นพพล ตั้งข้อสังเกตประกันรายได้เกษตรกร ชี้เงินอุดหนุนไม่พอ-เหลื่อมล้ำจ่ายข้าว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑ กันยายน ๒๕๖๕

นพพล เหลืองทองนารา ตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาความไม่ชัดเจนและความเหลื่อมล้ำในโครงการประกันรายได้เกษตรกร โดยเฉพาะในเรื่องเม็ดเงินอุดหนุนที่ไม่เพียงพอ ราคากลางและผลผลิตต่อไร่ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง รวมถึงความไม่เท่าเทียมในการรับเงินค่าข้าวระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมเรียกร้องให้รัฐทบทวนและปรับปรุงมาตรการให้เหมาะสมและเร่งรัดการจ่ายเงินส่วนต่างที่ค้างอยู่ให้เกษตรกรอย่างทันท่วงที

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ผมก็คิดว่าเกษตรกรที่รับฟังอยู่ก็คงอกสั่นขวัญแขวน เม็ดเงินที่ท่านใช้ในโครงการนี้ ทั้ง ๓ อย่างนะครับ ๑๕๐,๐๐๐,๑๒๗,๗๕๐,๐๐๐ บาท แต่ที่ผมบอก ๕๐,๐๐๐ กว่า เมื่อสักครู่นี้เป็นเฉพาะในส่วนของไร่ละ ๑,๐๐๐ ไม่เกิน ๒๐ ไร่ ท่านครับคำถามต่อมาที่ผม จะขอสอบถามท่านก็คือว่า เหมือนเดิมล่ะครับ ผมยังไม่มีความมั่นใจในคำตอบที่ท่านตอบ ทั้งที่ท่านบอกว่าจะไปตอบแทนคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติก็ไม่ได้เพราะท่านเป็น แค่กรรมการอยู่ นายกเป็นประธานครับ เข้าใจครับ ผมก็เข้าใจแต่ว่านี่คือท่านจะย้ำเสมอว่า เป็นนโยบายของรัฐบาล ซึ่งความชัดเจนมันต้องมีไม่ใช่แบบนี้ แล้วสิ่งที่ผมจะถามต่อมาที่สร้าง ความไม่ชัดเจนต่อผมและความไม่แน่ใจก็คือว่า วันนี้ท่านได้ขยายเพดานวงเงินออกไปแล้ว จาก ๓๐ เป็น ๓๕ และเม็ดเงินตอนนี้เหลือเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์ จากท่านขยายไปแล้วนะครับ แล้วโครงการนี้ท่านต้องใช้ทั้งหมด ๑๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่าท่านมีวงเงินเหลือเพียงแค่ เปอร์เซ็นต์เดียว แล้วเปอร์เซ็นต์เดียวมันเป็นเม็ดเงินประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านต้อง หาเงินมาเติมอีก ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเองไม่สบายใจเลยที่เห็นท่านตอบแบบนี้ที่ไม่ได้ ฟันธงลงมา แล้วก็ปัจจุบันนี้ท่านครับท่านได้คิดจะทบทวนในมาตรการของท่านหรือไม่ นั่นก็คือว่าใน ๑ กรณีแรกผลผลิตต่อไร่ ท่านครับวันนี้เกษตรกรก็พยายามที่จะกระตือรือร้น ตัวเอง พัฒนาตัวเองให้การปลูกข้าวของตัวเองได้ผลผลิตมากขึ้น เพราะฉะนั้นผลผลิตต่อไร่ ที่ท่านถัวเฉลี่ยไว้ในโครงการประกันรายได้ อย่างข้าวเปลือกเจ้าท่านให้แค่ ๖๑๐ กิโลกรัมต่อไร่ หอมมะลิท่านให้อยู่ ๓๖๐ แล้วหอมมะลินอกพื้นที่ให้อยู่ ๔๔๕ ท่านครับในความเป็นจริงพื้นที่ ทางการเกษตร ณ เวลานี้โดยเฉพาะในโซนของภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ค่าเฉลี่ยมันไม่ใช่เท่านี้ ค่าเฉลี่ยของข้าวไปถึง ๗๐๐ กว่า ๘๐๐ กว่า ยอมรับว่าภาคอีสาน อาจจะน้อยกว่า ท่านครับท่านไม่เปลี่ยนแปลงให้ทุกอย่างสอดคล้องดังความเป็นจริงบ้าง หรือครับ แล้วอีกสิ่งหนึ่งก็คือว่าในราคาที่ท่านตั้งไว้ อย่างข้าวเปลือกเจ้า ข้าว กข ที่เราเรียกกัน ท่านตั้งไว้ตั้งแต่ปีแรก ๑๐,๐๐๐ บาท ปีที่ ๒ ก็ ๑๐,๐๐๐ บาท ปีที่ ๓ ก็ ๑๐,๐๐๐ บาท และปีที่ ๔ ก็ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ท่านอย่าลืมนะครับว่าในปีที่ ๑ ๒ ๓ สมมติฐานที่ท่านตั้งผมเชื่อได้ว่า นั่นคือราคาปุ๋ยที่ ๕๘๐ บาทไม่เกิน ๖๕๐ บาทในปุ๋ยยูเรีย (Urea) ๔๖-๐-๐ น้ำมันลิตรหนึ่ง ๒๕ บาท ไม่ใช่ ๓๕ บาทตอนนี้ จริงอยู่ว่าราคาปุ๋ยตอนนี้อาจจะลง อาจจะลงไปแล้วเหลือ ประมาณ ๑,๓๐๐ ๑,๔๐๐ บาท แต่ท่านครับเพิ่งจะลงตอนนี้ แต่ตอนที่ชาวนาทำกันในช่วงที่ เขาเพาะปลูกกันพฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม ปุ๋ยทั่วประเทศขึ้นไป ๑,๗๐๐-๑,๘๐๐ บาท แล้วตอนนี้ผมก็ต้องขอชื่นชมกับท่านด้วยจะไม่รู้ว่าประชดประชันหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ เหมือนกันนะครับ ผมก็พลอยยินดีกับท่านที่บอกว่าราคาตอนนี้ขยับขึ้น แต่นั่นละครับเป็น สิ่งที่ทำให้ชาวนาเกษตรกรนอนไม่หลับก็เพราะว่าในเมื่อราคามันสูงขึ้น ส่วนต่างที่เขาจะได้ แทบจะไม่ได้เลย ณ เวลานี้อย่างจังหวัดพิษณุโลกบ้านผม ถ้าข้าว กข ข้าวเปลือกของท่าน นี่นะครับรับซื้อกันที่ ๗,๕๐๐ บาทต่อตันในความชื้นที่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แต่พอหักสิ่งเจือปน หักค่าเปอร์เซ็นต์ลดหลั่นอะไรลงมาแล้ว บวกค่าเปอร์เซ็นต์ความชื้นเข้าไป บวกค่าสิ่งเจือปน เข้าไป ชาวนาบ้านผมที่พิษณุโลกหรือภาคเหนือตอนล่างตรงนั้นจะได้รับส่วนต่างอยู่ไม่เกิน ๒๐๐ บาท และถ้าราคาขยับขึ้นไปเพียง ๑๐๐ เดียวติดลบด้วยซ้ำ ท่านครับเพราะฉะนั้นผมอยากจะขอถามว่าท่านจะมีการขยับในเรื่องของผลผลิตต่อไร่ แล้วก็ขยับในเรื่องของราคากลางที่ท่านตั้งไว้หรือไม่ เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้นะครับ แล้วก็สุดท้ายในเรื่องของนโยบายนี้ท่านบอกว่าโครงการประกัน รายได้ถ้าเกษตรกรขายข้าวได้เท่าไร ขายตามเป็นจริงได้เท่าไร ส่วนต่างมารับจากรัฐบาล ท่านครับ ทุกวันนี้แล้วนานมาแล้วด้วยซ้ำ ชาวนาที่พิษณุโลกขายข้าว ชาวนาที่อ่างทองขายข้าว ชาวนาที่ฉะเชิงเทราขายข้าว ข้าวชนิดเดียวกันเวลาไปขายข้าว ผมให้ขายวันเดียวกัน ความชื้นเท่ากัน แต่รับเงินสดจากค่าข้าวไม่เท่ากัน ขอสไลด์ (Slide) ที่เป็นราคาข้าวด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเชนเทชัน)

วันที่ ๒๔ ธันวาคมครับ ที่จริง วันที่ ๓๑ เมื่อวานก็มีท่าน ท่านครับ เอาวันที่ ๓๑ สิงหาคมที่ผ่านมานี้ ราคาข้าวเปลือกเจ้า ๕ เปอร์เซ็นต์ ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือรวมเปอร์เซ็นต์เรียบร้อยที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ขายได้ ๙,๔๐๐ บาทต่อตัน แต่ชาวนาที่พิษณุโลกข้าวเปลือกเจ้า ๕ เปอร์เซ็นต์ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน ขายได้ ๙,๒๐๐ บาท ท่านครับ แล้วอย่างนี้เวลาท่านออกราคา อ้างอิงกำหนดเกณฑ์กลางมาท่านให้เท่ากันทั่วประเทศ แล้วอย่างนี้จะถูกต้องตามนโยบาย ที่ท่านบอกได้อย่างไร แล้วท่านเคยบอกว่าพอคณะอนุกรรมการเกณฑ์ราคากลางข้าว ได้ประกาศออกมาแล้วภายใน ๓ วันทำการ ชาวนาที่มีสิทธิที่จะได้รับเงินส่วนต่างในรอบนั้น ๆ จะต้องได้รับเงินโอนจาก ธ.ก.ส. ไม่เกิน ๓ วันทำการ มีครั้งไหนบ้าง อยากจะขอถาม มีครั้งไหนบ้างในระยะเวลาที่ท่านดำเนินงานมา ๓ ปี ผมให้ ๓ ปีเลยนะครับ รวมแล้วปีหนึ่ง ประมาณ ๓๐ กว่างวด ประมาณ ๑๐๐ งวด มีงวดไหนบ้างที่ท่านจ่ายตรงตามเกณฑ์คือ เงินเข้าบัญชีของเกษตรกรไม่เกิน ๓ วันทำการ ผมขอถามครับ ขอบคุณครับ