สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๕

ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่เกี่ยวข้องกับงานความมั่นคง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ชนเผ่าต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ตามตะเข็บชายแดน โดยมีปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยไม่มั่นคง และเรียกร้องให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติแก้ไขปัญหานี้โดยการบูรณาการกรมต่าง ๆ และรับผิดชอบเพื่อให้ได้เอกภาพในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวชิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อ ไทย กระผมขอแสดงความเห็นต่อรายงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ โดยสรุป ดังนี้ครับ ผมอยู่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากประชาชน เรื่องที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยอยู่ ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ ที่อาจจะละเอียดอ่อน และเกี่ยวข้องกับงานความมั่นคง ซึ่งรัฐบาลในอดีตได้ทำสัญญากันไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้ บ้านเมืองสงบสุขในขณะนั้นมาจนทุกวันนี้ คณะกรรมาธิการอยู่ระหว่างการจัดทำรายงาน เพื่อเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อสภา แต่วันนี้เมื่อคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติมารายงานผลการปฏิบัติงาน กระผมจึงขอถือโอกาสนี้แจ้งปัญหาและเสนอแนะแนว ทางแก้ไขปัญหามาเพื่อทราบในระดับหนึ่ง ปัญหาแรกกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยซึ่งเป็นกลุ่ม ชาติพันธุ์ชนเผ่าต่าง ๆ ซึ่งอาศัยอยู่ตามตะเข็บชายแดนกว่า ๑๐ จังหวัดในภาคเหนือ พวกเขา ได้ออกจากป่ามาร่วมพัฒนาชาติไทยตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๖๖/๒๓ เป็นเวลา กว่า ๔๐ ปีมาแล้ว แม่ทัพภาคที่ ๓ ในขณะนั้นประสานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาขีดวง พื้นที่ให้เขาอยู่ ทั้งที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย แต่ยังไม่ได้เอกสารสิทธิ มีโครงการพระราชดำริ ในพื้นที่สูงมากมาย องค์พระประมุขของเราทรงไปประทับพระบาทแนะนำพี่น้องประชาชน ให้เลิกปลูกฝิ่นมาปลูกพืชเมืองหนาว เวลาผ่านมากว่า ๔๐ ปีเกิดลูกเกิดหลานมากมาย เป็นหมู่บ้าน เป็นตำบล เป็นอำเภอ แต่ปัจจุบันมีโครงการนโยบายทวงคืนผืนป่า มีการ กระทบกระทั่งกันบ่อยครั้งระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ ชาวบ้านเขาก็ทวงนโยบายที่ทาง ราชการในขณะนั้นได้รับปากไว้ ทั้งที่ดินทำกินที่อยู่อาศัย ซึ่งผู้บริหารในอดีตเคยมอบนโยบาย ไว้ก่อนออกจากป่ามาร่วมพัฒนาชาติไทย กระผมเห็นใจข้าราชการรุ่นใหม่ ๆ เพราะย้ายกัน เป็นรุ่น ๆ ไม่ทราบประวัติศาสตร์เก่า ๆ ว่าที่บ้านเมืองสงบสุขมาจนทุกวันนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ประการสำคัญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับที่ดินมีหลายหน่วยการบริหารจัดการไม่เป็นเอกภาพ โดยเฉพาะกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์เขาน้อยใจ เอาเขาเป็นเพียงกันชนในอดีตเท่านั้นหรือที่เขามา พูดกับกระผม สิ่งที่เคยรับปากกันไว้มีสัญญากันไว้ก็ละเลยมาจนทุกวันนี้ จึงฝากข้อสังเกตว่า นโยบายที่องค์พระประมุขของเราทรงให้คนอยู่กับป่ารักษาป่าอนุรักษ์ป่า ควรที่จะได้นำมา ปฏิบัติตามในสิ่งที่เป็นของดีเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง

ตัวอย่างที่ ๒ ครับ ผมเพิ่งนำคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและ สิทธิมนุษยชน ตามคำร้องเรียนของพี่น้องที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา กลุ่มคอมมิวนิสต์ มลายาได้ร้องเรียนว่าเขาออกจากป่ามาร่วมพัฒนาชาติไทยตามคำสั่ง ๖๖/๒๓ เช่นกัน จะแตกต่างจากทางเหนือก็เพียงว่าทางใต้กองทัพบกต้องเช่าที่ดินจากกรมป่าไม้คราวละ ๓๐ ปี บัดนี้พ้น ๓๐ ปีมาหลายปีแล้ว เขาเกิดความหวั่นไหวว่าหมู่บ้านปิยะมิตรที่เขามาอยู่ และสร้างความเจริญให้กับจังหวัดยะลา สร้างความเจริญให้กับอำเภอเบตง โดยเฉพาะด้าน การท่องเที่ยวพวกเขาไม่ได้มีความมั่นคงมั่นใจในที่ดินที่อยู่อาศัยแต่อย่างใด เพราะยังไม่ได้รับ การต่ออายุมันพ้น ๓๐ ปีมาหลายปีแล้ว คณะกรรมาธิการได้ลงไปดูพบว่าผู้บัญชาการ ทหารบกได้ทำเรื่องต่ออายุมาที่กระทรวงกลาโหมแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็อยู่ที่กรมป่าไม้ ซึ่งคงจะ เสนอคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติว่าจะให้ต่ออายุหรือไม่ ในขณะที่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะรุ่นลูกรุ่นหลาน กระผมทราบว่าลูกหลานที่เติบโตมาเป็นแพทย์ เป็นพยาบาล เป็นวิศวกรมากมายเขาไม่ได้มีความมั่นใจในที่ดินที่อยู่อาศัย เขาก็จะต้องออกไปจากพื้นที่ ตรงนั้น อำเภอเบตงก็จะเสียประโยชน์จากสิ่งที่มีบุคลากรดี ๆ ที่เติบโตขึ้นมาแต่ละรุ่น ถ้าเขา ไม่มีความมั่นคงในที่ดินที่อยู่อาศัยก็เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง ผมก็คงมีประเด็นสั้น ๆ เพียงเท่านี้ จริง ๆ แล้วปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ยังมีที่ภาคอีสาน ภาคเหนืออีกมากมาย โดยเฉพาะที่ออกจากป่า มีสัญญาทั้งนั้น ผมไปดูแล้วมีสัญญาทั้งนั้นในอดีต ก็คงอยากจะฝากคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ ซึ่งผมอยากจะให้บูรณาการกรมต่าง ๆ กระทรวงต่าง ๆ ซึ่งมีหลายหน่วยและ รับผิดชอบตรงนี้ให้ทำให้เป็นเอกภาพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนก็จะเสนอรายงานนี้รายละเอียดต่อไปครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน