คำพอง เสนอเปิดทางเยาวชนอายุ 18 ปี สมัครท้องถิ่น ยันกระจายอำนาจเพิ่มประชาธิปไตย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒ กันยายน ๒๕๖๕

คำพอง เทพาคำ หารือประเด็นการกระจายอำนาจในการปกครองท้องถิ่น โดยเสนอให้แยกการประกาศนโยบายของผู้สมัครออกจากเรื่องผลประโยชน์เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและพัฒนาการบริหารตามภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมเสนอให้กำหนดอายุผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นเริ่มตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เพื่อสะท้อนความเชื่อมั่นในวิจารณญาณและศักยภาพของประชาชนอย่างเป็นธรรม โดยไม่จำกัดโอกาสเฉพาะผู้สูงอายุ

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในรายงานฉบับนี้ผมคิดว่า มันเป็นเรื่องที่เราจะทำการศึกษาเพื่อที่จะหาข้อสรุปในการพัฒนาเรื่องของการปกครอง ในส่วนของการปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเรื่องของการกระจายอำนาจซึ่งมีความสำคัญยิ่ง ในการที่จะพัฒนาประชาธิปไตย ปีนี้เป็นปีที่ ๙๐ แล้วในการสถาปนาเทศบาลซึ่งถือว่า เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ก้าวหน้าที่สุดในสังคมไทยซึ่งได้มีการสถาปนาขึ้นมา ผมคิดว่า ในส่วนของการที่จะไปให้คุณให้โทษซึ่งมันจะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของการไปหาเสียง ผมคิดว่า มันควรจะถูกยกเลิกออกไปได้แล้ว เพราะหลายพรรคการเมืองไม่ใช่เฉพาะยุคนี้นะครับ ที่ผ่านมาเรื่องของการกระจายอำนาจ เรื่องของการที่จะให้อำนาจท้องถิ่นในการบริหาร จัดการท้องถิ่นของตัวเองตามภูมิปัญญา ตามภูมิประเทศ ตามระบบนิเวศทางการเมืองของเขา หลายพรรคการเมืองก็ประกาศว่าจะต้องให้มีการกระจายอำนาจ ดังนั้นพรรคการเมือง นักการเมืองสามารถที่จะไปหาเสียง ไปให้ข้อมูล ตลอดจนไปให้แนวทาง ในการที่จะให้พี่น้องได้ตัดสินใจได้ถูกต้องในการที่จะใช้นโยบายต่าง ๆ ของคณะผู้บริหาร ท้องถิ่น ในส่วนของการตีความเรื่องของผู้สมัครรับเลือกตั้งว่าจะสามารถ ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับ เรื่องของการให้ประโยชน์ตามมาตรา ๖๕ นี้ ผมคิดว่ามันมีส่วนหนึ่ง ส่วนอื่น ๆ ผมคิดว่า หลายท่านก็อภิปรายไปแล้ว แต่ว่าในส่วนเรื่องของการกำหนดนโยบายมันจะต้องแยกออกมา ให้ชัดเจนว่าส่วนไหนที่เป็นนโยบาย ส่วนไหนสามารถที่จะให้ผู้สมัครประกาศเป็นนโยบาย โดยต้องมีข้อบัญญัติและข้อกำหนดที่ชัดเจนว่านโยบายที่จะริเริ่มโดยผู้สมัครนี่ต้องตีความ คือไม่ต้องไปบอกว่าอันนี้เป็นอำนาจของท้องถิ่น อันนี้เป็นอำนาจตามกฎหมายที่กฎหมาย กำหนดไว้ว่าเป็นอำนาจ แล้วก็ต้องมีข้อจำกัดเรื่องของเป็นบทบาทหน้าที่หรือไม่ ผมคิดว่า เรื่องนี้เพราะท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นมันแตกต่างกัน อย่างบ้านผมตำบลนาเวียง มีป่า มีน้ำ มีห้วย หนอง คลอง บึง ถ้าผู้สมัครนายกเทศมนตรีเขาจะประกาศบอกว่าจะพัฒนาแหล่งน้ำ เดี๋ยวเขาจะบอกไปเปิดในกฎหมาย ไปเปิดในกฎหมายของ สตง. เป็นบทบาทหน้าที่ของ ท้องถิ่นหรือไม่ หาเสียงได้หรือเปล่าอันนี้ หรือบ้านพี่น้องผมอยู่เชียงคานเป็นเมืองในฝัน เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว เป็นเมืองที่ใครอยากไปยล เขาอยากจะกำหนดให้มันเป็น เมืองในฝันล่ะเชียงคาน ผู้ที่สมัครรับเลือกตั้งเขากำหนดนโยบายไปเชียงคานเหมือนเข้าไป ดินแดนแห่งสรวงสวรรค์อะไรทำนองนี้ เขาจะกำหนดนโยบายอย่างชัดเจนแล้วหาเสียงกับ พี่น้องประชาชนในท้องถิ่นของเขา เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ต้องแยกออกมาต่างหากอย่าไปปน กับสัญญาว่าจะให้เป็นทรัพย์สินแยกออกมาเลยว่าการประกาศนโยบายนี่สามารถประกาศ นโยบายได้อย่างกว้างขวางนะครับ

กลับมาเรื่องอายุ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งกับผู้เลือกตั้ง จะต้องมีอายุสอดคล้องกัน ๑๘ ปีก็ต้องสามารถเลือกคน ๑๘ ปีได้ ๑๘ ปีก็สามารถสมัคร รับเลือกตั้งเพื่อที่จะให้คน ๑๘ ปีขึ้นไปเลือกได้ ซึ่งมันก็อยู่ที่นโยบาย มันอยู่ที่เราต้องเชื่อมั่น ในวิจารณญาณของพี่น้องประชาชนเจ้าของอำนาจว่าเขามีวิจารณญาณ มีดุลยพินิจ ก่อนตัดสินใจที่จะกากบาทลงไปนะครับเขาก็ต้องรู้ ไม่ใช่ปล่อยให้เฉพาะอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป อัน นั้นเชี่ยวชาญในเรื่องของการเป็นนักเลือกตั้งก็โอเค (OK) ครับ ก็คิดว่าเป็นผู้ใหญ่ แต่ว่า คนที่อายุ ๑๘ ปี ถ้าเขาอยากจะเลือกคนรุ่นเขาเข้าเป็นผู้บริหารล่ะ เรื่องวุฒิภาวะมันสร้าง ด้วยจิตสำนึก มันสร้างด้วยมโนสำนึกนะครับ มันไม่ได้สร้างด้วยว่าอายุเท่าโน้นเท่านี้ถึงจะมี วุฒิภาวะ บางทีคนอายุ ๑๘ ปี ๑๙ ปีนี่เขาเป็นอัจฉริยะ เขาเป็นนักบริหาร นักวางแผนก็ได้ ในขณะเดียวกันคนอายุ ๘๐ ปี ๙๐ ปี ถ้าพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นเขายังเลือกกันอยู่นี่ก็ต้องให้ โอกาส เขาจะอยู่สักกี่สมัยก็ได้เอาจนกว่าชาวบ้านจะไม่เลือก บอกว่าคนแก่ยักแย่ยักยัน ในระดับประเทศก็ยังเห็นอยู่นี่ครับว่าพอได้เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรีก็ไม่ต้องมีใครพยุง นับประสาอะไรคนที่อยู่ในท้องถิ่นเขาอยู่กับไร่กับนาเดินเหินอยู่ในท้องถิ่น คน ๗๐ ปี ๘๐ ปี ๙๐ ปี หลายประเทศการเมืองระดับโลกคนมีอายุมาก ๆ ก็สามารถเป็นได้ ได้รับเลือกตั้งเขาก็ สามารถที่จะเข้าสู่กระบวนการ เข้าสู่การเป็นผู้นำได้ ในทำนองเดียวกันคนหนุ่มคนสาวอายุ ๑๘ ปีขึ้นไปก็สามารถที่จะเข้าสู่กระบวนการ เข้าสู่ระบบการปกครองท้องถิ่น เข้าสู่เป็น ผู้บริหาร เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นได้ และเขาก็ทำเพื่อท้องถิ่นเขานะครับ พื้นฐานอะไรต่าง ๆ เขาอยู่ในท้องถิ่น ความรู้ความเข้าใจท้องถิ่นของเขาอยู่ในท้องถิ่นเขาอยู่แล้ว ดังนั้นการที่จะสังเคราะห์ออกมาเป็นกฎระเบียบ สังเคราะห์ออกมาเป็นนโยบาย สังเคราะห์ ออกมาเป็นการบริหาร ผมคิดว่าเรื่องของอายุน่าจะสอดคล้องกับอายุของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คือตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไป ไปจนถึงโน่นล่ะครับเอาสิ้นอายุขัยเลย ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ