เกียรติ สิทธีอมร ตั้งข้อซักถามและวิพากษ์ร่างกฎหมายที่ห้ามผลิตสุราในครัวเรือน โดยคัดค้านการอ้างเหตุผลเรื่องการควบคุมของรัฐทั่วโลก พร้อมยกตัวอย่างเบลเยียมที่ส่งเสริมผู้ผลิตรายย่อย ชี้ว่ากฎหมายดังกล่าวขัดสิทธิเสรีภาพประชาชน ไม่สอดคล้องกับหลักคุ้มครองผู้บริโภค และขัดขวางการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นจากข้อกำหนดทุนจดทะเบียนที่สูงเกินไป จึงเรียกร้องให้ทบทวนกฎหมายและตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาอย่างรอบด้านเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและปรับให้ทันสมัย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ซักถามครับ จริง ๆ แล้วผมเห็นด้วยกับท่านประธานอันนี้ผ่านวาระหนึ่งไปแล้ว จะไม่อภิปราย เหมือนวาระหนึ่ง แต่ผมซักถามเลยครับ เพราะว่าผมดูในเหตุผลที่ให้ของการที่คว่ำร่างนี้ พูดง่าย ๆ ภาษาชาวบ้านนี่ครับ มันมีอะไรบ้าง
ประการที่ ๑ ผมตั้งคำถามครับ ทำไมบุคคลที่ท่านไปถามมันเกี่ยวข้องแค่ไหน กับนโยบายของรัฐ ท่านถามกรมสรรพสามิตพอเข้าใจได้ แต่ถามกรมบัญชีกลางนี่ผมไม่ค่อย เข้าใจเกี่ยวอะไรครับ ทีนี้เหตุผลที่ให้หมดเลย มีการกล่าวอ้างด้วยว่าสุราเป็นสินค้าควบคุม ที่รัฐบาลทั่วโลกต่างถือปฏิบัติ แน่ใจหรือเปล่าครับ ผมก็ใช้ชีวิตท่องโลกมาเหมือนกันนะครับ เขากำกับดูแลครับ เขาควบคุมความปลอดภัยครับ แต่เขาไม่ใช่ควบคุมว่าคุณผลิตได้หรือไม่ได้ คุณต้องมาขอผม ต่างกันมากเลยครับ ควบคุม ควบคุมอะไร กำกับดูแลความปลอดภัย ใช่ครับ แต่ไม่ใช่ไปกำหนดเงื่อนไขจนเขาไม่สามารถดำเนินการได้ ไม่สามารถผลิตได้ถ้าเขาใหญ่ไม่พอ อันนี้กรมสรรพสามิตเป็นคนบอกนะครับ รัฐบาลทั่วโลกเลยนะครับ ไม่จริงครับ ถ้าไม่อย่างนั้น ท่านต้องเอารายชื่อทุกรัฐบาลประเทศไหนบ้างเอามาให้ผมดูสักนิดเถอะ เพราะประสบการณ์ ที่ผมผ่านมาไม่ใช่ครับ ท่านประธานทราบไหมครับประเทศเบลเยียมเบียร์ที่เขาโดดเด่นมา ในเวทีโลกเกิดจากอะไรครับ รายเล็กทั้งสิ้นเลย รายเล็กรายน้อยมีเป็นพัน เกือบหมื่นด้วยครับ แล้วเวลาเขาเปิดร้านขายเบียร์ของเบลเยียมเขาชื่อว่าเป็นวังของเบียร์เลยนะครับ แล้วที่นี่เขา รับประกันว่ามีไม่ต่ำกว่าพันชนิด นั่นคือจุดขายของเขา และท่านไปบอกว่าเพราะคุณเล็ก คุณผลิตไม่ได้ได้ไหมครับ นั่นคือปัญหา และผมก็ต้องซักท่านนะครับว่าท่านเอาข้อมูลอะไรมา เวลาเขียนอย่างนี้ในรายงานที่เป็นทางการ
ประการที่ ๒ ที่ท่านเขียนไว้ หากกำหนดให้ผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้าทำได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตนั้น นอกจากไม่สามารถตรวจสอบและควบคุมคุณภาพได้แล้วยังเป็นผล ให้สินค้าสุราสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยง่ายมากยิ่งขึ้น ท่านห่วงพวกเรามากขนาดนั้นเลยหรือ ห่วงความปลอดภัยของประชาชนอย่างนั้นห้ามทำเลย ตรรกะของท่านคืออย่างนี้เลยครับ ท่านครับทุกคนที่เขาผลิตอะไรก็แล้วแต่ในบ้านเขา ผมทำอาหารในบ้านผมท่านจะมาบอก หรือครับว่าผมควรจะทำอาหารแบบไหนถึงจะปลอดภัยกับผมที่จะบริโภคเอง ไม่ใช่นะครับ ผมว่าท่านต้องไม่สับสนกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่พึงมีในการประกอบอาชีพกับอำนาจรัฐ ในการไปกำกับดูแลว่าเขาควรจะประกอบอาชีพอย่างไรถึงจะปลอดภัยกับผู้อื่น ไม่ใช่ตัวเขาเอง เป็นผู้อื่นครับ เพราะฉะนั้นในกรณีที่เป็นการบริโภคในครัวเรือนของเขาเอง ท่านเอาสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ข้อไหนไปกำกับเขา ตอนนี้ทำไมเขาถึงทำไม่ได้รู้ไหมครับเพราะไปเขียนในกฎกระทรวงว่า ใครก็แล้วแต่ที่ครอบครองอุปกรณ์นี้ถือว่ามีความผิด โอ้โฮท่านประธานครับ ผมว่ากฎหมายนี้ มันโบราณมากเลย เราต้องปรับวิธีคิดใหม่หมดเลย เราสับสนกับความปลอดภัยของผู้บริโภค กับสิทธิพื้นฐานของประชาชน ในโลกนี้ถ้าท่านให้เหตุผลอย่างนี้ไม่รอด ท่านไปในเวทีสากล ถ้าท่านเหตุผลอย่างนี้เจ๊งครับ ตายครับ ไม่มีทางผ่านเลยครับ ทีนี้ให้มีการออกกฎกระทรวง ในส่วนใดส่วนหนึ่งก็ปรับได้ครับ เดี๋ยวไปคุยกันในชั้นกรรมาธิการนี่ปรับได้ แต่คว่ำเลยนี่ครับ เหตุผลท่านต้องดีกว่านี้ ผมเองเป็นคนหนึ่งไม่ได้ส่งเสริมให้คนบริโภคสุรา อันนี้ทำความเข้าใจ ตั้งแต่ต้นเสียก่อนเพราะผมเองก็ไม่ใช่คนบริโภคสุรายกเว้นเป็นกรณีเพื่อสังคม แต่ว่าเราไป ปะปนกับความปลอดภัยของประชาชน ความปลอดภัยของผู้บริโภค แล้วต้องถามตัวเองครับ รัฐเอาอำนาจอะไร เอาสิทธิอะไรตามรัฐธรรมนูญข้อไหนไปบอกว่าเขาทำอะไรได้ ทำอะไร ไม่ได้ เหตุผลแม้กระทั่งระหว่างประเทศที่ท่านจะกีดกันใครก็แล้วแต่ หรือไม่กีดกัน หรือว่า ให้เขาทำได้หรือไม่ได้ เหตุผลเดียวคือคุ้มครองผู้บริโภค แล้วการคุ้มครองผู้บริโภคถ้าในกรณี เช่นนี้ที่จะต้องมีการผลิตเพื่อจำหน่ายต้องผ่าน อย. เท่านั้น ก็แค่นั้นครับ คุณต้องไปพิสูจน์ว่า บริโภคแล้วปลอดภัย ที่เหลือไม่เกี่ยวแล้วครับ ทีนี้ของท่านไปกำหนดว่าต้องมีทุนจดทะเบียน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีกำลังแรงม้าเท่าโน้นเท่านี้เท่านั้น เทคโนโลยีมันเปลี่ยนไปเยอะแล้วครับ ของเรายังโบราณอยู่เลย ตรงนี้ผมคิดว่าท่านต้องกลับไปทบทวนนิดหนึ่ง แล้วการที่ท่านไม่ให้ เขาทำนี่ถูกสังคมมองได้ทันทีเลยว่าอันนี้เอื้อคนที่อยู่ ๆ แล้วหรือเปล่า ผมไม่อยากเป็นจำเลย เราเป็น ส.ส. เป็นตัวแทนประชาชน ถ้าท่านคว่ำร่างนี้ซึ่งเปิดโอกาสให้รายเล็กรายน้อยทำ ท่านเป็นจำเลยทันทีเลย อันนี้ด้วยความหวังดีจริง ๆ และด้วยความเคารพท่านจริง ๆ ครับ ผมคิดว่าสิ่งทั้งหลายนี้ที่เป็นข้อกังวลสามารถไปปรับปรุงได้ในชั้นกรรมาธิการง่ายมาก แต่ว่า คว่ำไปเลยทั้ง ๆ ที่ท่านไม่มีร่างกฎกระทรวงที่ท่านพูดถึงมาประกบแล้วบอกลองพิจารณาอันนี้ดู เป็นทางเลือกมันไปไม่ได้หรอกครับ ทีนี้พอผมไปดูสำนักงบประมาณ เมื่อสักครู่ผมพูดไปแล้ว สภาพัฒน์ พูดง่าย ๆ ถ้อยคำของท่านที่อยู่ในรายงานบอกว่าไม่ให้ผลิตเพราะว่ากลัวควบคุม คุณภาพได้ยาก เออท่านหวังดีจริง ๆ แต่สภาพัฒน์เก่งพอที่จะมาควบคุมคุณภาพการผลิตสุรา หรือเปล่า ผมว่าไม่ใช่นะครับ คนที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแลเรื่องความปลอดภัยผมบอกว่า มันมีหน่วยงานรัฐอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นท่านจะอ้างหลายประเทศ ท่านอ้างประเทศอังกฤษบ้าง ประเทศอเมริกาบ้าง แต่ประเทศที่ท่านไม่อ้างแล้วก็ทำได้กันพอสมควรเลย ประเทศเยอรมัน ประเทศเบลเยียม แม้กระทั่งประเทศเพื่อนบ้านของเราประเทศมาเลเซีย ผมเคยใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ผลิตจากมะพร้าว ชาวบ้านทำครับ เขาเรียกท็อดดี (Toddy) บริโภคก็อร่อยดี ปลอดภัยด้วย ราคาไม่แพงด้วยครับ อย่างนี้ผมคิดว่าขอให้ทบทวนเถอะครับ
ประการสุดท้ายครับ กฎกระทรวงที่ท่านมีอยู่ในไม่เวิร์ก (Work) มันใช้ไม่ได้แล้ว มันโบราณจริง ๆ ท่านไปกำหนดทุนจดทะเบียน ๑๐ ล้านบาท ก็ไม่ต้องมีใครเข้ามาแล้วครับ ชาวบ้าน ทีนี้แนวคิดเหล่านี้ท่านจะมีอย่างไร ก็ขอให้มีความชัดเจน ผมยังเสนอว่าจริง ๆ แล้ว ไม่เสียหายอะไรเลย รับหลักการไป ไปตั้งกรรมาธิการแล้วก็ให้ทุกคนที่เป็นตัวแทนประชาชน ช่วยกันดูให้รอบคอบ ให้ถี่ถ้วน ให้มีความปลอดภัยและให้รายเล็กรายย่อยสามารถเกิดได้ ขอบพระคุณครับ