั้นนี้พิจารณาแล้วจึงเห็นควรดำเนินการดังนี้ ๑. มอบหมายให้ สำนักการคลังและงบประมาณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจง ทำความเข้าใจในประเด็นการใช้จ่ายเงินตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด มีข้อหารือ ข้อ ๒ สมควรติดตาม แนะนำการใช้จ่ายงบประมาณของคณะกรรมาธิการ วิสามัญประจำจังหวัดให้มีความชัดเจนต่อไป จึงขอรายงานผลการพิจารณาตรวจสอบ ข้อเท็จจริงของคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคเหนือ ต่อท่านประธานและที่ประชุมครับ