นริศ ขำนุรักษ์ หารือเรื่องความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สังคมวิทยา และธรณีวิทยาของจังหวัดพัทลุง โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้กรมทรัพยากรธรณีดำเนินการเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ รวมถึงการสำรวจซากดึกดำบรรพ์เพื่อค้นพบสิ่งที่มีคุณค่าทางธรณีวิทยา และจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ทางธรณีวิทยาในพื้นที่พัทลุง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถามของผมให้ผมได้มีโอกาสถามในวันนี้ ขอบคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ได้กรุณาให้เกียรติผมมาตอบ กระทู้ถามในวันนี้นะครับ คำถามทั้ง ๓ คำถาม ผมขออนุญาตท่านประธานว่าจะถามคำถามเดียว คือคำถามที่ ๒ แล้วก็ท้ายกระทู้ขออนุญาตได้ฝากข้อสังเกตเพื่อรัฐมนตรีจะได้กรุณาสั่งการ ในบางเรื่องที่เป็นประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดพัทลุงนะครับ
ขออนุญาตเริ่มอย่างนี้ครับว่าแผ่นดินพัทลุงมีที่มามีความยาวนานในทาง ประวัติศาสตร์นี่ เรามีพระบรมธาตุเจดีย์ที่อายุร่วมสมัยกับพระธาตุนครศรีธรรมราชและ พระธาตุไชยา สุราษฎร์ธานี ๑ ที่ ชื่อพัทลุงปรากฏเมื่อกว่าพันปีที่แล้วในจารึก และขณะนี้ เรามีการรณรงค์ให้รักษารูปแบบบ้านทรงโบราณในพัทลุงประมาณสัก ๒๐๐ หลัง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมรับไปทำแล้วนะครับ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับ จังหวัดพัทลุงและเป็นความภาคภูมิใจของคนพัทลุง แต่ยังมีสิ่งที่มีคุณค่าอีกอย่างหนึ่งของ จังหวัดพัทลุง นอกเหนือ ๓ อย่างที่กระผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้วก็คือในทาง ธรณีวิทยาเรามีสิ่งที่มีคุณค่าอยู่ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง เพราะเป็นสิ่งที่มีอายุมากกว่า ๒๕๐ ล้านปีอยู่นะครับ จึงเป็นที่มาของกระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ เพื่อสะท้อนให้เห็น คุณค่าในทางประวัติศาสตร์ ในทางสังคมวิทยาและสะท้อนความมีคุณค่าทางธรณีวิทยา และกรมทรัพยากรธรณีที่ได้ทำงานเรื่องนี้มานะครับ
สำหรับกรมทรัพยากรธรณีที่จริงแล้วผมถือว่าเป็นกรมใหญ่ เพราะว่าเป็นกรม ที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ พระราชทาน ชื่อแรกก็คือกรมราชโลหกิจและภูมิวิทยานะครับ ทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาความขาดแคลนแร่ธาตุ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ประเทศมา อย่างยาวนานและร่วมในการพัฒนาประเทศในทางเศรษฐกิจมายาวนาน แต่สำคัญก็คือ ได้ทำการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าดิน แร่ หิน ทรายมาโดยตลอด และสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือกรมนี้มีภารกิจในการดูแล คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ บริหารจัดการแหล่งซากดึกดำบรรพ์ จังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดที่ได้ค้นพบซากดึกดำบรรพ์หลายที่นะครับ โดยเฉพาะที่ภูเขาทอง อำเภอควนขนุน ที่เขาเจียก อำเภอเมือง และที่อื่น ๆ เป็นเขาหินปูนซึ่งมีอยู่ทั่วจังหวัดพัทลุง ยกตัวอย่างเมื่อปี ๒๕๓๑ ดอกเตอร์จงพันธ์ จงลักษมณี นักธรณีวิทยา ได้พบกะโหลก กระดูกสันหลัง กระดูกซี่โครงของสัตว์เลื้อยคลานทางทะเล เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ มีรูปคล้ายปลา ตั้งชื่อว่าไทยซอรัส จงลักษมณี (Thaisaurus chonglakmanii) อายุ ๒๕๐ ปี มีเป็น ๑ ใน ๓ ของประเทศ ยกตัวอย่างเราพบสัตว์จำพวกแอมโมนอยด์ (Ammonoid) เป็นสัตว์ทะเล ที่หน้าตาคล้ายปลาไหล อายุประมาณ ๕๐๐ ล้านปี ซึ่งขณะนี้เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ จึงขอบคุณกรมทรัพยากรธรณีที่ได้กรุณาเก็บสมบัติชิ้นนี้ของพัทลุงไว้อย่างดี ที่กาฬสินธุ์ และขอบคุณจังหวัดกาฬสินธุ์ที่ได้เก็บสิ่งมีค่าของจังหวัดพัทลุงไว้เป็นอย่างดี ผมจึงขออนุญาตสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐมนตรีและกรมทรัพยากรธรณี จะได้สำรวจอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่งในภูเขาทอง เขาเจียก เขาชัยบุรี และเขาหินปูนอื่น ๆ ในพัทลุง เพื่อที่จะได้ค้นพบสิ่งที่มีคุณค่าในทางธรณีวิทยาอีก และเป็นไปได้หรือไม่ที่จะจัดตั้ง พิพิธภัณฑ์ทางธรณีวิทยาขึ้นในพื้นที่พัทลุงหากค้นพบ ไม่ว่าจะเป็นที่เขาเจียก ในรูปนะครับ มีความสวยงามมาก แล้วก็ทางนายกเทศบาลก็พร้อมที่จะให้กรมทรัพยากรธรณีเข้าไปใช้พื้นที่ได้ ที่ภูเขาทอง หรือที่เรือนจำพัทลุงนะครับ เรือนจำเก่านี้เราได้งบประมาณย้ายไปเรือนจำใหม่ เรือนจำเก่าอยู่กลางเมือง ๖๐ ไร่ ซึ่งก็จะทำลานเมือง จะทำพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองพัทลุง ซึ่งกรมทรัพยากรธรณีและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสามารถไปใช้ได้ หรือศูนย์ป่าไม้ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ใจกลางเมืองเลยนะครับ พวกเราสร้างโดยงบพัฒนาจังหวัดไว้ที่ตรงนั้นอยู่กลางเมือง แล้วท่านจะเอาส่วนหนึ่งไปทำ พิพิธภัณฑ์นี้ก็ได้ คิดว่าก็มีความเหมาะสมทุกที่ที่ผมได้กราบเรียนแล้ว เพราะพิพิธภัณฑ์ ทางธรณีวิทยาดังกล่าวจะเป็นแหล่งรวบรวมสิ่งที่มีคุณค่านี้ สิ่งที่มีความยาวนานนี้ จะได้ เป็นแหล่งศึกษาของอนุชนคนรุ่นหลัง และสำคัญจะได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ จังหวัดพัทลุง จึงสอบถามท่านรัฐมนตรีและสุดท้ายก็คือว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะนำ ซากดึกดำบรรพ์เหล่านี้ไปเก็บไว้ที่เดิมครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ