อนุพงษ์ เผ่าจินดา ชี้แจงว่าปัญหาการบริหารจัดการน้ำของประเทศเป็นเรื่องเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับการเก็บน้ำในฤดูฝนและการระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม ซึ่งเป็นโจทย์ที่ทุกรัฐบาลต้องเผชิญและไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะสั้น จำเป็นต้องอาศัยการวางแผนระยะยาว การบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะผ่านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พร้อมยอมรับว่าปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งต้องได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน โดยไม่พึ่งพิงเพียงโครงการชั่วคราว และมีอุปสรรคสำคัญคือการขาดงบประมาณที่เพียงพอต่อการดำเนินการอย่างเต็มที่
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขอตอบกระทู้ถามนะครับ
เรื่องแรก ในเรื่องของสถานการณ์น้ำ ก็ต้องขอเรียนให้เกิดความเข้าใจก่อนว่า ประเทศของเรานั้นเป็นประเทศที่มีน้ำใช้จากน้ำฝนเท่านั้น เราไม่มีแหล่งน้ำจากภายนอก ประเทศเข้ามาเลยนะครับ ประกอบกับภูมิประเทศของประเทศเรานั้นก็จะอยู่ในอิทธิพลของ มรสุมหรือพายุหมุนเขตร้อนเราจึงได้น้ำมานะครับ ปัญหาหลักของประเทศเรานั้นเกิดมานาน แล้ว ถามว่าปัญหาหลักคืออะไร ปัญหาหลักคือจะทำอย่างไรเราจะเก็บน้ำไว้ได้ในช่วงที่น้ำมา ถ้าน้ำมามากเราจะระบายน้ำอย่างไรไม่ให้เกิดผลต่อพี่น้องประชาชน นั่นส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่ง คือเราจะเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูฝนอย่างไร นั่นเป็นปัญหาหนัก ถามว่าเกิดมานาน แค่ไหน เกิดมานานมากแล้วนะครับ ไม่ใช่รัฐบาลใดทั้งสิ้น แล้วผมไม่เชื่อว่ารัฐบาลใดจะเข้ามา ทำได้ภายใน ๔ ปี กระผมต้องเรียนด้วยข้อเท็จจริงว่าไม่มีทาง ถามว่าทำไมนั่นคือว่าปริมาณ ฝนที่ตกมาในผืนแผ่นดินไทยทั้งหมดเราไม่รู้ว่าจะตกที่ใด เพราะฉะนั้นปัญหาแรกเลย ที่เกิดขึ้นมาเราจะหาที่เก็บ จะใช้พื้นที่ใดเป็นที่เก็บนั่นก็เป็นความยากเรื่องหนึ่ง
อีกประการหนึ่งที่พอจะทราบดีว่าในบางลุ่มน้ำนั้นเราไม่สามารถดำเนินการ หาที่เก็บน้ำได้เลย เราก็จะบริหารจัดการโดยต้องปล่อยให้ระบายน้ำเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ อย่างเดียว เช่นลุ่มน้ำยมเป็นต้น นั่นคือหลัก กระผมไม่ได้บอกปัดว่าปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่เป็นปัญหาที่เกิดมานานแล้วและยังคงอยู่อีกนาน ท่านได้อธิบายต่อไปถึงการบริหาร จัดการน้ำ ก็จะเป็น ๒ ส่วนใหญ่ ๆ ด้วยกันที่เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ส่วนหนึ่งคือ การบริหารจัดการน้ำภาพรวมของประเทศค่ะ อีกส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ย่อย อันนี้อยู่ใน ความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละพื้นที่ที่จะต้องดำเนินการนะครับ การแก้ปัญหานั้นรัฐบาลมุ่งหวังที่จะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนแน่นอน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาทั้งหมด ต้องเรียนจะบอกว่าไม่มีแผนนั้นไม่ได้ ผมทราบเลา ๆ อันนี้ผมคงไม่ได้กล่าวอ้าง พอจะพูดได้ว่ามีความพยายามที่จะเอาบริษัทต่างชาติเข้ามาทำในระยะหนึ่ง จำนวนเงินนี่มาก ซึ่งรัฐบาลต่อมาดูแล้วว่ามันน่าจะไม่ใช่ตอบโจทย์ หลาย ๆ คนคงนึกว่าถ้าใช้เงินจำนวนนั้น แล้วประเทศชาติจะจบปัญหาน้ำ ซึ่งไม่จริงนะครับ เรียนว่าไม่จริง หน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบเขาก็ทำมา ถามว่าทำอย่างไร ตั้งแต่พยายามที่จะหาทางเก็บน้ำ อันนี้ต้องเรียน ในแผนที่ท่านว่าก็มี เรื่องของการปลูกป่าด้านบนผมยังจำได้เลย มันเป็นหน้าที่ของหน่วยงาน ธรรมดาแต่เอาไปใส่แพกเกจ (Package) ให้ต่างชาติมาทำนะครับ มีเรื่องของการที่จะเตรียม ที่จะปลูกป่า ที่จะไม่ให้เกิดน้ำท่วมไหลหลากรวดเร็วไล่ลงมาจนถึงการพยายามจะหาที่เก็บน้ำ เพิ่มความจุของแหล่งน้ำไล่มาถึงการระบายน้ำหรือจะมีการนำน้ำไปให้เกษตรกรใช้ ใหญ่ ๆ ก็เป็นเช่นนั้นถามว่ามีการวางแผนอะไรหรือไม่ในเรื่องนี้ก็มีการทำตามลำดับ อยากจะเรียนว่า ผมเองก็ได้มีส่วนใกล้ชิดกับหน่วยงานเรื่องน้ำหลาย ๆ หน่วยงาน เช่น กรมชลประทาน ผมก็เชื่อมั่นในกรมชลประทานว่าเขาสามารถที่จะบริหารจัดการน้ำได้ เพียงแต่ว่าประเทศ เรานั้นเราไม่สามารถจัดสรรงบประมาณให้เขาได้เต็มที่ แม้ว่ารัฐบาลที่ผ่านมานั้น ใช้งบประมาณที่ก่อนจะถึงคำถามท่านก็บอกว่าใช้งบประมาณมากมาย นั่นก็เป็นคำตอบ อยู่แล้วว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แค่ไหน ผมไม่ได้เอาตัวเลขมา แต่ว่าใช้จำนวนมาก ทีเดียวที่จะไปบริหารจัดการเรื่องน้ำ เช่น ทำเรื่องการกักเก็บ เรื่องของการเตรียมการระบาย มีหลายโครงการแต่ผมจำไม่ได้ ลุ่มน้ำปากพนังก็มี ลุ่มน้ำเจ้าพระยาก็มีหลายแห่งที่จะใช้ งบประมาณในเรื่องนี้ ท่านพูดว่าจะไม่มีแผนงานเลย เรื่องการเมืองผมก็คงจะไม่ไปพูดนะครับ ผมเองไม่ได้เป็น ๓ ป ผมมาตอบในนามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งรับผิดชอบเรื่องน้ำ ที่สำคัญคือเรื่องของการป้องกันบรรเทาสาธารณภัย แต่ผมมาตอบแทน ท่านนายกรัฐมนตรี ก็พยายามจะตอบให้ได้หมดทุกอันที่ท่านถามนะครับ เรียนว่าในเรื่องของ เทคโนโลยีปัจจุบันนี้ในภาพของรัฐบาลนี้ เราได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งมีหลายหน่วยงานมากมาย จึงได้ให้มีสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สทนช. เกิดขึ้น แล้วก็ จะบูรณาการการบริหารจัดการน้ำทั้งหมดเลย มีการรวบรวมฐานข้อมูล ไม่ว่าจากฝ่ายพยากรณ์มา เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา ของจิสด้า (GISTDA) ของ สสน. สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ก็จะมีการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ไว้ใช้ในการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเตรียมการ ในเรื่องของรับสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำโครงสร้างระยะยาว ผมขอยกตัวอย่างเช่น ขณะนี้ทาง สทนช. ก็ได้มีแผนใหญ่ ๆ ๒ แผน แผนหนึ่งคือแผนฤดูแล้ง แล้วก็อีกแผนหนึ่งแผน ฤดูฝนง่าย ๆ แผนฤดูฝนพฤษภาคมถึงตุลาคม แผนฤดูร้อนก็ไปช่วงฤดูร้อน ในแผนนี้ก็จะมี มาตรการต่าง ๆ ที่ทำ ก็จะเป็นเรื่องของสำคัญ ๆ เลยนะครับที่จะให้หน่วยงาน ๓ หน่วย ไปดำเนินการ ก็คือเรื่องของกรมชลประทาน เรื่องของกรมทรัพยากรน้ำ ของกระทรวงน้ำ แล้วก็มีเรื่องของการป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจะมีแผนใหญ่ ๆ ให้หน่วยงานต่าง ๆ ไปทำ ในเรื่องของชลประทานก็แน่ ๆ จะเป็นเรื่องของการเก็บน้ำ ระบายน้ำภาพกว้างนะครับ เรื่องของในเขตชลประทาน ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติก็จะเป็นเรื่องของ กรมทรัพยากรน้ำ จะเป็นนอกเขตชลประทาน ก็จะมีแผนหลักไปให้ทำ แผนนี้เป็นอะไร แผนนี้ก็จะเป็นแค่นี้ก็จะเป็นเฟรมเวิร์ก (Framework) ให้หน่วยงานต่าง ๆ ไปตั้งแผนงาน โครงการตามความสำคัญ ความเร่งด่วนของตัวเอง ในเรื่องนี้ก็ต้องกลับไปทบทวน เราเรียน ย้ำว่าเราไม่มีงบประมาณพอจะทำทั้งหมดทั้งประเทศไม่ว่าหน่วยงานใดทั้งสิ้น แล้วย้ำอีกครั้ง แพกเกจ (Package) ที่เตรียมทำไว้นั้นไม่มีทางทำได้แล้วจบปัญหาประเทศไทย ไม่ใช่ ที่ใช้เงิน มากมายนั้นผมเรียนยืนยันว่าไม่ใช่ เดี๋ยวคิดว่าถ้าทำคราวนั้นแล้วจะจบ ๔ ปี ผมเรียนยืนยัน ว่าไม่จริง ผมได้เรียนแล้วตั้งแต่ต้น เราไม่รู้ว่าฝนจะตกตรงไหน ตรงไหนของประเทศไทย ท่านจะไปเก็บน้ำตรงไหน ถ้ามันตก มามากตรงนั้นไม่มีที่เก็บน้ำต้องระบายทิ้งประชาชนต้องได้รับผลแน่นอน อย่าไปสร้างภาพ ให้คนเข้าใจผิดว่าถ้าได้ทำแล้วคราวนั้นจะไม่มี ผมเรียนยืนยัน กล้ายืนยันในที่นี้ไม่มีทาง แน่นอน เป็นการที่กล่าวอ้างเอาประโยชน์ในการพูดอย่างเดียว ท่านจะทำโครงการอะไรครับ ถ้าฝนตกตรงไหนก็รับได้หมด ประเทศอย่างเรา ๆ เขาก็ออกทั่วโลกกันว่าที่ไหนตกมาก ๆ ความเข้มสูง ๆ ตกมากมิลลิเมตรในระยะเวลาสั้น ๆ อย่างไรก็ต้องท่วม ไม่มี ผมก็เอ่ยนามได้ ประเทศใหญ่ ๆ ทั้งหลาย ท่วมทั้งนั้นถ้าตกอย่างนั้นนะครับกลับมาเรื่องของเรานะครับ สรุปแล้ว ว่าเขามีแผน ในแผนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาก็ไปออกแผนย่อย แล้วเขาก็ไปศึกษาทำ แผนงานโครงการโดยไม่ต้องไปเตรียมการที่จะให้ต่างชาติเข้ามาทำโครงการที่ว่าแพง ๆ ถามว่า มากแค่ไหน ผมเรียนว่าเสียดาย ถ้าถามอยากรู้นี่ท่านกระทู้ธรรมดา ท่านจะได้ข้อมูลหมด เขาก็จะเตรียมมาตอบ ท่านถามสดเรื่องของน้ำท่วมของประเทศไทย แล้วท่านถามเจาะแล้ว จะเอาความรู้มันเป็นไปไม่ได้ครับ มันเป็นไปไม่ได้ ผมก็ไม่ได้เตรียมแต่ก็รู้เค้าโครงคร่าว ๆ ว่า เขามีแผนงานเตรียมการที่จะทำ เรียนยืนยันว่าถ้าท่านอยากได้ข้อมูลละเอียดและท่านถาม กระทู้สดก็คงจะยาก เว้นแต่ว่าผมต่อให้อธิบดีกรมชลประทานมาถ้าเขาไม่เตรียมตัวมาเขาก็คง ตอบยาก หรือว่ากรมทรัพยากรน้ำก็ตาม ให้ความสำคัญแค่ไหน ผมเรียนตั้งแต่ต้นแล้วให้ ความสำคัญยิ่งยวดเพราะประเทศเราอยู่ด้วยน้ำฝนเท่านั้น เพราะฉะนั้นการเก็บและ การระบายน้ำเป็นเรื่องสำคัญ สำคัญทั้งชีวิตความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ เพราะฉะนั้น รัฐบาลให้ความสำคัญดูจากการตั้ง สทนช. มีการทำแผนนะครับ ในภายใต้แผนนั้นหน่วยงาน ก็ไปทำแผนย่อย แล้วไปทำแผนปฏิบัติการทั้งหมด เพราะฉะนั้นก็สรุปแล้วให้ความสำคัญ แล้วก็ใช้งบประมาณมาก มีการตั้งหน่วยงานรับผิดชอบ มีแผนงานที่จะดำเนินการในทุก ๆ ส่วน ไม่ใช่เฉพาะสร้าง ไม่ใช่เฉพาะระบาย ทั้งหมดเรื่องของการแก้ปัญหาการกีดขวางลำน้ำ เรื่องของการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มต่ำแนวทางบริหารจัดการน้ำแหล่งน้ำขนาดใหญ่มีหมด ทั้ง ๑๓ มาตรการ ในอดีตที่ผ่านมาได้เคยดำเนินการหรือไม่ อย่างไร ผมพอจะกล่าวอ้างได้ เท่าที่จำได้ก็คือว่าในหลายพื้นที่ที่มีโครงการพระราชดำริเกิดขึ้น แล้วหน่วยงานต่าง ๆ ก็รับว่า เป็นความสำคัญ ก็ได้เอาโครงการต่าง ๆ นั้นมาต่อยอดทำต่อ เช่นที่ผมเรียนแล้วลุ่มน้ำ ปากพนังเป็นต้น หลาย ๆ ลุ่มน้ำก็เอามาต่อยอดทำจากที่มีการศึกษาไว้เดิม แล้วก็จากสภาพ ที่เกิดขึ้นจริงเขาประเมินว่าที่ใดควรต้องทำเขาก็ทำ สรุปแล้วได้มีการเอามาดำเนินการทั้งสิ้น บางแห่งก็เพิ่มความจุ บางแห่งก็สร้างใหม่ บางแห่งที่ยังทำไม่ได้ก็ทำให้เกิดขึ้น เป็นต้นครับ น้ำในปัจจุบันทำไมจึงเกิดสาเหตุเรื่องน้ำ ก็คงตอบง่าย ๆ ว่าถ้าน้ำตกที่ใด ตกจำนวนมากก็จะ มีปัญหาเรื่องการระบาย ถ้าที่ใดไม่ตกก็เกิดปัญหาแล้งเกิดขึ้น โจทย์ก็คือว่าทำอย่างไรเราจะ เก็บน้ำส่วนนี้ไว้ได้ ไว้ใช้ในช่วงที่ไม่มีน้ำ แล้วทำอย่างไรเราจะระบายน้ำให้ทัน ไม่ให้เกิด ผลกระทบกับพี่น้องประชาชน ซึ่งในขณะนี้ก็ทำเช่นนั้นอยู่ เราก็ทำเช่นนั้นอยู่ว่าการบริหาร จัดการน้ำที่ตกมาในประเทศไทยในปี ๒๕๖๕ ในขณะนี้ซึ่งยังไม่มีพายุหมุนเขตร้อนเข้ามาเลย สักลูกหนึ่ง แต่เป็นอิทธิพลจากร่องมรสุมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ทำให้เกิดฝนในพื้นที่ ขณะนี้เขาบริหารจัดการแล้วไม่ได้ตกเหนือเขื่อนตกใต้เขื่อนในขณะนี้ เขาบริหารจัดการที่จะ ระบายน้ำทั้งหมดเลยลงมาข้างล่าง ลุ่มน้ำที่คิดว่าในขณะนี้จะต้องบริหารจัดการเพื่อไม่ให้เกิด ปัญหาอีก เพราะว่าในช่วงเดือนกันยายนและเดือนตุลาคมที่กำลังจะเกิดขึ้นมานี้ที่จะใช้อยู่ ข้างหน้านี้อาจจะเกิดร่องมรสุมเกิดขึ้นได้อีกยังไม่ลงไปภาคใต้ เพราะฉะนั้นเขาก็บริหาร จัดการน้ำที่อยู่ในพื้นที่ที่เราเรียกว่าน้ำท่าในขณะนี้เพื่อให้เตรียมรองรับสถานการณ์ได้เป็นหลัก รวมทั้งการเตรียมการรับสถานการณ์พายุหมุนเขตร้อนคาดว่าอาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วง ปลายเดือนนี้หรือต้นเดือนหน้า ๑ ลูก เขาก็เตรียมการ ถามครับว่าทำอย่างไร เขาก็พร่องน้ำ ทั้งหมดในระบบตั้งแต่เขื่อนข้างบนลงมาลุ่มเจ้าพระยา เตรียมไล่ลงมา ขณะนี้มวลน้ำก็มาถึงทางภาคกลางแล้วมวลน้ำส่วนนี้ แล้วก็พยายามจะปล่อยลงสู่อ่าวไทย โดยที่ไม่ให้เกิดผลกระทบกับพื้นที่ตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครขณะนี้ดำเนินการ แล้วเท่าที่ผมตรวจสอบก่อนมานี้ว่าน่าจะรับสถานการณ์ฝนหรือพายุหมุนเขตร้อนได้สัก ๑ หรือถ้าเลวร้ายก็อาจจะเป็น ๒ ลูกแล้วก็จะหนักหน่อย ส่วนร่องมรสุมถ้ายังต่อเนื่องกันอยู่ ในเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคมนี้ก็น่าจะรับได้สถานการณ์ของลุ่มเจ้าพระยา อีกลุ่มน้ำหนึ่ง ที่มีปัญหาคือชี มูล ในขณะนี้ ของลุ่มแม่น้ำชีก็บริหารจัดการระบายน้ำจนขณะนี้จากชัยภูมิ มาขอนแก่น มหาสารคาม ซึ่งต่อไปก็จะลงไปอุบลราชธานี ส่วนของแม่น้ำมูลขณะนี้เริ่มต้น จากบุรีรัมย์ จากนครราชสีมาไม่มี บุรีรัมย์น้ำก็น่าอยู่ระหว่างทางที่ไปอุบลราชธานี สำหรับ ลุ่มน้ำโขง ชี มูลนั้นถ้าจะมีปัญหาก็คือในช่วงนี้ถ้าสถานการณ์ฝนตกมีพายุหมุนเขตร้อนเข้ามา หรือว่าร่องมรสุมเข้ามาตรงนี้ก็จะเกิดปัญหาสำหรับพื้นที่นี้ เช่นเดียวกันกับลุ่มเจ้าพระยา ถ้าเกิดร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนบนหรือภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบนในช่วงนี้ก็จะเกิดฝนกับลุ่มเจ้าพระยา อย่างไรก็ตามประเมินว่ายังรับสถานการณ์ได้ จากบริหารจัดการระบายน้ำที่ดำเนินการอยู่ขณะนี้ ผมคงตอบให้เห็นภาพนะครับ ท่านถามว่า ยังเกิดเหตุเพราะเหตุใด ก็ต้องตอบรวมอย่างเมื่อสักครู่นี้ครับว่าประเทศเราเป็นประเทศฝน อย่างไรก็ต้องเกิด เพียงแต่เราจะรับมืออย่างไร เราจะทำอย่างไรที่จะเก็บน้ำ ระบายน้ำที่ผม เรียนทั้งหมดครับ