จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ หารือประเด็นการบริการสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณไม่เต็มเป้า โดยเฉพาะในบริการนวดประคบอบสมุนไพร พร้อมเสนอให้จัดสรรไปยังบริการที่จำเป็นและเกิดผลจริงต่อสุขภาพประชาชนมากกว่า ทั้งยังเน้นย้ำปัญหาการขาดแคลนเครื่องมือและบุคลากรในการรักษาผู้ป่วยไตวายเรื้อรังในโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยต้องรอคอยและถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลใหญ่ พร้อมเรียกร้องให้ปรับระบบการนัดหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สนับสนุนผู้ป่วยติดเตียงด้วยการจัดหาผ้าอ้อม และทบทวนนโยบายการส่งต่อผู้ป่วยโดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ รวมถึงเรียกร้องการสนับสนุนขวัญกำลังใจของ อสม. การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการในโรงพยาบาลท้องถิ่น และการพัฒนาระบบคัดกรองเด็กแรกเกิดด้านการได้ยินเพื่อป้องกันภาวะพิการต่อเนื่อง
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ต้องขอบคุณ ท่านประธานนะครับ วันนี้ได้นำรายงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ งบประมาณปี ๒๕๖๔ มาให้พี่น้องรับทราบ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นผู้ซึ่งอภิปราย แล้วก็ซักถาม แล้วก็แนะนำ ผมต้องเรียนว่าตอนนี้ถ้าเรานั่งนึกไปในพื้นที่กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี และคณะด้วย เข้าไปในพื้นที่ เราจะเจอถ้าระดับล่างสุดก็คือ รพ.สต. ก็คืออนามัยเก่า เราเจอโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป ขนาดเอ็ม ๑ (M1) เอ็ม ๒ (M2) โรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาล ศูนย์ใหญ่ทั้งหมดเป็นเฌ้อสเซอรี่แคร์ (Chersery Care) ประเด็นคือตอนนี้พี่น้องประชาชน มีความคาดหวังอย่างไร บุคลากรที่ให้การดูแลคณะทางการแพทย์มีความเดือดร้อน มีปัญหา อย่างไร รวมทั้ง อสม. ถ้าท่านมองอย่างนี้ปั๊บ ภาพรวมอย่างนี้ปั๊บจะเห็นเลยว่าที่ท่านจัดงบ ได้รับงบไป ๓,๗๑๙ บาท รายหัวในปีของ ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี๒๕๖๖ ก็ได้เพิ่มมาบ้าง เพียงพอไหม ตรงจุด ตรงเป้า ตรงประเด็นไหม ถ้าเราพูดถึงรายงานตรงนี้ผมดูจากการที่ ท่านได้บอกมาว่าบางแห่งอย่างเช่นหลังคลอด ฟื้นฟูแม่หลังคลอดถึง ๑๓๓ เปอร์เซ็นต์ ผมโอเค (OK) เลย เพราะว่านั่นคือในการดูแลลูกหลานทารกที่แรกเกิดมาแล้วพ่อแม่สุขภาพดี แต่พอมาดูนวดประคบอบสมุนไพร ท่านตั้งเป้าไว้ถึง ๘ ล้านบาท ทำงานได้ ๓ ล้านบาท ๔๕.๓๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ต้องคิดแล้ว ๑. ตั้งเป้าสูงเกินไปหรือเปล่า ๒. มีความจำเป็น มากน้อยแค่ไหนที่จะให้คนมานวดประคบอบสมุนไพร ๓. ถ้าไม่จำเป็นเราจะโยกงบ ไปเกี่ยวกับการฟื้นฟู การป้องกัน การเสริมสร้างดีกว่าไหม เพราะฉะนั้นที่ต่ำกว่าร้อยไม่ว่า จะเป็น ๗๓ เปอร์เซ็นต์ของกล้ามเนื้อและหัวใจ ไม่ว่าจะเป็น ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ต้องนวด อบสมุนไพรท่านต้องไปแก้ไขแล้ว ประเด็นในบัญชีตรงนี้มันมีเรื่องอยู่ ๒ ๓ เรื่อง ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านจเด็จด้วยว่า
๑. เรื่องการฟอกไต ผมได้พูดเรื่องการฟอกไตมาโดยตลอดว่าการฟอกไตทาง หน้าท้องทรานซ์เพอริโตเนียล (Transperitoneal) มันติดเชื้อ คนก็ไลฟ์ เซอร์วิวอล เอจ (Life Survival Age) ก็ไม่เกิน ๓ ปี ๕ ปี เขาก็ต้องเสียชีวิต ต้องกราบขอบพระคุณท่าน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านได้ ปรับให้การฟอกไตทางเส้นเลือดฮีโมไดไลซิส (Hemodialysis) ได้เรียบร้อยฟรีตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประชาชนลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ไปเยอะมาก แต่ปัญหาที่มีอยู่ก็คือค่าใช้จ่าย ที่ต้องไปฟอกไต ตรงนี้จะช่วยดูแลเขาอย่างไร
๒. คิวเยอะมาก เข้าคิวกันนี่กว่าจะได้คิวหลายเดือน การซัปพอร์ต (Support) ตรงนี้อย่างไร
๓. ผมนำเรียนเลยครับ ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษมีแพทย์จบใหม่ทางเรื่อง เส้นเลือดโดยตรงที่จะมาเปิดเส้น เพราะว่าต้องส่งรีเฟอร์ (Refer) ไปยังจังหวัดอุบลราชธานี ไม่มีเครื่องมือในการทำ ไม่ว่าจะเป็นเปิดเส้น ไม่ว่าการดูเรื่องของเอออร์ตา (Aorta) ในเรื่อง ของเส้นเลือดใหญ่ไม่มีเครื่องมือ ทั้งหมดเลยใช้เงินไม่เยอะ แต่ว่าไม่เพียงพอจนแพทย์น้อยใจ จะขอย้ายแล้ว นี่คือปัญหาหลักที่ผมจะพูดต่อว่าปัญหาที่ประชาชนทำไมพอไปโรงพยาบาล ต้น ๆ คือโรงพยาบาลไพรม์มารี แคร์ (Primary Care) แล้วแพทย์ต้องรีเฟอร์ รีเฟอร์ รีเฟอร์ (Refer Refer Refer) ส่งไปยังโรงพยาบาลใหญ่ เพราะปัญหาที่ต้นสังกัด
๔. ก็คือถ้าเป็นประชาชนเขาจะมาบ่นกับผมตลอดอย่างที่ท่านสมคิดพูด พูดจาไม่เพราะ มาถึงไม่ได้กำลังใจ รอนาน มาเช้าตรวจเย็นเหมารถมาทั้งวันเสียเวลา ตรงนี้ท่านต้องไปนั่งคิดว่าจะแก้อย่างไร ในโรงพยาบาลที่เขามีคนไข้เขาจะนัดเลยครับว่า ๙ โมง ๑๐ นาที นาย ก ๙ โมง ๒๐ นาที นาย ข ๙ โมง ๓๐ นาที นาย ค ๑๐ โมง เป็นเวลา ๆ ไป คนที่มีเวลาเขาก็มาเช้าบ่ายเขาก็ไม่ต้องมา คนที่มีเวลามาบ่ายเช้าก็ไม่ต้องมา ก็ทำมาหากินได้ แต่ถ้ามาเช้าออกันหมดเลยคนสุดท้ายตรวจ ๕ โมงเย็น ผมว่าต้องคิดนะครับ อันนี้เป็นนโยบายหลักที่ท่านต้องดูเลยครับ ท่านประธานครับ ว่านี่คืออย่าให้รอนาน แล้วก็ ต้องพูดจาโดยเฉพาะบางโรงพยาบาล ขออนุญาตนิดหนึ่งท่านประธาน เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ คือถ้ามาโรงพยาบาลแล้วมารอ เขาจัดทีมดูแลอย่างน้อยได้รับการพูดดี ๆ ดูแลที่ดีปลอบใจ หายไปครึ่งหนึ่งแล้ว
ประเด็นถัดมาก็คือเรื่องผ้าอ้อม เรื่องนี้เรื่องใหญ่ พี่น้องประชาชนผมเชื่อว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะถูกถามว่าคุณหมอ ท่าน ส.ส. บ้านติดเตียงติดบ้านเยอะมาก ผ้าอ้อมต้องใช้วันหนึ่ง ๓ ผืน ขอเงินหน่อยเถอะ ขอรับบริจาคหน่อยเถอะไม่มีเงินแล้ว ตรงนี้ท่านต้องดูเลยนะครับ อยากให้ท่านตอบด้วยว่าจะทำผ้าอ้อม ๓ ชิ้น ดังที่ทางท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ดำเนินการให้สัมฤทธิ์ผล ได้เร็วไวแค่ไหน หลักการที่จะเข้าถึงผ้าอ้อมก็คือแพมเพิร์ส (Pampers) มันแพงนะครับ เวลาไปเยี่ยมคนป่วยติดเตียงเขาต้องการผ้าอ้อมมากกว่าอย่างอื่น ท่านจะทำให้เขาได้ มากน้อยแค่ไหน ประกาศไปเลยครับว่ากระทรวงสาธารณสุขโดยท่านรัฐมนตรีดำเนินการ ผ้าอ้อมตรงนี้เพื่อลดค่าใช้จ่าย เพราะตอนนี้โควิด (COVID) มันเยอะ รายได้รายจ่ายก็ไม่พอ
ถัดมาก็คือเรื่องรีเฟอร์ (Refer) คนป่วย ท่านลองดูนะครับว่าการส่งคนป่วย บอกว่าตอนนี้ไม่ต้องมีใบรีเฟอร์ (Refer) แล้ว ไม่ต้องมีใบส่งตัวทำได้มากน้อยแค่ไหน หมอตรวจมีปัญหาไหม แล้วก็จะแก้ไขอย่างไร ผมขออนุญาตเอาประเด็นเลยนะครับ
ถัดมาคือเรื่องขวัญกำลังใจ เรื่องโควิด (COVID) อสม. ได้ขวัญกำลังใจ เขาติด โควิค (COVID) กัน และผู้ที่ร่วมอย่างที่เครือข่ายท่านบอกนโยบาย ๓ ข้อ การประสานงาน การทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตรงนี้ดีมากที่ท่านถาม ๓ เรื่อง เน้นมาตรการเร่งรัดการทำงาน การสนับสนุน บริการที่สอดคล้องกับความต้องการ ข้อ ๓ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกองคาพยพท้องถิ่นเขาก็ร่วมมือแก้ไขปัญหาโควิด (COVID) ท่านดูแล อย่างไรระยะยาว ระยะสั้น ตรงนี้ขวัญกำลังใจนะครับ
ถัดมาก็คือเด็กแรกเกิด นี่เรื่องหนึ่งนะครับ เด็กแรกเกิดเราไม่รู้หรอกว่าเขามี ปัญหาเรื่องการได้ยิน เขาจะหูหนวกเป็นใบ้ต่อกันนี่ จะต้องเป็นการเช็ก (Check) เด็กแรกเกิด มีเพื่อนผมเป็นหมอเป็นศาสตราจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นในคณะแพทยศาสตร์ บอกว่าต้องดีเฟนด์ (Defend) กว่าจะได้ สปสช. เอาเงินให้เขาสามารถไปสุ่มไปตรวจว่า เด็กแรกเกิดแล้วหูเขาได้ยิน หูหนวกกับเรื่องของการได้ยิน การพูด ถ้าเราสามารถดีเทกต์ (Detect) ได้เขาจะมีเครื่องช่วย อันนี้ช่วยคนได้เยอะจริง ๆ เป็นบุญเป็นกุศลจริง ๆ ก็ต้องเรียนว่าโรงพยาบาลเฌ้อสเซอรี่แคร์ (Chersery Care) อย่างเช่นโรงพยาบาลกันทรลักษ์ ระดับเอ็ม ๑ (M1) จะขึ้นเป็น ๔๒๐ เตียง แต่ว่าขาดห้องแล็บ (Lab) ห้องผ่าตัด ห้องเอกซเรย์ ต่าง ๆ ใช้งบประมาณ ๑๓๐ ล้านบาท ขอมา ๓ ๔ ปีแล้ว ถ้าเราไม่ทำให้เขา โรงพยาบาล แพทย์เชี่ยวชาญเขาก็หนีหมด อบรมแพทย์เชี่ยวชาญมาก็ไม่อยู่ หมอมาน้อยนิดเดียว คนไข้มาก็มาถามผมว่าหมอเฉพาะทางไปไหนหมด นี่เป็นทั่วประเทศนะครับ ผมพูดให้ฟังว่า แต่ละพื้นที่ท่านต้องเร่งดูตรงนี้ครับ จัดงบประมาณไป จะอ้างว่าซีลลิง (Ceiling) ติดอย่างไร ท่านก็ดูเอาแล้วกันนะครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ใช้เวลามากนิดหนึ่ง แต่ว่าเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนด้วยความห่วงใยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ