ซูการ์โน วิจารณ์รายงานฯ ชี้ กนทช. ไม่มีอำนาจจริง ซ้ำซ้อน ทำให้ขั้นตอนล่าช้า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๕

ซูการ์โน มะทา วิจารณ์รายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2558-2563 โดยชี้ว่าหน่วยงานนี้ไม่มีอำนาจจริง ๆ และซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ทำให้ขั้นตอนการแก้ปัญหาที่ดินทำกินล่าช้าและไม่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดนราธิวาสและยะลา ที่มีการประกาศกฤษฎีกาทับที่ทำกินของชาวบ้านโดยไม่รับฟังความเห็น ส่งผลให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก รวมถึงปัญหาเรื่องการจัดสร้างมัสยิดที่ไม่ได้รับการอนุมัติจาก ส.ป.ก. และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ทำให้ขาดรายได้และ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ วันนี้ขออนุญาตอภิปราย รายงานผลการดำเนินงาน และประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๓ ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องของที่ทำกิน ถ้าพูดถึงใน สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ผมเชื่อว่าผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ทั้งคณะกรรมาธิการ สามัญหรือวิสามัญค่อนข้างจะเยอะ ก็พูดถึงปัญหาที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนที่เป็น ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน วันนี้เหมือนว่าจากการปฏิวัติรัฐประหาร แล้วก็มีการตั้ง คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือการทวงคืนผืนป่าตามคำสั่งของคณะปฏิวัติ คสช. น่าจะเป็นความหวังของพี่น้องประชาชน น่าจะเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมมาดูรายงานฉบับนี้รูปเล่มเหมือนกับเพื่อนสมาชิกบอกว่าแพลตฟอร์ม (Platform) ดี ผลงานประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชน ผมหาแล้ว ยังไม่เจอนะครับ ท่านประธานครับ ปัญหาที่ดินทำกินมันเป็นปัญหาความเดือดร้อนมาก วันนี้ รัฐพยายามแก้ปัญหาโดยการตั้งองค์กรขึ้นมาซ้อนรัฐ เช่น คณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ หรือคณะกรรมการสำนักงาน สคทช. นี่จริง ๆ แล้วตัวเองไม่มีอำนาจอะไรหรอก ก็ไปใช้กฎหมายของปฏิรูปที่ดินบ้าง อุทยานแห่งชาติบ้าง ใช้กฎหมายที่ดินป่าไม้ ๒๔๘๔ บ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ในนี้ไม่เห็นเขียนหรือข้อเท็จจริงปัญหาก็คือเราไปตั้งหน่วยงานไปซ้อนกับ หน่วยงาน ทำให้ขั้นตอนถ้าเราจะดูจากรายงานฉบับนี้ขั้นตอนการดำเนินงานการแก้ปัญหา มันล่าช้า มันไม่ตอบโจทย์ ไม่ถูกใจพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้อ่านรายงาน ฉบับนี้แล้วดูขั้นตอนเรื่องของการทวงคืน การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินในพื้นที่ป่าไม้ ผมดูตรงนี้รูปลักษณะของการรายงานก็ไม่ค่อยชัดเจนเท่าที่ควร เพราะว่าปัญหาทั้งหมด สุดท้ายแล้วหน่วยงานฉบับนี้ล่ะครับ หน่วยงานของท่านนี่ล่ะครับ ไปออกกฎหมายซ้อน กฎหมาย ไปแก้กฎหมาย แล้วไปทำทับที่ของพี่น้องประชาชน พรรคประชาชาติ โดยท่านหัวหน้าพรรคและท่านเลขาธิการพรรค และสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ เราได้ลงไปรับฟังความเห็นผลกระทบของพี่น้องประชาชน ที่เดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินที่ถูกกฎหมายไปทับที่ของพี่น้องประชาชนหรือบางครั้ง พี่น้องประชาชนอยู่ก่อนแล้วเอากฎหมายไปบังคับใช้ ซึ่งในรายงานฉบับนี้ท่านก็บอกว่า เป็นรายงานที่มีบทสรุปในหน้า ๘๑ เรื่องของการประกาศกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ท่านประธานครับ ท่านไม่เคยไปฟังความเห็นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ท่านไม่รู้สึก ความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ว่าเวลาเขาถูกยึดที่ดินทำกินซึ่งเป็นที่ดินที่เขา อยู่กินมาก่อน เขาอุตส่าห์ปลูกพืช ปลูกผัก ปลูกผลไม้ เชื่อไหมครับ ผมไปรับฟังรายงาน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอระแงะ บ้านกาลิซา ก็มีปัญหาเรื่องของ ปัญหาที่ดิน การประกาศพระราชฎีกากำหนดที่ดินในพื้นที่ตำบลปะลุรู ตำบลโต๊ะเด็ง ตำบลริโก อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส และยังมีปัญหาที่ดินในพื้นที่ตำบลดุซงญอ ตำบลช้างเผือก ตำบลจะแนะของอำเภอจะแนะ และในเขตของจังหวัดนราธิวาสยังมีอีก หลายพื้นที่ ผมพยายามพูดจังหวัดนราธิวาสแต่จังหวัดยะลาถามว่ามีไหม ก็มี ปัญหาที่ เขตอุทยานไปทับที่ของพี่น้องประชาชน ทั้ง ๆ ที่พี่น้องประชาชนก็มาอยู่ก่อน พ.ร.บ. ออกมา แต่คณะกรรมการชุดนี้ก็ยังไม่เคยแก้ปัญหา เพราะฉะนั้นเวลาเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ได้บอกว่าตกลงแล้ว คสช. ตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติมันมีประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนหรือว่าเป็นประโยชน์ในการสร้างกระแสเท่านั้นเองหรือเปล่า ผมเห็นด้วย กับเพื่อนสมาชิกว่าถ้าองค์กรนี้มันไม่มีประโยชน์ก็ยุบเสีย อย่าทำงานให้มันซ้อนกัน ปัญหา วันนี้เหมือนกับพี่น้องประชาชนเวลาเขาเดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกิน ผมพูดง่าย ๆ ว่าในพื้นที่ เขตอำเภอกาบัง ตำบลบาละ ตำบลกาบังของผมนี่ หรืออำเภอยะหา ก็มีปัญหาตั้งแต่เรื่อง พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ วันนี้ก็ยังมีปัญหาเรื่องของที่ดินในเขตอุทยานหรือที่ดินของเขต อนุรักษ์สัตว์ป่าทั้งหมดก็ยังไม่เกิดการแก้ปัญหา ท่านประธานครับ บางครั้งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่เขามีปัญหาเรื่องแค่ต้องการที่เพื่อจัดสร้างเป็นมัสยิด เพื่อเป็นที่รวมศูนย์ในการ ประกอบศาสนกิจ เวลาขออนุญาตขั้นตอน ผมถามว่าจริง ๆ มันเป็นอยู่เขต ส.ป.ก. ส.ป.ก. ไปรับฟังความคิดเห็นแล้ว แต่วันนี้ยังไม่อนุมัติ พอไม่อนุมัติ ผลที่ได้มานะครับ คณะกรรมการ อิสลามประจำจังหวัด เวลาไม่อนุญาต ไม่ได้อนุมัติจัดตั้งมัสยิด มัสยิดแต่ละแห่งก็จะขาด เรื่องของรายได้ ของค่าตอบแทน ทั้งอิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น หรือแม้กระทั่งครูผู้สอนตาดีกา ประจำมัสยิด หรือแม้กระทั่งหลาย ๆ เรื่องที่ขาดผลประโยชน์ สิ่งเหล่านี้ที่ผมอยากสะท้อน ผ่านทางคณะกรรมาธิการว่าถ้าท่านคิดว่าท่านเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนนะครับ วันนี้ปัญหาที่ภูเขาบูโดหรือปัญหาที่กาลิซา ปัญหาที่ศรีสาคร ทำไมที่ดินที่เขาออก น.ส.๓ เป็นพัน ๆ ไร่ ท่านไม่ยึดคืน แต่ที่ดินของพี่น้องประชาชนเพื่อขออนุญาตตั้งมัสยิด ท่านก็ กลับประกาศว่าอยู่ในเขตป่าไม้ เขต พ.ร.บ. ป่าไม้บ้าง เขตอุทยานบ้าง สิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ผมอยากจะบอกว่ารายงานของหน่วยงานราชการเวลารายงานให้สภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่ว่า ไม่มีประโยชน์ พวกเราก็พยายามรายงานเพื่อสะท้อนอีกมุม ๆ หนึ่งที่ท่านอาจจะไม่ได้รับฟัง ท่านไปรับฟังอาจจะไม่เห็นข้อเท็จจริง เราก็เอามานำเสนอ ก็อยากฝากผ่านท่านประธาน ถึงคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติด้วยว่าคิดให้ดีนะครับ ถ้าท่านทำไม่ได้ท่านก็ยุบหรือถ่ายโอน ภารกิจให้กับองค์กรท้องถิ่นอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้แนะนำมาครับ ขอบคุณครับ