อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ตั้งข้อสังเกตปัญหาการบริหารงานของ ปตท. โดยเฉพาะการมีตัวแทนภาครัฐในคณะกรรมการน้อยกว่าสัดส่วนการถือหุ้น ทำให้เอกชนมีอิทธิพลสูง กระทบต่อการกำหนดนโยบายพลังงานและผลประโยชน์ของประชาชน พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงความสามารถของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจที่รัฐถือหุ้นใหญ่
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ทำกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาตอบแทนนะครับ เรื่องของ ปตท. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งของประเทศและมีบทบาท สำคัญทางด้านพลังงานที่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง ซึ่ง ปตท. นั้นเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้านพลังงาน เป็นบริษัทมหาชนและเป็นรัฐวิสาหกิจที่กำหนด นโยบายและแผนงานในการบริหารพลังงานของชาติ ซึ่งมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ของประชาชนในฐานะที่ภาครัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ในขณะนี้สัดส่วนของคณะกรรมการของ ปตท. นั้นมีน้อยไม่สอดคล้องกับสัดส่วนที่รัฐได้ถือหุ้น ฉะนั้นการเพิ่มจำนวนของบอร์ด (Board) หรือคณะกรรมการที่ภาครัฐมีสัดส่วนในการถือหุ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งเสริม ความเหมาะสมในการบริหารงานและกำหนดนโยบายด้านพลังงานให้เกิดประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศ เพราะ ปตท. นั้นถือว่าเป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐถือหุ้นใหญ่ ท่านประธานครับ ปตท. นั้นมีกระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีกองทุนรวมวายุภักษ์ถือหุ้นอยู่ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ และมีกองทุนประกันสังคมถือหุ้นอีก ๒ เปอร์เซ็นต์ จากข้อมูลที่ได้นำเรียน ท่านประธานนะครับ ก็รวมเป็น ๖๓ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นรัฐบาลควรมีตัวแทนอยู่ในบอร์ด (Board) จำนวน ๑๐ คน จากทั้งหมด ๑๕ คน แต่ปัจจุบันนี้คณะกรรมการของ ปตท. นั้น มีตัวแทนภาครัฐอยู่เพียงแค่ ๕ คน ถ้ารวมซีอีโอ (CEO) ปตท. ด้วยนะครับ ถ้าไม่รวมซีอีโอ (CEO) ปตท. ด้วย เหลืออยู่แค่ ๔ คนนะครับ นอกจากนี้จากการตรวจสอบบางท่านที่ไม่ว่า จะเป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือเลขา สศช. สภาพัฒน์ ปลัดกระทรวงการคลัง รองปลัดกระทรวงพลังงานที่มานั่งเป็นบอร์ด (Board) ปตท. บางท่าน ได้ตรวจสอบแล้วก็ไม่ได้มาจากโควตาของภาครัฐด้วยซ้ำ แต่ว่าตนเองนั้นยังเป็นข้าราชการ ที่ทำงานให้กับทางราชการอยู่ ฉะนั้น ปตท. ปัจจุบันนี้บอร์ด (Board) นั้นที่มานั่งมาจาก ภาคเอกชนสูงถึง ๑๐ คน จริง ๆ มันต้องสลับกันท่านประธานครับ ต้องเป็นภาครัฐ ๑๐ คน และเอกชน ๕ คน แต่ปัจจุบันนี้ที่ผมนำเรียนท่านประธาน ฝั่งสีแดงเป็นเอกชน ๑๐ คน ภาครัฐ ๕ คน มันกลับตาลปัตรครับ พอจำนวนบอร์ด (Board) ที่มานั่งภาคเอกชนมากกว่า ก็ทำให้การกำหนดนโยบายของ ปตท. ไม่ได้มองถึงผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ ของประเทศเป็นสำคัญ ก็มุ่งแสวงหาผลประโยชน์และกำไรไปให้ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นหรือเป็น เงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเป็นหลักทำให้เกิดปัญหาว่า ปตท. ปัจจุบันนี้มีกำไรมหาศาล กำไรของ ปี ๒๕๖๔ แสนกว่าล้านบาท ท่ามกลางความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รัฐบาลมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกำกับดูแล ปตท. แห่งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นรัฐวิสาหกิจในกำกับ ของกระทรวงพลังงานนะครับ ท่านกลับไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวเลยว่าปัจจุบันนี้บอร์ด (Board) ของ ปตท. ถูกควบคุมหรือครอบงำโดยเอกชน ทั้ง ๆ ที่รัฐถือหุ้นถึง ๖๕ เปอร์เซ็นต์ อันนั้น จึงเป็นที่มาว่าวันนี้ ปตท. ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนผ่านราคาพลังงาน ที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปิดบังค่าการกลั่น เพราะว่ากรรมาธิการได้ขอไปหลายรอบ ทาง ปตท. ล่าสุด ท่านประธานครับ มีหนังสือจากทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สั่งการไป ซึ่งกรรมาธิการได้ขอไปตามมาตรา ๑๒๙ ของรัฐธรรมนูญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานได้แทงให้ปลัดกระทรวงพลังงานไปเมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ปลัดกระทรวง พลังงานก็แทงให้ประธานหรือซีอีโอ (CEO) ปตท. ไปดำเนินการเมื่อวันที่ ๒๖ เดือน ๕ ปี ๒๕๖๕ เช่นกันครับ ล่าสุดวันที่ ๖ มิถุนายน ทาง ปตท. ทำหนังสือตอบกลับมาว่าไม่สามารถ เปิดเผยต้นทุนการกลั่นได้ นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าวันนี้ ปตท. รัฐบาลไม่สามารถควบคุมตรวจสอบ กำกับดูแลได้เลย แม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสั่งการ เอกสารอยู่ในมือผมนี่ ท่านประธานครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสั่งการไปให้ส่งต้นทุนให้กรรมาธิการ ซึ่งมีอำนาจตามมาตรา ๑๒๙ ตามรัฐธรรมนูญ ในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ยังไม่สามารถสั่งการให้ ปตท. ส่งข้อมูลให้กับกรรมาธิการได้เลยครับท่านประธาน แล้วอย่างนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานท่านจะบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างไร ความเสียหาย ก็ตกอยู่กับพี่น้องประชาชน แล้ววันนี้สังคมเคลือบแคลงว่าโรงกลั่น ซึ่ง ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ มาจากโรงกลั่นที่ ปตท. ดำเนินการอยู่ ไม่ว่าจะเป็น พีพีที โกลบอล เคมิคอล ไม่ว่าจะเป็น ไทยออยล์ ไม่ว่าจะเป็นไออาร์พีซี ยังมีบางจากอีก ทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น ค่าการกลั่น ก็สูงขึ้น นี่ล่ะครับคือผลกระทบที่มาจากการที่บอร์ด (Board) ของ ปตท. รัฐไม่สามารถเข้าไป ควบคุมกำกับดูแลได้ นอกจากนี้เรียนกับท่านประธานว่าการที่บอร์ด (Board) ไม่สอดคล้องกับ จำนวนผู้ถือหุ้น ผมก็เชิญ สคร. มาหารือในกรรมาธิการ หนังสือที่ผมถืออยู่นี้ท่านประธาน เป็นพระราชบัญญัติในการพัฒนากำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ผมก็มาพลิกดู หลายมาตราเลย มีทั้งมติ ครม. ด้วยครับ พระราชบัญญัตินี้ยังไม่ได้ลงไปเลยว่าการที่รัฐถือหุ้น บอร์ด (Board) กับรัฐไม่สอดคล้องกัน กฎหมายก็ไม่ได้กำหนดคุ้มครองผลประโยชน์ตรงนี้ของรัฐไว้ครับ ในขั้นตอนแรกผมก็เลยจะขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าเมื่อท่าน เจอบอร์ด (Board) ของ ปตท. ตามที่ผมได้อภิปรายไปนี้ ท่านมีแนวทางในการดำเนินการ แก้ไขอย่างไร เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณท่านประธานครับ