อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ หารือร่างกฎหมายบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ โดยเน้นถึงความจำเป็นในการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่ชนบทที่หมดขีดความสามารถในการทำงาน พร้อมผลักดันให้มีการจัดตั้งระบบบำนาญเพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านรายได้ ลดความยากจน และเสนอแนวทางการจัดสรรงบประมาณพร้อมรักษาระบบสวัสดิการเดิมไว้อย่างยั่งยืน
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้กระผมขออนุญาตที่จะใช้เวลาของสภาเพียงเล็กน้อยเพื่อที่จะได้ร่วมแสดงความคิดเห็น และแนวทางในการที่จะทำให้ได้รับทราบผลการพิจารณาศึกษาเรื่อง แนวทางการเสนอ กฎหมายบำนาญพื้นฐานแห่งชาติของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อได้มีส่วนร่วมของทุกฝ่ายยิ่งขึ้น เมื่อพูดถึงเรื่องของของผู้สูงอายุหรือบุคคลที่เป็นกลุ่มคน ที่จะได้รับประโยชน์จากการที่มีการร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุตามที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษา เราก็คงจะนึกถึงพี่น้องประชาชนคนที่สูงวัยตั้งแต่อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ซึ่งถ้าไปดูในพื้นที่ชนบท เราก็จะเห็นว่าพี่น้องคนสูงอายุหรือว่าเรียกบ้าน ๆ ว่าคนแก่ ก็มีอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะว่า ท่านเหล่านี้หมดกำลังหรือว่าหมดเวลาที่จะทำงานอย่างที่อยู่ในวัยทำงานทั่ว ๆ ไปนะครับ ปกติเมื่อก่อนนี้ผู้ที่จะเป็นคนชราเหล่านี้ ผู้สูงอายุเหล่านี้ก็จะทำอาชีพไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร อยู่ตามไร่นาหรือว่าอยู่ในภาคอาชีพอื่น ๆ ก็ตาม เมื่อเขาเกษียณอายุหรือถึงในช่วงที่สูงวัยนี้ ก็จะต้องกลับมาอยู่กับบ้าน มาพักผ่อน มาอยู่ตามบ้านเรือนซึ่งทางสลับกันนี้ คนที่อายุน้อย คนที่เพิ่งจะอยู่ในวัยฉกรรจ์นี้ครับ จบการศึกษามาหรือว่าได้ไปสมัครงาน ไปทำงานที่ต่าง ๆ ไปประกอบอาชีพในที่อื่น ๆ ที่เป็นแหล่งที่สำหรับที่จะประกอบอาชีพการงานนี้ ก็จะเหลือแต่ คนที่เป็นผู้สูงอายุหรือคนชรานี้เป็นส่วนใหญ่ที่อยู่ตามบ้านเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วน ภูมิภาค ผมได้นำภาพมาเพื่อประกอบในการอภิปรายก็ขอเอาภาพขึ้นด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
เราจะมองเห็นว่า พี่น้องที่เป็นคนชรานี้ครับ คนที่สูงอายุถ้าหากว่าเราไม่ได้ให้การดูแลให้ความสนใจในเรื่องของ สวัสดิภาพ สวัสดิการต่าง ๆ แล้วก็จะทำให้ท่านเหล่านั้น ยิ่งทำให้สุขภาพร่างกายก็จะเร่งให้ ถึงมีความเจ็บป่วยหรือว่าไม่แข็งแรงนะครับ ก็จะเจ็บไข้ได้ป่วยจนเรียกว่าเสียชีวิตในเวลา อันรวดเร็ว เขาเรียกว่าได้เสียชีวิตด้วยโรคชรา ซึ่งจริง ๆ โรคชรานี้ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า มันมีอยู่จริงหรือเปล่า แต่บางทีก็จะประกาศในงานพิธีฌาปนกิจศพที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ไปร่วมงานก็จะบอกว่าท่านคนนั้นคนนี้ได้เสียชีวิตด้วยโรคชรา ซึ่งอายุเหล่านี้มันอยู่ที่ สุขภาพอนามัย การที่ทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษาเรื่องของการที่จะเสนอกฎหมายบำนาญ พื้นฐานแห่งชาติ แนวทางกฎหมายพื้นฐานแห่งชาติซึ่งผมดูจากรายงานที่ทาคณะกรรมาธิการ ได้จัดทำแล้วนะครับ ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้อภิปรายชื่นชมบอกว่าเป็นเอกสาร ที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ ผมเองก็ได้ดูแล้วก็มีความละเอียดที่เป็นประโยชน์ในการที่พวกเรา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายในสภาแห่งนี้จะได้ร่วมกันมาใช้เวลา ใช้โอกาสนี้มาร่วมกัน ระดมความคิดแล้วก็ทำให้กฎหมายบำนาญพื้นฐานแห่งชาติที่เรากำลังนำเสนอผลการศึกษา ต่อสภาแห่งนี้ทุกท่านได้มามีส่วนร่วมนะครับ โดยผมได้ดูแล้วหลักการก็คือการสร้างรากฐาน ความมั่นคงทางด้านรายได้ให้เพียงพอในการดำรงชีพแก่ผู้สูงอายุ ที่ผมได้กล่าวมานี้แล้วว่า ผู้สูงอายุที่อยู่นอกระบบนี้เมื่อวัยทำงาน วัยชราแล้วก็จะไม่มีรายได้อื่น ๆ ก็เพิ่งจะมีเงิน สวัสดิการของผู้สูงอายุตามที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้อธิบายไปแล้ว ตั้งแต่ ๖๐๐ บาท ถึง ๑,๐๐๐ บาท และทางรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ ก็ได้เพิ่มเติมให้ถึง ๑,๒๕๐ บาท ตามที่ ได้ปรากฏข่าวไปแล้วนั้น ส่วนใหญ่นี้ก็เป็นเรื่องของการสร้างความมั่นคงในเรื่องของรายได้ ที่เพียงพอต่อการดำรงชีพตามที่ได้รับทราบว่าพื้นฐานก็คือเส้นแบ่งของความยากจนก็อยู่ที่ ๒,๗๖๒ บาท ซึ่งการที่จะทำให้กฎหมายที่จะออกมาเป็นบำนาญผู้สูงอายุก็ต้องออกให้มีรายได้ ที่มากกว่านั้นก็อาจจะเป็น ๒,๘๐๐ บาท แล้วก็มีที่มาของแหล่งที่มาของเงินที่จะเอามาตั้งเป็น กองทุนที่ผมสรุปโดยคร่าว ๆ ก็มีอยู่ ๔ ประเภท ก็คือมีกองทุนประเดิม รายได้จากงบประมาณแผ่นดิน แล้วก็เงินบำรุงจากผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษี สรรพสามิต แล้วก็เงินอื่น ๆ ที่เป็นแหล่งที่มาของรายได้ตามที่กำหนดนะครับ ผมก็สนใจ ในเรื่องของระบบดูแลผู้สูงอายุในชุมชน เราจะทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุในชุมชนมีระบบดูแล ดูแลอย่างไรครับ แล้วก็บำนาญที่จะมีขึ้นนี้ถ้าหากว่าเราจะเริ่มต้นด้วยการทำให้เป็นระยะ ๆ ระยะแรกนี้แทนที่จะเราจะใช้งบ ๒,๘๐๐ บาทนี้เราก็อาจจะเริ่มต้นที่ ๑,๕๐๐ บาท ปีต่อไป ก็อาจจะเป็น ๒,๐๐๐ ๓,๐๐๐ บาทก็แล้วแต่นะครับ ผมคิดว่าเราก็สามารถจะเริ่มต้นได้ แล้วก็เมื่อผู้สูงอายุได้รับเงินเหล่านี้แล้วเราก็ไม่ตัดสิทธิในการที่จะได้รับสวัสดิการอื่น ๆ จากโครงการตามนโยบายของรัฐบาลในแต่ละชุดที่จะมีขึ้นในโอกาสต่อไป จึงกราบเรียนมา เพื่อโปรดพิจารณาเป็นข้อมูลในการพิจารณาด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ