สุพิศาล ภักดีนฤนาถ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สนับสนุนคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมในการนำเสนอรายงานที่มุ่งสร้างความยั่งยืนและแก้ไขปัญหาความยากจน โดยยืนยันว่ารายงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของพรรคก้าวไกล

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ขอสนับสนุนท่านประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม แล้วก็ทั้งคณะเลยครับ โดยเฉพาะในประเด็นที่นำเสนอรายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่ดีจริง ๆ ครับ ผมว่าดีกว่าคำพูด ที่รัฐบาลบอกว่าจะแก้ไขปัญหาคนยากจนให้หมดประเทศ อันนี้คือต้นฉบับจริง ๆ เลยครับ เราเองคนในสภาเราทั้งหมดผมชื่นชมคณะกรรมาธิการชุดนี้มาก ๆ เลยครับว่าเราเองนี่ล่ะคือ จะสร้างความยั่งยืน ความยากจนจะหายไปจริง ๆ จากคณะกรรมาธิการชุดนี้ ผมเห็นด้วย เพราะว่าตรงตามนโยบายของพรรคอนาคตใหม่เดิมและพรรคเราก้าวไกล ลงผู้ว่าที่ผ่านมานี้ พูดเลยครับ

ประเด็นแรก สวัสดิการคนเมืองผู้สูงอายุ ๖๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท ใกล้เคียงครับที่ท่านกำลังทำอยู่นี่ เป็นสิ่งที่เราอยากได้ พรรคเราก็อยากได้แล้วมีความคิดเห็น เดี๋ยวฟังหัวหน้าท่านพิธาผมอภิปรายต่อในรายละเอียด สิ่งสำคัญก็คือเชียร์ (Cheer) ครับ คนจนหมดประเทศแน่นอนจากสภาแห่งนี้ ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่เราจะดูกันว่าจากการวิเคราะห์ หรือการที่นำเสนอของกรรมาธิการเราพบ เพราะว่าการคาดการณ์ของความยากจนที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ โดยเฉพาะประเด็นเราจะพบว่าคนยากจนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ๔.๘ ล้านบาท จากปี ๒๕๖๒ ขึ้นมาเป็นปี ๒๕๖๓ อีก ๕๐๐,๐๐๐ คน เกิดขึ้นจากไหน จากการทำแอปพลิเคชัน (Application) ตัวหนึ่งที่เรียกว่า ทีพีแมพ (TPMAP) ถ้าท่านไปดูไปขีดไปฆ่าไปตั้งปัจจัยทำให้ เกิดคนจนในสถิติมากขึ้นครับ ถ้าอย่างนั้นเราต้องแก้ โดยเฉพาะการที่เป็นหลักการจริง ๆ คือค่าสัมประสิทธิ์ ความไม่เสมอภาคที่เรียกว่าจินิเอฟเฟก (Gini Effect) โคเอฟฟิเชียน (Coefficient) จินิโคเอฟฟิเชียน (Gini Coefficient) เป็นค่าสัมประสิทธิ์ที่เป็นผลกระทบ มาจากการกำหนดของโลกที่คิดถึงเรื่องค่าอุปโภคบริโภคที่สูงที่สุดซึ่งผ่านมาแล้วเป็นค่าตัวแปร ตัวหนึ่งที่พบว่ามันจะทำให้เกิดการใช้จ่ายในการอุปโภคบริโภค ซึ่งตั้งค่าเฉลี่ยไว้ ๑,๑๒๓ บาท ต่อหัวต่อคน ที่รัฐมอบให้เราเป็นค่าเฉลี่ยตัวเลขตัวนี้ไม่น่าเชื่อเลยว่าทำไมรัฐมอบความยากจน ให้เราขณะนั้นได้ สิ่งสำคัญคือค่าความยากจนและค่าเฉลี่ยที่เป็นเส้นความยากจนในปี ๒๕๖๓ ที่ควรจะต้องผ่านให้ได้ คือ ๒,๗๖๒ บาทต่อเดือนต่อคน ผมถือว่าเรามาถูกทางแล้วถ้าเราไป ๓,๐๐๐ บาทได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสาหลักทั้ง ๓ เสานี่คงไม่ต้องไปเดือดร้อน ๓ เสาหลัก ผมก็เป็น เสาหลักหนึ่งอยู่ในเสาแรกก็คือเป็นข้าราชการบำนาญ ไม่เดือดร้อน แต่คนที่จะเดือดร้อนคือ ๒๑ ล้านคน โอเวอร์ (Over) ที่จะเกิดขึ้น นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะบอกเลยว่าเป็นปัญหาที่เรา ต้องเข้าแก้ โดยเฉพาะฝ่ายสภาเราจะต้องสนใจในประเด็นดังกล่าวนี้มากและในข้อสังเกตต่าง ๆ โดยเฉพาะผลการศึกษานั้นผมกราบเรียนเลยว่าเป็นผลการศึกษาที่ดี โดยเฉพาะเรื่องของการ นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ประเด็นคือคณะกรรมการมีความเห็นว่าในการศึกษาการดำเนินการ นโยบายนำระบบจากต่างประเทศ เรื่องการจัดเก็บอัตโนมัติแล้วก็เรื่องของการอุปโภคบริโภค โดยใช้เทคโนโลยีระบบชำระเงินดิจิทัล (Digital) อันนี้คือหัวใจสำคัญ อนาคตผมบอกเลยว่า ถ้าเราใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่าบล็อกเชน (Blockchain) ในการเข้าไปควบคุมในระบบบำนาญ ที่เราจัดเก็บตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเป็นมาตรา ๑๓ ผมไม่ลงรายละเอียดนะครับ แต่ขอเพิ่มนิดเดียวให้ความสนใจในเรื่องของคำปรารภ ท่านประธานครับ ในคำปรารภของ ร่างพระราชบัญญัติผมว่าน่าจะเติมคำว่า งบประมาณแผ่นดินลงไปด้วย เพราะในมาตรา ๑๓ มันมีรายละเอียดของงบประมาณแผ่นดินอยู่ในนั้น โดยเฉพาะข้อ ๑๑ แล้วก็ประเด็นสำคัญ คือภาษีบาป ภาษีอะไรพวกนี้คงเป็นรายละเอียดที่อยู่ในนี้อยู่แล้ว ก็ต้องไปอ่านดูว่ามันมีอยู่แล้ว แต่ผมอยากจะให้ภาษีอย่างอื่น ภาษีคนรวยแบบก้าวกระโดด เขียนให้มันชัด ๆ ไปเลยว่า จะเก็บภาษีจากคนรวยก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นภาษีมรดก ภาษีที่ดิน ภาษีกินเปล่าที่เกิดขึ้น ภาษีลาภลอยต่าง ๆ ที่ท่านอดีต ส.ส. พรรคผมท่านวิโรจน์พูดไว้นั่นคือตัวดีที่สามารถเก็บ เข้ามาเป็นเงินให้กับกองทุนแห่งนี้ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ ผมว่าบทสรุปที่สุดท้ายนั้น ถ้าเราใช้เทคโนโลยีเข้ามาในเรื่องของการดูแล ผมบอกได้เลยว่าถ้าเขียนไว้ในนี้ในการแทกซ์ (Tax) แทกซ์ (Tax) เงินที่เข้าตั้งแต่การเก็บภาษีในมาตรา ๑๓ จนถึงกระบวนการจัดเก็บเงินเข้ามา โดยใช้บล็อกเชน (Blockchain) เป็นตัวกำหนด แหล่งที่มาคือผู้ที่เก็บรายได้ทั้งหมดเข้าสู่ ข้อมูลแล้วก็สร้างแพลตฟอร์ม (Platform) โดยเฉพาะเก็บเงินหักโดยตรงเลยระบบดิจิทัล (Digital) ไม่ว่าแว็ต (VAT) บวก ๑ เมื่อสักครู่ที่ท่านผู้ทรงเกียรติผู้อาวุโสท่านหนึ่งพูดไปแล้วก็สามารถเข้าไปได้เลยมันจะมีแทกซ์ (Tax) เงินเข้ามาในกองทุน เมื่อกองทุนปล่อยออกไปจะแทกซ์ (Tax) ไปเลยว่าโดยตรงไดเรกต์ (Direct) ไม่ต้องผ่านตัดตัวกลางตัดทุกอย่างทิ้ง พอเงินเข้ากองทุนถึงเวลาเบิกจ่ายตัดเข้าไป เลขบัญชี ๑๓ หลัก คนที่ใช้ก็คือผู้สูงวัยแบบผม แต่เป็นเสาหลักที่ ๔ ที่เรากำลังจะสร้างไม่ใช่ เสาหลักที่ ๑ เสาหลักที่ ๒ เสาหลักที่ ๓ ที่ปรากฏในรายงาน นั่นคือผู้ที่จะเป็นผู้ที่ได้รับผล จากการใช้ร่าง พ.ร.บ. แห่งนี้แล้วจะทำให้เขาลืมตาอ้าปาก ข้ามเส้นแบ่งความยากจนได้แน่นอน แน่นอนครับว่าถ้าอันนี้ผ่านแล้วสามารถมีเงินตามมาตรา ๑๓ ได้ มีปริมาณเพียงพอกับคน ๒๑ ล้านบาทในแต่ละเดือน ผมเชื่อว่าเส้นแบ่งความยากจน ๒,๗๖๒ บาทนี้ถูกทำลายครับ แล้วมันจะทำให้คนไทยทั้งประเทศอยู่ได้ ๓,๐๐๐ บาทนี้ ผมคิดว่าอยู่ได้ ผมเห็นด้วยครับ สนับสนุนทั้งกองทุน สนับสนุนทั้งร่างพระราชบัญญัตินี้ แต่ก็ขอเติมหน่อย ถ้าร่างนี้เข้าสภา จริง ๆ ในรายละเอียด ขอบคุณท่านประธานครับ