อุบลศักดิ์ ชูแนวคิดบำนาญพื้นฐาน ใช้ภาษีเกษตรกรสะสมเป็นทุน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕

อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สนับสนุนการจัดทำกฎหมายบำนาญพื้นฐานแห่งชาติสำหรับเกษตรกรและประชาชนผู้สูงอายุ โดยเสนอแนวทางจัดสรรงบประมาณจากภาษีที่เกษตรกรเสียอย่างต่อเนื่อง ไม่กระทบรายจ่ายรัฐ และเรียกร้องให้สภาเร่งผลักดันเพื่อความมั่นคงในชีวิตหลังวัยทำงาน

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณทางคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎรที่ได้ริเริ่มคิดหาแนวทางเสนอการออกกฎหมายบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพท่านประธาน ต้องยอมรับความจริงว่าเบื้องต้นนั้นสมัยอยู่ พรรคพลังใหม่ หมอกระแส ชนะวงศ์ เราได้เสนอให้มีบำนาญกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ แต่ในช่วงนั้นปรากฏว่าไม่สามารถดำเนินการได้ จึงออกให้พี่น้องเกษตรกรหรือประชาชน ทั่วประเทศได้รับค่ายังชีพเดือนละ ๒๐๐ บาท เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยที่อยู่พรรคพลังใหม่ครับ ต่อมาเมื่อผมมีโอกาสเข้ามาอยู่ในสภาทั้งเป็นวุฒิสมาชิกและเป็นผู้แทนราษฎร เราได้เสนอ กฎหมายเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาชาวไร่ทั้งประเทศได้มีบำเหน็จบำนาญ อย่างไรก็ตาม ผมจำได้ว่ามีผู้แทนราษฎรสมัยนั้นได้เซ็นรับรองญัตติของผมประมาณ ๕๐ กว่าคน แต่ละท่าน อภิปรายเห็นชอบดีหมดเลย แต่พอลงมติได้ ๗ คะแนนครับ แสดงว่าคนที่แสดงความคิดเห็น ไม่จริงใจ นั่นสมัยก่อนครับ แต่ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าครั้งนี้สมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้รับ เลือกตั้งมาจากพี่น้องประชาชนจะเห็นคล้อยตามว่ากฎหมายดังกล่าวนั้นควรจะมีให้กับ พี่น้องประชาชน ท่านประธานทราบไหมครับว่าส่วนราชการต่าง ๆ เมื่อรับราชการทำงานเกิน ๖๐ ปีขึ้นไปก็จะมีบำเหน็จบำนาญไปนอนบริหารตัวเองถึงตลอดชีพ เขาเรียกว่า กินตลอดชีพ แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าพี่น้องเกษตรกรของผมทั่วประเทศนั้นปลดเกษียณตอนไหน ปลดตอนเข้าโลงครับ ถ้าไม่ตายก็ต้องทำมาหากินต่อไป ถ้าปลดเกษียณตอนเมื่อสิ้นลมหายใจ ถือว่าปลดเกษียณของพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานที่เคารพ ทั้งนี้ก็เช่นเดียวกันครับ สมัยนี้ ผมกลับมาเป็นผู้แทนราษฎรผมก็มีญัตติดังกล่าวแต่ยังไม่ถึงคิวที่จะเข้ามา ผมได้นำเสนอว่า การแก้ปัญหา จริง ๆ แล้วที่ญัตติของผมนั้นไม่ได้ไปเอาเงินของคนอื่นเลย ไม่ได้เอาเงินภาษี ของพี่น้องประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง ผมมีแนวทางในการเสนอท่านทราบไหมครับว่าบุคคล ที่เสียภาษีทั้งหลายเหมือนกับข้าราชการที่รับราชการเสียภาษีหักเงินไว้ในอนาคตข้างหน้า ก็มีสะสมไว้ก็มีบำนาญกิน แต่ว่าพี่น้องเกษตรกรชาวนา ชาวไร่ เสียภาษีล้อเลื่อน โรงเรือน บำรุงท้องที่ทุกปีครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเรามีความเห็นแนวทางว่าจะเอาเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น เสียภาษีปีนี้ ๑,๐๐๐ บาท ในขณะเดียวกัน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็ ๑๐๐ บาท พออายุ ๖๐ ปี ก็เอาคูณว่าเสียมากี่ปี เท่าไร หารเหมือนระบบราชการเอา ๓๐ หาร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะไม่กระทบกระเทือนกับท่านสมาชิก หลายคนว่าจะไปเอาเงินที่ไหน ก็ไม่ได้เอาเงินคนอื่น เงินตัวเอง ถ้าพี่น้องเกษตรกรเสียภาษีมาก ก็มีบำนาญมาก เสียภาษีน้อยก็มีบำนาญน้อย นั่นเป็นแนวทางที่ผมเสนอญัตติไว้แล้วแต่ยัง ไม่สามารถบรรจุได้ ถ้าหากท่านประธานจะเมตตานำญัตติการเสนอกฎหมายของผมเข้ามา จะกราบขอบพระคุณอย่างยิ่งแทนพี่น้องประชาชนและเกษตรกรชาวนาชาวไร่ทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพ ผมสนับสนุนอย่างยิ่งว่าวันนี้บุคคลที่สูงอายุมีประมาณ ๑๒ ล้านคน ถ้าตัวเลขบอกว่าต้องใช้เม็ดเงินก็ไม่เกิน ๗๗,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่ามากไหม ไม่ได้มากเลยครับ ขณะเดียวกันรัฐบาลกู้เงินมาเป็นหนี้สาธารณะ ๙.๒๒ ล้านบาท และอีก ๑.๑๑ ล้านบาทนั้น รวมแล้วก็จุดละล้านกว่า เอามาทำไมครับ ก็มาแจกมาแถม แต่ขณะเดียวกันวันนี้ชีวิตของ ประชาชนทั้งประเทศปลายชีวิตไม่มีความมั่นคงในหลาย ๆ ประเทศอารยะของแต่ละประเทศ อย่างยุโรปบางรัฐเขามีบำนาญมานานแล้ว หลายสิบปีแล้ว บางรัฐอายุ ๕๕ ปีก็มีบำนาญ ๖๕ ปี แล้วแต่มลรัฐ ประเทศไทยเรานั้นมี ๗๗ จังหวัด ท่านทราบไหมว่าพี่น้องประชาชนเมื่ออายุมาก ขณะนี้ต้องยอมรับความจริงว่าตามตัวเลขของรัฐบาลปรากฏว่าเมื่อก่อนนี้มีคนจนประมาณ ๑๐ กว่าล้านคน เมื่อไม่นานมานี้รัฐบาลประกาศดีใจครับ ดีใจว่าความสามารถสามารถทำให้ คนจนทั้งประเทศ ๒๐ ล้านคน ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากเห็นความจำเป็นและรัฐบาลชุดนี้ ถึงแม้ว่าการร่างของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม นั่นเป็นแนวทางที่นำเสนอเพื่อให้ รัฐบาลไปดำเนินงานต่อ แต่ถ้าสภาแห่งนี้มีความเห็นตรงกันก็อยากให้รับรองไปแล้วก็ไปต่อ อย่างไรก็ตาม ต้องกราบขอบพระคุณคณะกรรมาธิการทุกท่าน ท่านสมศักดิ์ คุณเงิน ซึ่งก็เคย ยกร่างกฎหมายฉบับนี้มากับผม อันนี้ต้องขอบคุณท่านสมศักดิ์ที่มีโอกาสมาเป็นผู้แทนแล้วก็ ไปติดตามโครงการดังกล่าวนี้ อันนี้ต้องขอชมเชย ท่านประธานก็เช่นเดียวกันก็รู้ว่าประชาชน ทั้งประเทศเดือดร้อน คนอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปจะมาให้ว่า ๗๐ ปี ๑๐๐ บาท ๘๐ ปี ๙๐๐ บาท ผมถามว่า ๙๐๐ บาทไปทำอะไร ๑,๐๐๐ บาทไปทำอะไร น้ำพริก น้ำปลายังไม่สามารถจะ ซื้อกินได้เลยครับ ข้าวไม่ต้องพูดถึง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงสนับสนุนเห็นด้วยที่จะ ให้สภาแห่งนี้ผลักดันให้พี่น้องประชาชนหรือรัฐบาลได้มีโอกาสออกกฎหมายให้มีบำเหน็จ บำนาญของพี่น้องประชาชนเมื่ออายุ ๖๐ ปีขึ้นไปเพื่อชีวิตความมั่นคงอย่างยั่งยืน ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ที่เกิดในประเทศไทย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ