จุลพันธ์ ตั้งข้อสังเกตกระบวนการพิจารณากฎหมายกัญชา ห่วงเด็ก-เยาวชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชงที่ขาดความรอบคอบและเร่งรีบ โดยเฉพาะการเลื่อนระเบียบวาระกระทันหัน พร้อมกังวลต่อการปลดล็อกกัญชาโดยไม่มีมาตรการควบคุมที่เพียงพอ ซึ่งส่งผลให้เยาวชนเข้าถึงสารเสพติดได้ง่าย ส่งผลเสียต่อสังคม จึงเรียกร้องให้มีการทบทวนนโยบายอย่างรัดกุม มีกลไกคืนกำไรสู่ชุมชน และปิดช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมถึงนำหนังสือเปิดผนึกจากภาคประชาชนและนักวิชาการมาบันทึกเป็นหลักฐานเพื่อให้กรรมาธิการพิจารณาอย่างรอบด้าน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ซึ่งได้มีเพื่อนสมาชิกจาก ๒ พรรคการเมือง ได้นำเสนอ จริง ๆ แล้วจะมีประกบอีก ๒-๓ ฉบับ แต่ว่าทางคณะรัฐมนตรีได้ให้การรับรอง เรื่องการเป็นกฎหมายทางการเงินไม่ทันจึงทำให้มี ๒ ฉบับในวันนี้ ท่านประธานครับ ผมเอง ต้องเรียนในเบื้องต้นก่อนว่ากระบวนการที่เรากำลังทำอยู่นี้ ผมต้องท้วงติงในบางขั้นตอน แต่ไม่ใช่ขั้นตอนที่เกี่ยวกับเรื่องท่านประธาน

ประเด็นแรก มันมีกระบวนการในการเลื่อนระเบียบวาระซึ่งเป็นมติของสภา พวกเรารับผิดชอบร่วมกัน การเลื่อนระเบียบวาระในครั้งนี้มันค่อนข้างกะทันหันเกิดขึ้น เมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อน เมื่อเลื่อนมาแล้วเราก็เตรียมความพร้อมในการที่จะอภิปรายกัน แต่ว่า ผลที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าเรามีการเลื่อนระเบียบวาระในเรื่องกัญชง กัญชา ก็มีคำถามในสังคม เช่น เรื่องญัตติ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คสช. เรื่องการปฏิรูปการศึกษาต่าง ๆ นานา พี่น้องครูทั่วประเทศเขาก็รอกันอยู่ ผมเองก็ขอเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อไทยกราบขออภัย กับพี่น้องครูด้วย เราไม่ได้ลืม แล้วเราก็จะดำเนินการให้ท่าน ผมเชื่อว่าอย่างช้าสุดปลายเดือนนี้ ต้นเดือนหน้าเรื่องของ พ.ร.บ. ครูก็คงจบ อย่างไรก็ตามเมื่อเราเลื่อนมาแล้วก็ต้องดำเนินการ ในการพิจารณาตามระเบียบวาระที่เราวางกันไว้ พ.ร.บ. กัญชา กัญชง ครั้งนี้รวมกับ พ.ร.บ. ที่มันมีความเกี่ยวเนื่องไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. เกี่ยวกับยาเสพติด เดี๋ยวก็กัญชง เดี๋ยวก็กัญชามา เดี๋ยวก็กัญชงและกัญชา ๓ ปีที่ผ่านมานี้ผมว่าเราพิจารณากันไปไม่ต่ำกว่า ๓-๔ ฉบับครับ เข้ามาแล้วเข้ามาอีก ไม่แปลกใจเพราะว่าธงนำมันคือเรื่องของการเมือง หลายพรรคได้ มีกระบวนการในการรณรงค์หาเสียงแล้วท่านก็พยายามที่จะดำเนินการให้มันแล้วเสร็จ ซึ่งก็ให้ความชื่นชมในความพยายาม อย่างไรก็ตามพอธงนำเป็นลักษณะนั้น คือเราจะเอา เรื่องของการเมือง เราเอาเรื่องของเป้าวัตถุประสงค์เป็นหลักนำมา สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ กระบวนการทำงานของสภาเราไม่เคยเป็นอย่างนี้ มันไม่เคยมีกฎหมายเรื่องของอะไรก็ตาม และเข้ามาเป็นขยักขย่อนเข้ามาทีละอัน ๒ อัน อันนี้เช่นเดียวกันเรื่องของกัญชา กัญชง เห็นได้ชัดเลยว่ากระบวนการที่ได้มีการเตรียมกฎหมายไว้ในเบื้องต้นมันขาดความรอบคอบ ซึ่งเพื่อนสมาชิกผมเองคนหนึ่งหรือหลายคนก็อภิปรายในสภาหลายครั้งว่าครั้งก่อน ๆ เข้ามา มันมีช่องโหว่นะ เราก็ท้วงติง สุดท้ายมันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ วันนี้เกิดสุญญากาศ ในเรื่องของการประกาศใช้เพราะว่า พ.ร.บ. ฉบับเก่ามีผลบังคับใช้แล้วว่าให้มีเสรีในเรื่องกัญชา ปรากฏว่ากฎหมายรองรับในการควบคุม กำกับยังไม่เสร็จก็เลยถึงต้องเร่งรีบในการเข้ามาครั้งนี้ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการ ตรากฎหมายซึ่งเราไม่อยากจะเห็นในอนาคต ในกระบวนการมันควรจะต้องมีความพร้อม และมีความรัดกุม ได้ดูถึงผู้มีส่วนได้และมีส่วนเสียไม่ว่าจะจากมิติใด ๆ แล้วก็เอาเข้ามาสภา เพื่อที่จะพิจารณาอย่างรอบคอบรัดกุมให้มันจบในครั้งเดียว อันนี้สิ่งที่อยากจะเห็นในอนาคต พ.ร.บ. นี้ที่ออกมาในครั้งนี้ก็ยังมีข้อท้วงติงที่จำเป็นจะต้องพูดถึงครับใน ๒ ๓ ประเด็น

๑. เรื่องของการป้องกันการเสพโดยเยาวชนแล้วก็วัยรุ่นนะครับ เราเขียนไว้ คร่าว ๆ ครับว่าห้ามซื้อโดยเยาวชนอายุต่ำกว่า ๒๐ ปีอะไรต่าง ๆ แต่กระบวนการตอนนี้ ท่านประธานไปลองดูแม้แต่ร้านสะดวกซื้อชั้นนำเริ่มมีขายครับ น้ำที่ผสมเรื่องของสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับกัญชา กัญชง แต่ว่ากระบวนการในวันนี้ถามว่าพี่น้องประชาชนสมมุติว่า ผมเป็นเด็กเข้าไปซื้อ ผมซื้อได้นะครับ ไม่มีกฎหมายห้ามเพราะถือว่ามันเป็นกระบวนการ ซึ่งเป็นวิสาหกิจชุมชนเขาก็เข้าไปขายถูกต้องนั่นล่ะ แต่กระบวนการเราอยากจะเห็นหรือว่า เราอยากจะป้องกันอย่างไรในอนาคตอันใกล้ว่าสุดท้ายแล้วเด็กและเยาวชนก็ควรจะต้องมี เกราะป้องกันไม่ให้เขาเข้าถึงกับสารเหล่านี้ซึ่งในส่วนหนึ่งมันก็ยังมีอันตรายอยู่ มันอาจจะเป็น การใช้เพื่อความบันเทิงสันทนาการแต่มันมีอันตรายในระยะยาวกับคนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ยังมีความเสี่ยงทางวุฒิภาวะ เรื่องของการควบคุมการโฆษณา เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ก็ได้ อภิปรายไป ท่านประเดิมชัยนะครับ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าวันนี้เรากำลังจะปล่อยให้มีการโฆษณาได้ ค่อนข้างเสรีครับ ในขณะเดียวกันเหล้า บุหรี่ เราควบคุมเข้มงวด ถามว่ามีความแตกต่าง อย่างไร อันตรายอะไรมากกว่ากันอันนี้เราวัดได้ แต่ว่าเรากำลังจะปล่อยให้มีการโฆษณา ซึ่งเสรีและที่สำคัญการใช้งบประมาณในการโฆษณาเหล่านี้สุดท้ายผู้ได้ประโยชน์มากที่สุด ไม่ใช่พี่น้องประชาชนครับ ไม่ใช่ผู้ที่มาบอกว่าเป็นประชาชนแล้วบอกว่ากำลังจะหวังว่า เรากำลังจะมีรายได้ เรากำลังจะมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ปลูก ๖ ต้นแล้วผมจะได้เงินแสนมันไม่ใช่ แต่มันคือรายใหญ่ อันนี้คือประเด็นซึ่งกรรมาธิการจากการตั้งของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เข้าไปแล้วจะต้องไปดูในรายละเอียดเพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ระหว่างผู้ปลูกรายย่อยแล้วก็รายใหญ่ซึ่งมีทุนทรัพย์จำนวนมหาศาล

สุดท้ายอีกเรื่องหนึ่งซึ่งผมจำเป็นจะต้องฝาก ก็คือเราควรจะเริ่มคิดได้แล้ว หรือไม่ เรากำลังเอาเรื่องของการพาณิชย์ เอาเรื่องของเงิน เอาเรื่องของรายได้เป็นตัวนำ เป็นธงนำในการที่จะพัฒนาที่จะออกกฎหมายฉบับนี้ แต่เรากำลังลืมมิติทางสังคมไปแล้ว เราทำไมถึงไม่เริ่มคิดว่าไหน ๆ มันจะกำไรมาก ลองคิดไหมว่าเราจะมีกระบวนการอย่างไร ในการที่จะดึงเอาตัวกำไรมหาศาลซึ่งภาคเอกชน ภาคประชาชน เขากำลังจะได้รับกันกลับคืน สู่สังคมด้วยการเป็นรูปแบบ อย่างเช่น กองทุนหรืออะไรก็ตามเพื่อที่จะเอามาแก้ไขปัญหา ซึ่งมันอาจจะเป็นผลกระทบเป็นคอนซิเควินซ์ (Consequence) ซึ่งมันเกิดต่อเนื่องมาจาก เรื่องของการเปิดเสรีกัญชา กัญชงครั้งนี้ที่มันเกิดกับสังคมกับเยาวชน เราจะมีกระบวนการ อย่างไรที่จะเอาเม็ดเงินเหล่านั้นกลับมาย้อนเพื่อที่จะมาซัปพอร์ต (Support) มาช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในอนาคต ผมต้องใช้เวลาเกินครับท่านประธานผมแจ้งไว้ก่อน

ประเด็นสุดท้ายครับ ผมขออนุญาตนำเอาเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมาอ่านโดยสรุป เป็นหนังสือเปิดผนึกของเครือข่ายนักวิชาการและภาคประชาชนต้านภัยยาเสพติดซึ่งเขา มีข้อคำถามผ่านมายังรัฐบาล ผ่านมายังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง วันนี้ผมหยิบเอาเอกสารเรื่องของ คำถามที่เป็นหนังสือเปิดผนึกของเครือข่ายนักวิชาการและภาคประชาชนต้านยาเสพติด เข้ามาในสภาเพื่อบันทึกครับ แล้วก็จะฝากไปให้กรรมาธิการที่จะกำลังจะตั้งขึ้นมาว่าถ้าท่าน รับเข้าไปแล้วท่านรับเอามิติของความห่วงใยเข้าไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการด้วย เขามีอยู่ ๖ ข้อครับ

ข้อที่ ๑ เขาบอกว่าเขาเห็นด้วยกับกระทรวงสาธารณสุขในประเด็นที่ว่ากัญชา ไม่ได้มีเพียงด้านที่เป็นประโยชน์ แต่สามารถเป็นโทษต่อสุขภาพได้หากนำไปใช้ในทาง ที่ไม่เหมาะสม

๒. การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีความรู้วิธีการใช้กัญชาที่เหมาะสม เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีมาตรการควบคุมการใช้กัญชาในทางที่ผิดที่เพียงพอจะไม่ได้ผล ในการควบคุมการใช้กัญชาในทางที่ผิดได้

๓. บทบาทการรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพหรือเฮลท์โพรโมชัน (Health Promotion) เป็นหน้าที่กรมอนามัยไม่ใช่หน้าที่ของคณะกรรมการอาหารและยา

๔. บทเรียนจากต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศแคนาดา อุรุกวัย แล้วก็ หลายมลรัฐในสหรัฐอเมริกาชี้ให้เห็นว่าต้องมีมาตรการควบคุมการใช้กัญชาในทางที่ผิด อย่างเข้มงวดและเพียงพอ

๕. เมื่อครบ ๑๒๐ วันตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องของการระบุ ยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ ปี ๒๕๖๕ ซึ่งเราผ่านสภากันไปเมื่อตอนต้นปี วันนี้เกิดสุญญากาศ ทางนโยบายที่จะไม่มีมาตรการในการควบคุมการใช้กัญชาในทางที่ผิดแต่ประการใดซึ่งจะ ส่งผลให้การสูบช่อดอกกัญชาไม่ผิดกฎหมาย วันนี้มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าในประเทศไทย เด็กและเยาวชนอายุ ๙-๑๒ ปี มารวมกลุ่มกันเพื่อสูบกัญชาหลังจากที่มีประกาศกฎกระทรวง ดังกล่าว เราจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร

ข้อสุดท้ายครับเป็นคำถาม ๗ ข้อ ผมจะไม่อ่านนะครับ ฝากคำถามอีก ๗ ข้อ เข้าไปยังกรรมาธิการเป็นเรื่องของกระบวนการของภาครัฐซึ่งจะตรวจสอบว่ามันมีความรัดกุม รอบคอบอย่างไรในการที่จะแก้ไขปัญหา แล้วก็ปิดรอยโหว่ต่าง ๆ ในเรื่องของกัญชง กัญชา ในอนาคต มันเป็นประเด็นสำคัญนะครับ ผมต้องเรียนอย่างนี้กฎหมายเข้ามา ๓ ๔ ๕ ฉบับ มานั่งแก้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมบอกเลยว่าฉบับนี้ก็ไม่ใช่ฉบับสุดท้าย เดี๋ยวปีนี้ปีหน้าถ้าเรายังอยู่กัน ก็ยังได้เห็นอีก ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ผมไม่อยากจะเห็นว่านี่เรากำลังเปิดเสรีในเรื่องของอะไร ที่มันมีความสุ่มเสี่ยง ต้องยอมรับ แล้วสุดท้ายเรามานั่งตามเช็ด ตามซ่อมกันทีหลัง มันไม่ใช่ วิธีการที่ถูกต้อง มันต้องมีกระบวนการที่รัดกุม รอบคอบ และสามารถประกาศใช้โดยไม่เกิด ผลกระทบในภาพกว้างกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนผมหวังว่าเพื่อนสมาชิก ที่เข้าไปเป็นกรรมาธิการส่งการบ้านนะครับ ทำวาระสอง วาระสาม กลับเข้ามาในสภา มันจะ มีประเด็นซึ่งผมได้ฝากไปโดยเฉพาะหนังสือของเครือข่ายภาควิชาการและนักวิชาการ เรื่องต้านภัยยาเสพติดได้กลับเข้ามานำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวาระสอง วาระสาม ขอบพระคุณครับ