นพคุณ รัฐผไท หารือร่าง พ.ร.บ. การจัดตั้งจังหวัดเป็นเขตปกครองตนเอง โดยแสดงความคิดเห็นและข้อกังวลต่อการกระจายอำนาจ เน้นย้ำความบริสุทธิ์ใจในการเสนอแนะเพื่อประโยชน์ร่วม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเสี่ยงต่อระบบราชการ นโยบายรัฐ และความมั่นคง หากยกเลิกราชการส่วนภูมิภาคโดยไม่มีโครงสร้างชัดเจน จึงเรียกร้องให้ทบทวนเพื่อหาจุดสมดุลระหว่างการปกครองท้องถิ่นกับการบริหารราชการแผ่นดิน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนพคุณ รัฐผไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอแสดงความคิดเห็นและข้อกังวล พร้อมข้อเสนอแนะให้กับ การศึกษาครั้งนี้ และต้องขอขอบคุณท่านประธานและคณะกรรมาธิการที่ได้ศึกษาประเด็นนี้ เรื่องของการกระจายอำนาจผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรย่อมเห็นด้วยและสนับสนุน การกระจายอำนาจ การแสดงออกในวันนี้เป็นเรื่องของความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีความคิดในเรื่อง ของความขัดแย้งไปเน้นหนักในเรื่องของวิชาการ ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ในผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่สนใจเรื่องนี้นะครับ
ประเด็นแรก การบริหารจัดการตนเองหรือเรียกว่าผู้ว่าท้องถิ่นหรืออะไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความเข้าใจง่าย ผมจะขออนุญาตเรียกเป็นผู้ว่าท้องถิ่นนะครับ เมื่อได้มีกฤษฎีกา จัดตั้งจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งเป็นบริหารจัดการตนเองจังหวัดนั้นก็จะกลายเป็นจังหวัดท้องถิ่น มีขอบเขตทั้งจังหวัดไม่เหมือนกับท้องถิ่นรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันมี ๕ รูปแบบตามระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นพัทยา กทม. อบต. อบจ. และเทศบาล ถ้าแบบนี้รัฐบาล สนับสนุนก็จะเป็นแบบที่ ๖ แต่ก่อนที่จะมีประกาศกฤษฎีกาจะต้องมีการทำประชาพิจารณ์ ก่อนว่าประชาชนเห็นเป็นอย่างไร ซึ่งผมก็เป็นห่วงว่าประชาชนมีความรู้ความเข้าใจมากน้อย เพียงใดก่อนที่จะทำประชาพิจารณ์มันก็เหมือนรัฐธรรมนูญ ประชาชนไม่ค่อยได้มีโอกาส ได้ศึกษา ท่านประธานครับ รูปแบบการปกครองท้องถิ่นทั้งจังหวัดก็จะทำให้ระบบราชการ บริหารภูมิภาคนั้นสูญสิ้นไปจังหวัดใดถูกประกาศให้เป็นปกครองตนเอง ราชการบริหาร ส่วนภูมิภาคในจังหวัดนั้นก็จะสูญสิ้นไป นั่นคือหมายความว่าไม่มีผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่มี นายอำเภอ ไม่มีข้าราชการส่วนภูมิภาคอีกนับพันคน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งสาธารณสุขจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งอัยการจังหวัด พัฒนาการจังหวัด คลังจังหวัด หมดเลยที่เป็นโครงสร้าง ของราชการบริหารส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะนายอำเภอก็ต้องสูญสิ้นไปเพราะเป็นผู้ช่วยเหลือ ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมกระทั่งกำนันผู้ใหญ่บ้านซึ่งเกิดจากการปกครองกฎหมายลักษณะ ปกครองท้องที่ ปี ๒๔๕๗ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายอำเภอ ถ้าไม่มี นายอำเภอก็ไม่จำเป็นต้องมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอีกต่อไป ถ้าหากว่าอำเภอไม่มีข้าราชการอำเภอ ก็หมายความว่าอำเภอนั้น ๆ ซึ่งประกอบด้วย อบต. และเทศบาลจะเป็นผู้ดูแลประชาชน ในแต่ละอำเภอเองรูปแบบนี้ครับเท่าที่ศึกษามา อันนี้ผมคิดว่าส่งผลกระทบอยากจะฝากถึง คณะผู้ทำการศึกษาวิจัยต่อไปครับว่าถ้านายอำเภอไม่มี ผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ ส่วนภูมิภาคไม่มีนโยบายที่รัฐบาลจะสั่งการมันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะระบบราชการบริหาร ส่วนภูมิภาคผู้ว่าเป็นผู้ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐมนตรี ผู้ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะรัฐมนตรี ก็หมายความว่าจังหวัดนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเลย รัฐบาลไม่สามารถที่จะนำนโยบาย ไปปฏิบัติในจังหวัดที่ประกาศเป็นปกครองตัวเองได้เพราะว่าผู้ว่าที่เลือกตั้งเข้ามานั้นเป็น ท้องถิ่น เป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่แล้วตามรัฐธรรมนูญก็มีอิสระในการบริหารการจัดการตนเอง อันนี้ครับที่ผมเป็นห่วงในเชิงวิชาการว่าประเทศไทยมี ๗๗ จังหวัดถ้ามีจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง มีอิสระในการปกครองตนเองและเป็นท้องถิ่นด้วยงานของภูมิภาคทั้งหมดที่รัฐบาลดูแลอยู่ ก็ไม่สามารถลงไปถึงพื้นที่ของจังหวัดนั้นได้ อันนี้จะแก้ไขอย่างไร นโยบายของรัฐบาลทุกรัฐบาล ต้องมีนโยบายไม่ว่าจะเป็นโครงการจำนำข้าว โครงการประกันรายได้ประกันราคา โครงการ ช่วยเหลือพืชผลทางการเกษตรเหล่านี้เป็นนโยบายซึ่งรัฐบาลไม่สามารถที่จะสั่งการหรือนำไป ปฏิบัติในพื้นที่ของจังหวัดนี้ได้เลย เพราะเขาเป็นระบบการปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่แล้วครับ ก็มีความเป็นห่วงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของที่กำนันผู้ใหญ่บ้านและดูแลของ ทั้งประเทศนี่นะครับ ในชุมชนนี้ไม่มีปัญหาครับ ในทุรกันดารหมู่บ้าน ตำบลมีปัญหา กำนันผู้ใหญ่บ้านนั้นก็เป็น ที่พึ่งของประชาชน เป็นผู้นำในการร้องเรียน นำปัญหาของหมู่บ้าน ตำบล เอามาสู่อำเภอ อำเภอนำมาสู่จังหวัด ก็เห็นว่าการดูแลประชาชนนี้จะขาดช่วงไปนะครับ เท่าที่เห็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็ยังมีความจำเป็น แต่ว่าในเมื่อกฎหมายเป็นลักษณะนี้ให้ยกเลิกภูมิภาคไป ก็น่าเป็นห่วงว่างานของรัฐบาลนี้ ผู้ที่คิดร่าง พ.ร.บ. จัดการตนเองจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ถึงความสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่นขนาดใหญ่กับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลนั้นจะยังคงอยู่ แล้วสามารถที่จะดูแลโดยเฉพาะในเรื่องของความมั่นคง ในเรื่องของชายแดน ในเรื่องของ งานปราบปรามยาเสพติดเหล่านี้ อันนั้นไม่ใช่หน้าที่ของท้องถิ่นเป็นหน้าที่ของราชการบริหาร ส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของราชการส่วนกลางนะครับ ผมก็เกรงว่าร่าง พ.ร.บ. นี้ ยังมีจุดที่จะต้องปรับปรุงอีกมาก ก็อยากจะฝากให้คณะกรรมการได้ช่วยนำไปพิจารณา ปรับปรุงด้วยครับ ขอบคุณครับ