ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ หารือปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด พร้อมตั้งคำถามถึงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลที่ขาดความต่อเนื่องและความยั่งยืน แม้มีเทคโนโลยีทันสมัยแต่ยังไม่ได้รับการวางแผนและดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ.
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถามสดของดิฉันและต้อง ขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกจากทางพรรคเพื่อไทยที่ได้ให้ดิฉันเป็นตัวแทนในการถาม กระทู้ถามสดท่านนายกรัฐมนตรีในปัญหาของพี่น้องประชาชนที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน วันนี้ค่ะ ปัญหาที่เราพบกันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหลาย ๆ จังหวัดในประเทศไทยรวมถึงพื้นที่ กรุงเทพมหานครพี่น้องประชาชนกำลังประสบปัญหาน้ำท่วม ในหลายพื้นที่ค่ะโดยเฉพาะ อย่างยิ่งกรุงเทพฯ ตะวันออกไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่หลักสี่ ดอนเมือง คลองสามวา มีนบุรี หนองจอก บางเขน ลาดกระบัง ลงไปถึงประเวศแล้วค่ะตอนนี้พี่น้องประชาชนมีความทุกข์ในการ เดินทางรวมถึงบางบ้านและเป็นจำนวนมากที่นอนกันบนน้ำแล้ว ถ้าบ้านไหนมีชั้น ๒ ยังขึ้น ชั้น ๒ ได้ บางบ้านมีชั้นเดียวต้องอพยพออกมาอยู่บ้านญาติ ๆ กันแล้วค่ะ นี่คือความจริง ที่เกิดขึ้นดิฉันขอเริ่มการถามกระทู้ด้วยประโยคที่ว่าแม้ พลเอก ประยุทธ์ จะไปแล้วนะคะ แต่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนยังอยู่ ทำไมดิฉันถึงกล่าวเช่นนี้คะในเมื่อวันนี้ พลเอก ประยุทธ์ ก็อยู่ระหว่างการหยุดปฏิบัติหน้าที่วันนี้เป็นเรื่องของพลเอก ประวิตรที่ทำหน้าที่ รักษาการนายกรัฐมนตรี รวมถึงดิฉันเองก็อยากจะถามทั้ง ๒ ท่านนะคะ แต่ว่าก็ยังดีค่ะที่วันนี้ เรามีอีก ๑ ป ก็คือ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา มาเป็นตัวแทนในการตอบคำถามก็พอดีเลยค่ะ ๓ ป เพราะท่านทั้งสามนั้นล้วนแล้วแต่อยู่ในฝ่ายบริหารมายาวนานตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ที่มี การยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง นั่นก็คือรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปีที่เราไม่เคยลืมค่ะ แล้วก็ย้อนกลับไปเมื่อปี ๒๕๕๔ ในปีนั้นค่ะเราเกิดวิกฤติน้ำท่วม ครั้งใหญ่ที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เข้ารับตำแหน่งและเพิ่งบริหารราชการเพียงไม่ถึง เดือนค่ะ น้ำก็ท่วมสูงเหมือนสั่งได้ แต่ดิฉันจำได้นะคะตอนช่วงที่เราหาเสียงกันตอนนั้นก็ฝนตกหนักแล้วในปี ๒๕๕๔ ไม่เคยลืม แล้วก็เตรียมพร้อมรับมือว่าเมื่อเข้าสู่ตำแหน่งแล้วเราจะทำงานได้ทันที แต่ต้องยอมรับค่ะ ในปีนั้นมีการปล่อยน้ำจำนวนมหาศาลมาสู่บ้านเรือน บวกกับฤดูฝนที่มาเร็วและนานและ มาหนักมาก จนมีการพูดว่าเป็นการรับน้องนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ในบทเรียนครั้งนั้นเราได้ เรียนรู้ว่าปัญหาน้ำเป็นปัญหาที่เร่งด่วน แล้วก็มีความสำคัญที่เราจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไข รัฐบาลจึงได้มีการวางแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และเรา กำลังพูดถึงการจัดการน้ำทั้งประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ไม่ใช่เพียงแค่น้ำที่อยู่ ในส่วนของภาคเหนือ ภาคกลาง หรือภาคใต้ หรือ กทม. เท่านั้น แต่เรากำลังพูดถึงการแก้ไข ที่มีความยั่งยืนไม่ให้เกิดการน้ำท่วม น้ำแล้งซ้ำซากเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ทุก ๆ ปี เมื่อใดที่น้ำแห้งก็เกิดน้ำแล้ง เมื่อใดพอน้ำฝนมาก็ท่วมทันที เราจึงได้ยินข่าวว่าเดี๋ยวจะต้อง เปิดรับบริจาคไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เดี๋ยวก็ต้องช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยน้ำแล้ง ในการเยียวยาเกษตรกร ทำไมชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยถึงต้องวนอยู่กับสิ่งที่ ไม่สามารถหวังให้รัฐบาลมาดำเนินการแก้ไขให้กับพวกเขาได้เลย ทำไมชีวิตของพวกเขา ไม่มีความหวังที่จะได้เห็นคุณภาพชีวิตที่ดี ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ ท่านประธานค่ะ ความแตกต่างระหว่างรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในปีนั้นนะคะ เราบริหารงาน เพียงแค่ ๒ ปี แต่เราคิดวางแผนโครงการจัดการบริหารจัดการน้ำภายในปีที่ ๒ เรามี การระดมสมอง เรามีการระดมความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน จากนักวิชาการ เรามี การรวบรวมปัญหารวมถึงการศึกษาโมเดล (Model) จากต่างประเทศมากมายเพื่อที่จะนำมา ประยุกต์ใช้ มีการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เราตั้งใจมากที่จะทำให้สำเร็จภายใน การบริหารงาน ๔ ปีของเราให้ได้ แต่สุดท้ายค่ะ ก็มีผู้ที่ไม่หวังดีกับประเทศหรือเกรงว่า จะเป็นผลงานของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รัฐบาลในสมัยนั้นหรืออย่างไร จึงขัดขวางไม่ให้ โครงการดำเนินการต่อไปได้ นี่จึงเป็นที่มาว่าในปัจจุบันเราเองไม่มีการวางแผนในเรื่องนี้ อย่างจริงจัง ทำให้พี่น้องประชาชนยังประสบปัญหาอยู่ในปัจจุบันนี้ อย่างที่มีหลายท่าน บอกว่าเรื่องน้ำมันไม่ใช่แค่ปี ๒ ปี แล้วจะแก้ไขปัญหากันได้ มันเป็นเรื่องที่หมักหมมยาวนาน ดิฉันไม่ปฏิเสธนะคะว่าเรื่องของภัยธรรมชาติหรือปริมาณฝนที่จำนวนมากนั้นมันเป็นเรื่องที่ อาจจะเหนือการคาดการณ์ แต่ในปัจจุบันนี้เรามีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เรามีนวัตกรรมในการที่จะ คำนวณปริมาณน้ำหรือคำนวณการไปการมาของน้ำได้อยู่ตลอด ฉะนั้นการวางแผนสำคัญค่ะ การป้องกันที่จะรับมือในปริมาณน้ำที่มาอย่างคาดไม่ถึงนั้นมันจึงเป็นสิ่งจำเป็น ท่านจะ ไม่สามารถอ้างได้ว่าน้ำมาก น้ำเยอะ ฝนคาดคะเนไม่ได้ ตรงนี้มันยุคใหม่แล้วนะคะ มันเป็น สิ่งที่เราคำนวณและคาดการณ์ได้ตลอดเพียง แต่ท่านทำไม่เป็นเท่านั้นเองค่ะ นี่จึงเป็นสาเหตุว่า ดิฉันทำไมถึงต้องตั้งคำถามถึงนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้สั่งยึดรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ในขณะนั้น ทำไมดิฉันจึงต้องตั้งคำถาม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรักษาการนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ หรือ กอนช. รวมถึงท่านค่ะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่อยู่ในตำแหน่งบริหารมานานกว่า ๘ ปีแล้ว ดิฉันมองว่างบประมาณที่เราใช้ในการบริหารจัดการน้ำเป็นจำนวนมาก เรียกว่าไปทุกภาคส่วน มีทั้งที่กองอยู่ไว้ที่ กอนช. เอง หรือแม้แต่กระจายไปสู่กลุ่มหรือกระทรวงต่าง ๆ ก็มี อย่างเช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็มีเช่นเดียวกัน ดิฉันจึงขอถามคำถามท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามแรกดังนี้ ขอให้ท่านตั้งใจฟัง ช้า ๆ แล้วก็จดชัด ๆ ว่าดิฉันได้ถามว่าอย่างไรบ้าง รัฐบาลมองปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำ สำคัญแค่ไหน ทำไมการประชุมของ กอนช. ในแต่ละครั้งผู้อำนวยการเข้าร่วมประชุมน้อยมาก เหมือนท่านปล่อยปละละเลยไม่ให้ ความสำคัญในปัญหานี้ และการบริหารจัดการน้ำรัฐบาลเคยนำผลการศึกษาที่ผ่านมาในอดีต มาดำเนินการต่อหรือไม่ ขอให้ท่านยกตัวอย่างผลการศึกษาในอดีตสัก ๒ ๓ ฉบับก็พอค่ะ ไม่ต้องมากเอาที่ท่านจำได้ในขณะนี้ที่นำมาต่อยอดในขณะที่ท่านดำรงตำแหน่งอยู่ค่ะ ดิฉันอยากทราบความรู้หรือความเชี่ยวชาญด้านน้ำค่ะ การบริหารจัดการน้ำที่ท่านมีค่ะ เพราะสถานการณ์น้ำท่วมปี ๒๕๖๕ สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก และท่านคิดว่าน้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากสาเหตุใดขอบคุณท่านประธานค่ะ