พิสิฐ ลี้อาธรรม แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูง จากกรุงเทพฯ ไปโคราช โดยชี้ว่าโครงการนี้มีการลงทุนที่มากเกินไป เฉลี่ยแล้ว 700 ล้านบาทต่อกิโลเมตร และมีปัญหาการเงิน มีการขาดทุนอย่างจริงจัง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมขอขอบคุณท่านกรรมาธิการชุดนี้ที่ได้ทำการศึกษาในเรื่องนี้ขึ้นมา ซึ่งก็จะเป็นการ เปิดประเด็นให้ทางสภาได้ศึกษาแล้วก็ได้อภิปรายกันต่อ ผมก็จะมีข้อคิดเห็นบางประการ ที่อยากจะขออนุญาตเสนอแนะ ในความเห็นผมโครงการนี้ซึ่งใช้เงินลงทุน ๑๗๙,๐๐๐ ล้านบาท ถือว่าเป็นโครงการลงทุนที่ใหญ่มาก เฉลี่ยแล้วกิโลเมตรละ ๗๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าประเทศเรา คือมีการลงทุนมากขนาดนี้ไม่ค่อยมี ก็ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวโคราชที่มีทั้งรถไฟฟ้า ความเร็วสูง มีทั้งเรื่องของทางด่วนซึ่งก็ใช้เงินเป็นหลักหมื่นล้านแสนล้านบาท แล้วก็ยังมี ทั้งโครงการรถไฟทางคู่ซึ่งก็ทำให้การคมนาคมระหว่างโคราชกับกรุงเทพจะมีความคล่องตัว สะดวกมากขึ้น สิ่งที่อยากจะให้ทางท่านกรรมาธิการได้ช่วยให้ความกระจ่าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ศึกษา เรื่องนี้ต่อไป ก็คือเรื่องของตัวโครงการเองว่าสุดท้ายแล้วที่ท่านระบุว่าโครงการนี้ไม่คุ้มแล้ว ทางออกก็คือตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาดูแลแล้วมันจะทำให้เรื่องของความไม่คุ้มมันแก้ได้อย่างไร เป็นความสงสัยที่คนศึกษาจะมีอยู่ แต่ก่อนอื่นท่านก็ควรต้องมีข้อมูลพวกนี้ให้ชัดเจนครับว่า ตกลงโพรเจกต์ อะนาลิสิส (Project analysis) ของโครงการนี้ไออาร์อาร์ (IRR) มันเท่าไร ผลต่อการจ้างงานกี่ปีมีการคุ้มทุนได้สักกี่ปี จะเป็น ๕๐ ปี ๑๐๐ ปี ท่านก็ว่ามา มีประโยชน์ ในแง่ของทางตรงทางอ้อมอะไรบ้าง ผมคิดว่าอันนี้เป็นข้อมูลพื้นฐานที่รายงานท่านพึงจะต้องมี แล้วที่กระผมได้ยกขึ้นมาเมื่อครู่นี้ว่าเรามีการลงทุน กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่นี้ถึง ๓ เส้นใหญ่ ๆ แต่ละเส้นก็ใช้โครงการเยอะเราจะมีระบบการบริหารจัดการดูแลอย่างไร เพราะว่าเรา คงจะถอยไม่ได้เนื่องจากมีการลงกันเดินหน้าไปแล้วอยู่ ๆ จะไปหยุดคงไม่ได้ แล้วคิดว่า สิ่งที่ท่านคงต้องให้ความกระจ่างกับผู้ไปอ่านต่อก็คือเรื่องของเงื่อนไขโครงการนี้ เห็นในรายงาน ท่านบอกว่าโครงการจากโคราชไปหนองคายทางจีนเขาขอให้ใช้มาตรฐานของจีน คำถามที่เรา จะมีก็คือว่าแล้วที่เราสร้างอยู่ตอนนี้จากกรุงเทพไปโคราชใช้มาตรฐานของใคร แล้วถ้าเกิด มาตรฐานของจีนใช้ที่อีสานและส่วนของกรุงเทพใช้มาตรฐานไทยแล้วมันจะไปเชื่อมต่อกัน อย่างไร อันนี้จะเป็นคำถามใหญ่ที่ท่านคงต้องให้ความกระจ่าง แล้วผมอยากจะเสนอแนะว่า เราจะต้องให้กรมรางของกระทรวงคมนาคมต้องสร้างมาตรฐานของสิ่งนี้ขึ้นมา กระผมเผอิญ ได้ไปขึ้นรถไฟฟ้าหลายเส้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาก็เห็นว่ารถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ เองก็มี ขนาดและมีลักษณะที่แตกต่างกันตามแต่ผู้ซื้อ ตามแต่บริษัทที่ดำเนินการจะไปทำ ผมคิดว่า เราคงต้องบังคับให้ทุกฝ่ายใช้มาตรฐานเดียวกันเพื่อให้เกิดอีโคโนมิ ออฟ สเกล (Economy of Scale) เวลาที่มีการซ่อม มีการทำนุบำรุง จะได้ไม่ต้องไปอิมพอร์ต (Import) จากต่างประเทศ และผู้ลงทุนจะได้มีความคุ้มในการที่จะมาสร้างโรงงานแล้วก็เกิดการจ้างงานในเมืองไทย ถ้าเกิดเรามีการสร้างมาตรฐานเหล่านี้ขึ้นมา สิ่งที่ท่านมีการเอ่ยถึงในรายงานก็คือเรื่องของ ผลที่เกิดขึ้นจากการที่มีการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงซึ่งมันจะเกิดการกระจุกตัวของธุรกิจ และการตั้งถิ่นฐาน อย่างจุดที่จะมีการสร้างสถานีแล้วก็ทำให้จุดอื่นอาจจะมีความเบาบาง ของธุรกิจหรือของการตั้งถิ่นฐานลง เห็นด้วยครับที่ท่านพูดถึงเรื่องของฟีดเดอร์ (Feeder) แต่ว่าแล้วจะทำอย่างไรใครจะรับผิดชอบในเรื่องนี้ ท่านยังไม่ได้พูดให้ชัดเลยนะครับ แล้วก็ ผลกระทบที่มีต่อเรื่องของสายการบินที่จะบินไปยังหนองคายถึงอุดรธานีต่อไปจะเป็นอย่างไร เทียบเคียงแล้วการเดินทางระหว่างรถไฟฟ้าความเร็วสูงกับสายการบินเป็นอย่างไร สุดท้าย ผมเองได้ศึกษารัฐวิสาหกิจแล้วก็มีความเป็นห่วงว่ารัฐวิสาหกิจหลายแห่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรถไฟมีปัญหาเรื่องของการเงินมาตลอดหลายปีมานี้ แล้วก็ใช้คำว่า สภาพคล่อง ผมไม่ชอบเลยครับที่ท่านใช้คำว่า สภาพคล่อง เพราะแท้ที่จริงแล้วท่านมีการทำงานที่ขาดทุน ไม่ใช่เรื่องสภาพคล่อง เพราะฉะนั้นท่านจะต้องมีการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเงินทุน อันเนื่องมาจากการขาดทุนอย่างจริงจัง ผมคิดว่า ณ วันนี้บริการท่านยังไม่ค่อยเข้าถึงคนไทย โดยทั่วไป หลายคนอาจจะยังไม่เคยขึ้นรถไฟเลยในช่วงหลายสิบปีมานี้ ท่านจะต้องทำโพรโมชัน (Promotion) แล้วก็ปรับปรุงให้บริการรถไฟเป็นที่ยอมรับแล้วก็เป็นที่ใช้งานเปรียบ เหมือนกับรถไฟในยุโรป ก็ขออนุญาตฝากท่านช่วยดูแลด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ