วรภพ วิริยะโรจน์ กล่าวถึงการปรับปรุงกระบวนการทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยเน้นการเรียนรู้จากอดีต เพื่อสร้างเป้าหมายที่สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่ต้องการ และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก นอกจากนี้ยังเน้นการกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบ และการวิเคราะห์ผลลัพธ์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเพื่อปรับปรุงการปฏิบัติ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปภาครัฐ เพื่อให้เกิดการกระจายอำนาจ เพิ่มประสิทธิภาพ และโปร่งใส รวมถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจด้วยการสร้างนวัตกรรม เพื่อกระจายอำนาจและเพิ่มความเป็นธรรมในสังคม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอ โอกาสนี้ในการแลกเปลี่ยนกับสภาพัฒน์ว่ากระบวนการทำแผนอยากให้มีการปรับปรุงครับ เหตุผลเพราะว่ามันต้องเริ่มจากการเรียนรู้อดีตเราถึงจะไปวางแผนอนาคตได้ และสิ่งหนึ่งที่ ผมสังเกตจากทุกแผนก็คือว่าเราอาจจะเริ่มจากตั้งแต่เป้าหมายที่ไม่มีการเรียนรู้จากผลลัพธ์ จากในอดีตครับ คือถ้าท่านจะไปมองวางแผนสำหรับ ๕ ปี ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่สำคัญเลยคือ การวิเคราะห์ผลลัพธ์ของ ๕ ปีที่ผ่านมา แล้วท่านก็จะเห็นว่าเป้าหมายกับผลลัพธ์ที่ท่านวางไว้ มันไม่สอดคล้องกันนะครับ เป้าหมายจริง ๆ ผมอยากให้ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก มีครั้งหนึ่งผมเคยอภิปรายในกรรมาธิการงบประมาณไว้ว่าเป้าหมายตัวหนึ่งที่เราละเลย มาตลอดก็คือในเรื่องของประสิทธิภาพ คือเราไม่เคยเอาประโยชน์ของประชาชนมาหารด้วย ทรัพยากรที่เราใช้ลงไป ไม่ว่าจะเป็นจำนวนงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนทรัพยากร บุคลากร เมื่อขาดเป้าหมายตัวชี้วัดในเชิงของประสิทธิภาพมันถึงนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากร ที่ไม่สอดคล้องเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย อันนี้เป็นประเด็นสำคัญ ต่อมาสิ่งสำคัญก็คือหน่วยงาน ที่รับผิดชอบครับ ผมคิดว่าการที่ในแผนนี้ไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าหน่วยงานไหนรับผิดชอบ เป้าหมายอะไร และกลยุทธ์อะไร และไม่มีข้อมูลในอดีตที่ว่าหน่วยงานไหนรับผิดชอบอะไร และทำสำเร็จหรือไม่สำเร็จ นี่คือประเด็นสำคัญที่ทำให้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ไม่นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง เพราะว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้กระตือรือร้น ไม่มีความรับผิด รับชอบต่อแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ท่านอุตส่าห์ร่างกันขึ้นมา ผมคิดว่าการจะนำไปสู่ การบังคับใช้ ก็คงต้องฝากให้สภาพัฒน์ใช้ความกล้าหาญในการกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบ แล้วก็เปิดเผยออกมาว่าหน่วยงานไหนที่ทำได้ดีรับผิดชอบได้สำเร็จ และหน่วยงานไหน ที่รับผิดชอบไม่สำเร็จเพราะอะไร และควรจะต้องมีการปรับปรุงอย่างไร อันนี้มันถึงจะเกิด การเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนถ้ามาไส้ในผมคิดว่าสำคัญที่ในแผนนี้ ถ้าเราเริ่มจากว่าเราอยากลด ความเหลื่อมล้ำ ผมคิดว่ามี ๒ ประเด็น ก็คือถ้าเราอยากลดความเหลื่อมล้ำจริง ๆ สวัสดิการ ท่านต้องเปลี่ยนวิธีคิดเป็นสวัสดิการถ้วนหน้าครับ เหตุผลเพราะว่าถ้าเราไม่ทำสวัสดิการถ้วนหน้ามันก็เกิดการตกหล่น อันนี้ต่างหากที่จะทำให้ เป็นการซ้ำเติมครอบครัวที่มีรายได้น้อย อย่างเช่นเบี้ยเด็กเล็กเป็นต้นที่ท่านก็เห็นแล้ว และเช่นเดียวกันการทำสวัสดิการลดความเหลื่อมล้ำมันก็ต้องมาคู่กับภาษีทรัพย์สินซึ่งก็ อภิปรายหลายครั้งแล้ว อย่างภาษีที่ดินรวมแปลงเป็นก้อนสำคัญที่จะสามารถนำมาสร้าง สวัสดิการได้ ถ้าท่านอยากจะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สิ่งที่ท่านควรจะต้องตั้งโจทย์ก็คือ ทำอย่างไรไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ในเมื่อทุกวันนี้ครอบครัวที่มีรายได้น้อยเพียง แค่ครึ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถเรียนจบ ม. ๖ ได้ ม. ปลายได้ อันนี้เป็นปัญหาใหญ่ ถ้าท่าน อยากจะพัฒนาคุณภาพท่านต้องแก้โจทย์ว่าทำไมคนตกงานครึ่งหนึ่งถึงเป็นคนจบปริญญา เหตุผลเพราะว่าการศึกษาและภาคธุรกิจนั้นไม่ได้เชื่อมกัน นี่คือโจทย์ที่ท่านต้องแก้ไขนะครับ
ประเด็นต่อมาเรื่องของเศรษฐกิจ ถ้าท่านอยากจะสร้างนวัตกรรมเพิ่มรายได้ มันก็ต้องกลับมาตั้งคำถามว่าปัจจุบันเรามีการผูกขาดอย่างเสรีมากเกินไปไหม ทั้งโดย กฎหมายปัจจุบัน และโดยการอนุญาตให้มีการควบรวม หรือเรามีกฎระเบียบที่ว่าไปฉุดรั้ง โอกาสทางธุรกิจมากเกินไปไหม ตั้งแต่ว่าขนย้ายไข่ยังต้องมาขออนุญาต หรือคนต่างด้าว ต้องมารายงานตัวทุก ๆ ๙๐ วัน ถ้าท่านอยากจะให้ปฏิรูปภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมันก็ต้อง เริ่มจากว่าทำอย่างไรให้เกิดการกระจายอำนาจ เพราะว่าการที่มีประสิทธิภาพโดยบริหาร จัดการโดยที่งบประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ราชการส่วนกลาง นั่นย่อมหมายถึงความไม่มี ประสิทธิภาพเพราะรัฐราชการที่ใหญ่โตเทอะทะอันนี้ ถ้าท่านอยากให้มันโปร่งใสท่านก็ต้อง เริ่มจากว่าเปิดเผยข้อมูล นี่ก็เป็นกฎหมายข้อมูลข่าวสารที่ผมก็ยังรออยู่ และเช่นเดียวกัน ถ้าท่านอยากให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital) มันก็ต้องเริ่มจากมาตรฐานกลางในการ แลกเปลี่ยนข้อมูล หรือว่าโอเพน เอพีไอ (Open API) ถ้าท่านอยากจะรักษาสิ่งแวดล้อม เน็ตซีโร (Net Zero) ได้ คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ย่อมไม่ใช่ระบบสมัครใจ ถ้าท่าน อยากจะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน ท่านก็ต้องให้ผู้ผลิตรับผิดชอบในการรับสินค้าคืน ถ้าท่าน อยากจะให้มีความเป็นธรรมกับสังคม ท่านก็ต้องไม่ปล่อยให้คนรวยหนีคดี ปล่อยให้คนจน ที่ไม่มีเงินวางหลักประกันต้องติดคุกถึงแม้ว่าศาลจะให้ประกันก็ตาม อันนี้เป็นตัวอย่างต้น ๆ ตัวอย่างเล็กน้อยที่ผมจะอภิปรายให้เห็น นี่คือกลยุทธ์ที่ท่านควรจะใส่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ขอบคุณครับ