จาตุรงค์ ถามความล่าช้าใช้จ่ายงบที่ดินทำกิน หลังใช้ต่ำกว่า 75%

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๕

จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ตั้งคำถามถึงความล่าช้าในการใช้จ่ายงบประมาณโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ซึ่งใช้ไปเพียงร้อยละ 74.73 จากงบกว่า 1.25 หมื่นล้านบาท พร้อมสอบถามอุปสรรคจากผู้อำนวยการสำนักคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และเรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน โดยเฉพาะการจัดสรรที่ดินให้ประชาชนที่มีพยานหลักฐานชัดเจน รวมถึงปัญหาการขยายเขตอุทยานสัตว์ป่าที่กระทบพื้นที่ทำกินของชุมชนที่อาศัยมาก่อนปี 2468 โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงกลาโหมและกรมอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้การบริหารจัดการที่ดินเป็นธรรมและแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างยั่งยืน

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ต้องขอบพระคุณท่านประธานนะครับที่ได้นำเรื่องรายงานผลการ ดำเนินงานและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาตินะครับ ในวันนี้ท่านประธานครับ เมื่อพี่น้องประชาชนทราบว่าเราจะอภิปรายเรื่องการบริหารจัดการ ของนโยบายที่ดินแห่งชาตินี่หลายคนทางบ้านได้ฟังแล้วก็ติดตามอยู่ ผมขออนุญาตนำเรียน และมีคำถามถามไปยังท่านดอกเตอร์รวีวรรณ ภูริเดช ท่านผู้อำนวยการสำนักคณะกรรมการ นโยบายที่ดินแห่งชาติ ๒ เรื่อง คำถามก่อนเลยนะครับ

เรื่องแรก ก็คือในหน้า ๘๔ งบประมาณการดำเนินงานภายใต้โครงการ จัดที่ดินทำกินให้ชุมชนบอกว่าใช้เงินงบประมาณตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๙-๒๕๖๔ งบประมาณทั้งสิ้น ๑,๒๕๗,๓๐๔,๘๐๐ ล้านบาท ใช้ไปทั้งสิ้นแค่ ๗๔.๗๓ เปอร์เซ็นต์คือ ๙๓๙,๖๓๑,๘๐๙ ล้านบาท ใช้เงินไปยังไม่ครบติดปัญหาอย่างไร ท่านมีปัญหา ท่านมีอุปสรรค อย่างไรในการบริหารจัดการงบประมาณตรงนี้ วันนี้ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นช่วงที่สรุปคือ ปี ๒๕๖๔ ตอนนี้ครบหรือยัง มีปัญหาอย่างไร ท่านหนักใจตรงไหนหรือไม่

เรื่องที่ ๒ ก็คือคำถามหน่วยงานที่ท่านดูตรงนี้ ๖ หน่วยงาน แต่เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ ขณะนั้น ส.ส. ในสภาทั้งหมดได้เสนอญัตติอภิปรายกันโดยเฉพาะตัวกระผม ก็เสนอญัตติในเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและเอกสารสิทธิ ทุกคนพูดมีปัญหา คล้าย ๆ กันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ส.ส. จังหวัดศรีสะเกษ ท่านธีระ ท่านสิริพงศ์ ท่านผ่องศรี เหมือนกัน ๆ หรือท่าน ส.ส. รังสรรค์ก็เหมือนกันที่มีปัญหาว่าที่อยู่ทำกินมา แล้วก็ได้มีตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมาเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น ๑๗ หน่วยงาน ๑๘ หน่วยงาน แต่ในหน่วยงานของท่านนี่มีแค่ ๑๕ หน่วยงาน หน่วยงานที่ ตกไป ๒ หน่วยงาน ผมก็จะเรียนถามคือของกระทรวงกลาโหม ซึ่งกระทรวงกลาโหมเป็น หน่วยงานที่มีที่ดินเยอะมากแล้วก็มีปัญหาในเรื่องของพี่น้องประชาชนที่จะจัดที่ดินทำกิน ให้เขา กับหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานสัตว์ป่า และพันธุ์พืชก็ไม่เห็น และหน่วยงานของท่านด้วยซึ่งได้อยู่ในที่ประชุม แล้วเราได้ประชุมเสร็จ วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕ ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระที่ ๔.๑๖ จะอภิปรายวันนี้ เรื่องนี้ก็จะเป็น เรื่องที่พี่น้องประชาชนตั้งตาดูว่าเขาจะได้ที่ดินทำกินหรือไม่ อย่างไร ประเด็นที่จะนำเรียน ถามไปยังท่านดอกเตอร์รวีวรรณ แล้วก็บอกกล่าวไปยังคณะกรรมการว่าเราต้องพูดเป็น ๒ ประเด็น

ประเด็นแรก ก็คือประเด็นที่พี่น้องประชาชนไม่มีที่ดินทำกินจริง ๆ เลย เขาเกิดมาเขาไม่มีที่จริง ๆ เลย เขาก็คือหน่วยงานความหวังของท่านนี่ล่ะที่จะบริหารจัดการ ให้เขา แล้ววันนี้ที่จังหวัดศรีสะเกษก็มีหลายคนที่อำเภอกันทรลักษ์ก็มาร้องเรียนว่ากำลัง จะจัดให้เขา แต่มีอยู่คนหนึ่งไปร้องที่ไหนก็ไม่ได้เพราะเขาไปดูร่องรอยแล้วปรากฏว่า หาร่องรอยไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร ตรงนี้ก็ฝากด้วยว่าถ้ามีพยานหลักฐานชัดเจนก็น่าจะจัดให้เขา เพราะเขารอคอยอยู่

ส่วนที่ ๒ ก็คือหน่วยงานที่ในเรื่องของกระทรวง ในเรื่องของการขยายเขต อุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในเรื่องของขยายป่าจริงที่อำเภอภูสิงห์ อำเภอกันทรลักษ์ และ อำเภอกันทรลักษ์ของท่าน ส.ส. ธีระ และตัวกระผมนายแพทย์จาตุรงค์ ชาวบ้านเดือดร้อน เพราะจะไปขยายเขตก็ขอให้ขยายในพื้นที่ป่าจริง ๆ อย่าไปทับที่ประชาชนเขาทำมาหากินอยู่ นี่เขาก็มาร้องกรรมาธิการหลายรอบมาก นี่คือเรื่องหนึ่งที่ไม่มีที่ทำกิน แต่เรื่องที่ผมจะพูดก็คือ เรื่องที่เขาอยู่ตั้งแต่ก่อนปี ๒๔๖๘ เรื่องนี้ก็คือที่ทุ่งทำเลเลี้ยงสัตว์ ทุ่งสวาโหมที่อำเภอ กันทรลักษ์ และทุ่งทำเลเลี้ยงสัตว์ที่ป่าดงดินแดงที่บ้านกระบี่ บ้านกระบี่นี้เนื้อที่ ๒,๐๒๕ ไร่ ที่ทุ่งสวาโหม ๓,๗๕๐ ไร่ อยู่ตั้งแต่ปี ๒๔๖๘ จนบัดนี้ไม่มีร่องรอยของที่สาธารณะอะไรเลย อยู่กันจนลูกหลาน ปู่ย่าตายายจนยาวไปจนถึงหน่วยราชการทั้งหมดก็ยังไม่มีเอกสารสิทธิ สักทีหนึ่ง ตรงนี้ทุกคนเฝ้ารอคอยว่าเมื่อไรเขาจะได้มีเอกสารสิทธิเพราะเขาอยู่จริง ๆ แล้วไม่มีสภาพป่าทำเลเลี้ยงสัตว์ก็สอดคล้องกับของท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ ที่อำเภอลี้ ก็เหมือนกันแบบเดียวกัน พอหน่วยราชการเข้าไปคนพูดทีหนึ่ง ส.ส. พูดทีหนึ่งก็แห่กันไปดู อีกสักเดี๋ยวเดียวก็เงียบไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เพราะฉะนั้นนี่คือหน่วยงานที่เขามีความ เดือดร้อน เขารอการบริหารจัดการอยู่ เพราะฉะนั้นต้องแยกเป็น ๒ งาน งานแรกก็คือที่ไม่มีที่ทำกิน โดยเฉพาะอีกที่หนึ่งก็คือที่ที่สูง ที่แม่ฮ่องสอน ที่อำเภอบนเขาซึ่งทราบว่ากำลังจะไปจัดที่ทำกิน ก็อยากให้เขาได้มีที่ทำกิน เพราะว่าเขาจะได้มีอาชีพคนละ ๒๐ ไร่ เขาจะปลูกเรื่องกัญชงเป็นเนื้อเยื่อ จะปลูกเรื่องพืช ต่าง ๆ ก็จะได้เกิดประโยชน์ ตรงนี้ต้องแยกกัน แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่ผมเชื่อว่าในเขต ส.ส. ทั้งหมด ๕๐๐ คนมีหมดเลยคือที่ของป่าที่ของ น.ส.ล. ที่เป็นป่าเสื่อมโทรมแล้วไม่เกิดประโยชน์ หรือที่ ส.ป.ก. ไปออกครอบทับที่ทั้งอำเภอ เป็นต้น ตรงนี้ต้องแยกแล้วก็บริหารจัดการให้เขาได้มา ให้สำเร็จ เขาก็ไม่ต้องการที่จะไปจัดรูปที่ดินเพราะอยู่อยู่แล้ว แต่คนที่ไม่มีเลยอันนี้ต้อง นำเรียนว่าแก้ไขให้เขาเถอะนะครับ เพราะว่านั่นคือเป็นประโยชน์อย่างมาก นอกจากที่ผม พูดแล้วอำเภอกันทรลักษ์ ตำบลละลาย ตำบลชำ ตำบลภูเงิน ตำบลตระกาจ ก็มีที่เอกสาร แบบนี้เป็นพัน ๆ ไร่ แล้วเขารอความหวังจากตัวผม จากตัว ส.ส. ว่าเมื่อไรจะถึงก็คิดว่าเราจะ ได้พูดกันอีกครั้งหนึ่งในญัตติที่ ๔.๑๖ ในเรื่องของกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จในเวลา ๒ ปี ตั้งแต่ ๓๑ มกราคมจนถึง ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕ นี่ก็จะเป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นนำเรียนว่า วันนี้เป็นกำลังใจ อยากฝากบอกว่าทางท่านดอกเตอร์รวีวรรณ ภูริเดช ท่านมีปัญหาอย่างไร ในการบริหารจัดการ เพราะเท่าที่เห็นในความคืบหน้าอยากส่งกำลังใจอยากให้จัดให้เร็ว ๆ แล้วก็บอกมาเลยนะครับทางสภาจะแก้ไขอย่างไร ถ้ามันเหนือตรงนี้ไปก็คงจะต้องเป็นออก พ.ร.บ. สภาก็จะได้ช่วยกัน ท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีก็จะได้ช่วยกัน เพื่อจะแก้ปัญหา ให้พี่น้องประชาชนจริง ๆ ต้องขอขอบคุณท่านประธานสุชาติ ตันเจริญ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ