ณัฐพงษ์ เสนอประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ควบการเลือกตั้ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๑๕ กันยายน ๒๕๖๕

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หารือการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยเสนอให้แสดงคำถามและคำตอบบนจอเพื่อประกอบการพิจารณาของที่ประชุม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เป็นธรรมและข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญปัจจุบันที่เกิดจากรัฐประหาร และเรียกร้องให้มีการจัดประชามติสอบถามความเห็นประชาชนโดยตรงก่อนดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง โดยเสนอให้จัดประชามติควบคู่กับการเลือกตั้งเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและเสริมสร้างอำนาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรงในกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เขตบางแค กรุงเทพมหานครครับ ท่านประธานครับ ตามญัตติที่ผมได้เสนอไป แล้วเพื่อให้สภามีมติให้ความเห็นชอบส่งไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อจัดทำการออกเสียงประชามติ เพื่อสอบถามความเห็นประชาชนว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งฉบับ ตาม พ.ร.บ. ประชามตินั้นจะต้องมีการระบุอย่างชัดเจนเรื่องของคำถามและคำตอบ รวมถึงสาระสำคัญประกอบการจัดทำประชามติเพื่อให้ประชาชนสามารถออกเสียงประชามติ ได้อย่างถูกต้อง และตรงตามเจตนารมณ์ของประชาชนมากที่สุด ดังนั้นอาจจะรบกวน ทางสำนักการประชุมถ้าท่านสามารถนำคำถามและคำตอบขึ้นจอในที่ประชุมได้ ผมได้ ประสานไว้แล้วนะครับ ก็รบกวนเอาขึ้นได้เลยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

หลักการและเหตุผล ซึ่งเป็นสาระสำคัญประกอบการจัดทำประชามติครับท่านประธาน เนื่องด้วยรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ฉบับปัจจุบันเป็นรัฐธรรมนูญที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ อย่างกว้างขวางเป็นต้นตอแห่งความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากคณะรัฐประหารมีกระบวนการรับรองโดยอาศัยการจัดทำประชามติ ที่ไม่เสรีและไม่เป็นธรรมตามมาตรฐานสากล รวมทั้งมีเนื้อหาหลายส่วนที่มีความถดถอย ทางประชาธิปไตย อาทิ การขยายอำนาจสถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แล้วก็ยังมีกลไกสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร รวมถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนที่รัดกุมน้อยกว่าในอดีต ปัญหาดังกล่าวครับท่านประธาน จึงทำให้ประชาชน หลายส่วนแสดงออกถึงการเรียกร้องให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนที่ฉบับปัจจุบัน ทั้งฉบับ โดยผ่านสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือที่เราเรียกกันว่า ส.ส.ร. ซึ่งต้องมาจากการเลือกตั้ง โดยตรงของประชาชน ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวนั้นจริง ๆ ก็ได้รับการตอบรับจากสมาชิกรัฐสภา ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลหรือแม้แต่วุฒิสภาก็ตามครับ ดังจะเห็นได้จากการที่รัฐสภาได้มีมติโหวตรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเสนอโดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ กับคณะ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ซึ่งเป็นการริเริ่ม กระบวนการเลือกตั้ง ส.ส.ร. เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับในวาระหนึ่ง เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ แต่อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ต่อมาได้มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีคำวินิจฉัยออกมาว่ารัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ (๑) ซึ่งหากรัฐสภาจะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้มีการยกร่าง รัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับนั้น จะต้องสอบถามไปยังประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ เสียก่อน พูดง่าย ๆ คือต้องมีการจัดทำประชามติสอบถามประชาชนก่อน ก่อนที่จะมี การเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมเข้ามาพิจารณาในวาระหนึ่ง นี่จึงเป็นที่มาที่ผ่านมาเราไม่สามารถ ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นของประชาชนได้ ถ้ายังไม่มีการจัดทำประชามติ ด้วยเหตุ ดังกล่าวที่ผ่านมาครับ ผมจึงขออาศัยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๕๐ ที่เสนอ เป็นญัตติด่วนในวันนี้ประกอบกับข้อบังคับ ข้อ ๔๘/๑ ซึ่งเป็นข้อบังคับที่แก้ไขเพิ่มเติม ตาม พ.ร.บ. ประชามติ มาตรา ๙ (๔) เพื่อขอจัดทำประชามติสอบถามประชาชนว่า จะเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านกลไกของ ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้ง โดยตรงหรือไม่ และไม่ว่าสภาจะมีมติอย่างไร เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบก็ตาม ก็สุดแล้วแต่ ในที่ประชุม ซึ่งถ้าหากว่าในที่ประชุมเห็นชอบตามมาตรา ๙ (๔) คณะรัฐมนตรีก็ต้องรับไป ดำเนินการตามที่สภามีมติ อันนั้นคือสาระสำคัญก็อยากจะให้ได้แสดงคำถามและคำตอบด้วย ผมขออนุญาตอ่านคำถามและคำตอบเพื่อเป็นบันทึกในที่ประชุมนะครับ

คำถาม ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่าประเทศไทยควรจะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ทั้งฉบับแทนที่รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๖๐ ฉบับปัจจุบันโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ ใน (ส.ส.ร.) ที่มีจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน คำตอบมี ๓ ข้อครับก็คือเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และไม่แสดงความเห็น

เหตุผลครับท่านประธาน เมื่อสักครู่ที่จบไปก็คือเรื่องของสาระสำคัญประกอบ การจัดทำประชามติ เหตุผล ผมมี ๕ ข้อดังต่อไปนี้ครับ

ข้อแรก การจัดทำประชามติดังกล่าวจะเป็นหนทางออกจากวิกฤติการเมือง ในปัจจุบันที่สังคมหลายส่วนมองว่ามีต้นตอมาจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันครับ

ข้อที่ ๒ การจัดทำประชามติดังกล่าวจะเป็นจุดเริ่มต้นของการรื้อฟื้นข้อเสนอ ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่รัฐสภาเองก็เคยมีมติเห็นชอบไปแล้วในวาระหนึ่ง ซึ่งได้รับเสียง สนับสนุนทั้งจาก ส.ส. และ ส.ว.

ข้อที่ ๓ การจัดทำประชามติดังกล่าวจะเป็นการสอบถามอย่างตรงไปตรงมา ถึงความเห็นของประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดว่าจะต้องมีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือไม่ จึงเป็นที่มาของเหตุผล

ข้อที่ ๔ ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องของสภา เราไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎรหรือ สภาวุฒิสภาที่จะต้องไม่เห็นด้วยกับญัตติดังกล่าว เพราะญัตติดังกล่าวไม่ได้เป็นการบอกว่า จะให้มีการแก้หรือไม่แก้ แก้ทั้งฉบับหรือแก้บางส่วนอย่างไร แต่แค่เป็นการส่งเรื่องไปให้ คณะรัฐมนตรีให้มีการจัดทำประชามติซึ่งเป็นการสอบถามความเห็นโดยตรงของประชาชน

ข้อสุดท้าย หากเป็นไปได้ภายใต้สถานการณ์การเมืองในปัจจุบันเราจะต้อง รีบเร่งดำเนินการเพื่อให้มีการจัดทำประชามติพร้อมกับวันเลือกตั้งครับ ๑. ก็คือเพื่ออำนวย ความสะดวกแก่ประชาชนออกไปใช้สิทธิใช้เสียงแล้วเขายังได้ใช้อำนาจโดยตรงของตัวเอง ผ่านการจัดทำประชามติด้วย อีกข้อหนึ่งก็เป็นการประหยัดเม็ดเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ที่ไม่ต้องเลือกตั้งทีหนึ่งประชามติทีหนึ่งก็สามารถจัดการเลือกตั้งพร้อมกับการประชามติ ไปได้ในพร้อมกันเลย นี่จึงเป็นที่มาของหลักการและเหตุผลในการเสนอญัตติพร้อมกับ สาระสำคัญประกอบการจัดทำประชามติครับ ขอบคุณครับ