สัณหพจน์ ชูแก้กฎหมายกัญชา กัญชง เน้นประโยชน์เกษตรกร-เยาวชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕

สัณหพจน์ สุขศรีเมือง อภิปรายร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง โดยเน้นการส่งเสริมประโยชน์แก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไป แทนที่จะเป็นเพียงกลุ่มนายทุน พร้อมเสนอให้กระจายอำนาจการอนุญาตไปยังระดับจังหวัดและอนุญาตให้ปลูกเพื่อใช้ในครัวเรือนได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงประโยชน์อย่างทั่วถึงและป้องกันผลกระทบต่อเยาวชน.

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกที่รักทุกท่านครับ กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ วันนี้ ขอบคุณท่านประธานวิป (Whip) รัฐบาล ท่านนิโรธครับ ที่ให้โอกาสผมได้มาอภิปรายในส่วน ของร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... นะครับ สืบเนื่องจากพระราชบัญญัตินี้จะต้อง มีการจำกัดสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ ประกอบมาตรา ๒๘ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๐ จึงทำให้ต้องจำกัดสิทธิ ที่จะให้การเข้าถึงของพี่น้องประชาชนหรือหน่วยงานต่าง ๆ จะต้องเข้ามาตั้งกรอบกติกาของ กฎหมายว่าจะทำอะไรได้แค่ไหน อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ การขาย การนำเข้า การส่งออก การขออนุญาตนะครับ วันนี้หัวใจสำคัญครับ ผมอยากจะเรียนท่านประธานไปสู่กรรมาธิการ ที่จะตั้งขึ้นมา หัวใจสำคัญคือต้องให้ได้กับชาวบ้าน ประโยชน์สูงสุดกับชาวบ้าน แล้วก็ป้องกัน อันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเยาวชนอันนี้คือหัวใจนะครับ ผมจะพูดใน ๔ ประเด็นหลัก ๆ สำหรับ ร่างพระราชบัญญัตินี้นะครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือเพื่อเป็นการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ การแปรรูป ให้ชาวบ้านได้มีทางเลือก อย่าให้นายทุนมีทางเลือกอยู่อย่างเดียวนะครับ ต้องบอกกับชาวบ้าน ให้ชัดว่าพื้นที่ใดเหมาะกับพันธุ์อะไร แล้วจะส่งเสริมอย่างไร แล้วแปรรูปอย่างไร

ประเด็นที่ ๒ เป็นอำนาจของการพิจารณา ซึ่งในกรรมการจะมีอยู่ ๒ ชุดครับ ก็คือกรรมการระดับนโยบายที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในส่วนของกรรมการกัญชา และกัญชงมีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน จะต้องมีการกระจายอำนาจการอนุญาต จากส่วนกลางไปสู่จังหวัดเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงง่าย ขออนุญาตง่ายไม่ยุ่งยากเลย แล้วลดขั้นตอนในการที่จะขออนุญาตต่าง ๆ นะครับ

ประเด็นที่ ๓ ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีกัญชาผสมเพื่อให้ชาวบ้าน เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์ได้ด้วย อย่างเช่น ผสมในยาหม่องหรืออะไรก็ตามที่จะเกิดประโยชน์ แต่ตรงนี้ต้องให้ชาวบ้านเข้าถึงได้ด้วย นอกจากนายทุนขนาดใหญ่ ก็เช่นเดียวกับพืชกระท่อม ที่หลายท่านได้อภิปรายเอาไว้นะครับ สุดท้ายแล้วนายทุนออกตัวก่อนใคร โรงงานผลิตเสร็จแล้ว ตอนนี้ที่เชียงรายก็เสร็จแล้วนะครับ ก็อยากให้พืชกระท่อมได้นึกถึงและตระหนักถึงประชาชน และเกษตรกรเป็นหลัก เป็นพืชเศรษฐกิจเพื่อประชาชนจริง ๆ นะครับ

ประเด็นที่ ๔ เรื่องของ อย. การประมาณ การทำประกาศเรื่องเกี่ยวกับกัญชง กัญชาให้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว แล้วก็ไม่แพงนะครับ อย่าทำให้ยุ่งยากกับเกษตรกรกับ พี่น้องวิสาหกิจชุมชนในการขอ อย. นะครับ เพราะถ้าหากเป็นนายทุนตรงนั้นเขาจะของ่าย แต่ชาวบ้านจะขอได้ยาก จากร่างพระราชบัญญัติอันนี้ที่ผมได้ดูรายละเอียดในหมวด ๓ ที่ตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ ในหมวด ๓ บทบัญญัติ มาตรา ๑๖ และบทบัญญัติ มาตรา ๑๕ ไม่ใช้บังคับแก่การขายส่วนของกัญชา กัญชง สารสกัดหรือกากจากการสกัดตามที่รัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศกำหนดนะครับ ในส่วนมาตรา ๑๗ กำหนดให้ ใบอนุญาตมีอายุดังนี้ ใบอนุญาตการปลูกมีอายุ ๓ ปีนับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาต ใบอนุญาต การผลิต การสกัดมีอายุ ๓ ปีนับจากวันที่ได้รับอนุญาต ใบอนุญาตนำเข้า ส่งออกก็ ๓ ปี ใบอนุญาตจำหน่ายก็ ๓ ปี ทั้งนี้ผมไม่ได้ติดใจในประเด็นที่จะขออนุญาต ๓ ปีกับในส่วนของ การนำเข้า ส่งออก หรือการจำหน่าย แต่ว่าผมติดใจในส่วนของการปลูกครับท่านประธาน จะฝากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่จะไปนั่งกรรมาธิการชุดนี้ว่าให้ลองพิจารณาใหม่นะครับ ถ้าหากมีการจำกัดใบอนุญาตการปลูกอยู่ที่ ๓ ปี เดี๋ยวพี่น้องประชาชนคนรากหญ้าเขาจะ ลำบากอีก ปลูก ๆ ไปไม่รู้หมดอนุญาตตอนไหน เมื่อไร เดี๋ยวเขาจะลำบาก พอเขาโดนจับ ขึ้นมาก็เหมือนกับที่โดนจับ ๑ ต้น ยายแก่ ๆ เดี๋ยวเขาจะลำบาก อันนี้ที่เป็นห่วงในส่วนของ มาตรา ๑๗ ของหมวด ๓ การขออนุญาตและการอนุญาตนะครับ แล้วก็ในส่วนของหมวด ๔ ที่ผมมีความเป็นห่วงและกังวลฝากไปยังเพื่อนกรรมาธิการ ในส่วนของผู้ที่จะจดเพาะ ปลูก กัญชาตรงนี้อยู่ในมาตรา ๑๘ ผู้ใดประสงค์ที่จะเพาะ ปลูก หรือใช้ประโยชน์จากกัญชา กัญชง ในครัวเรือนต้องจดแจ้งต่อผู้จดแจ้งและเมื่อผู้รับจดแจ้ง ออกใบรับจดแจ้งให้แล้วจะดำเนินการนั้นได้ แต่ถ้าหากเมื่อไรที่ใบอนุญาตในการจดแจ้งหมด ก็เช่นเดียวกันประชาชนเขาไม่รู้หรอกครับนอกจากนายทุนกับโรงงานขนาดใหญ่เท่านั้นที่เขา จะมีคนที่จะสอดส่องดูแลหรือต่อใบอนุญาตตรงนี้ให้ ตรงนี้ก็ฝากไปยังกรรมาธิการทุกท่าน ที่ผมเป็นห่วง จริง ๆ ก็ยังมีอีกหลายประเด็นก็คงไม่ต่างอะไรกับพืชกระท่อม วันนี้กระท่อม กระป๋องก็ออกมาแล้ว โรงงานผลิตก็เสร็จแล้ว ชาวบ้านก็ปลูกแล้ว ตอนนี้พี่น้องชาวภาคใต้ ก็คือดีใจกันมากได้ขายใบกระท่อมแล้วก็ได้ปลูกกระท่อมได้ส่งพันธุ์ต้นกระท่อมมาขายตอนนี้ ทั่วประเทศเลยครับ ผมก็อยากให้ในส่วนของกัญชง กัญชา ผมอยากให้ชาวบ้านจริง ๆ ถ้าเกิด เขาปลูกในบ้านไม่ต้องขออนุญาตหรอกครับ จำกัดไปเลยว่ากี่ต้น ผมว่าสัก ๓ ต้นเพื่อใช้ ในครัวเรือนเป็นยารักษาโรคป้องกันอย่างนี้ครับผมว่าน่าจะดี ไม่ต้องให้เขาขออนุญาตก็ได้ เพราะเดี๋ยวไปจำกัดที่ ๓ ปีแล้วเขาจะเดือดร้อน ฝากท่านประธานและขอบคุณกรรมาธิการ ทุกท่านที่จะพิจารณาเพื่อพี่น้องประชาชนไม่ใช่เพื่อนายทุนจริง ๆ ขอบคุณครับท่านประธาน