อธิรัฐ ชี้แจงความคืบหน้าถนน 4 ช่องจราจร-ไฟส่องสว่าง-จุดกลับรถ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๕

อธิรัฐ รัตนเศรษฐ ชี้แจงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาถนนและคมนาคม แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยเร่งดำเนินการเพิ่มจุดกลับรถและติดตั้งไฟส่องสว่างบนทางหลวงหมายเลข 24 และ 221 พร้อมจัดสรรงบประมาณกว่า 13 ล้านบาทในปี 2566 และทยอยดำเนินต่อในปีถัดไป อีกทั้งยังรายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างถนน 4 ช่องจราจรสายศรีสะเกษ–เชิงบันไดเขาพระวิหาร ระยะทาง 98.5 กิโลเมตร ที่ดำเนินการไปแล้วประมาณ 30 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างขยายต่อในช่วงปี 2566 ถึง 2570 พร้อมย้ำการติดตั้งป้ายไฟในพื้นที่ก่อสร้างเพื่อความปลอดภัย และขอความร่วมมือ ส.ส. แจ้งพื้นที่ที่ต้องการเร่งด่วนเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพนะครับ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคมนะครับ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มา ตอบกระทู้ของท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมและขอขอบคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่ท่านมีความเป็นห่วงเป็นใยผู้ใช้ถนนสายหลักคือถนนหมายเลข ๒๔ หรือถนน หมายเลข ๒๒๑ เอง แล้วด้วยคำถามของท่านผมก็ขออนุญาตสรุปเป็นประเด็น ๆ นะครับ

ต่อประเด็นแรก คำถามแรกผมจะตอบเกี่ยวกับเรื่องจุดกลับรถที่ท่านกล่าวถึง ก็คือจุดกลับรถทางหลวงหมายเลข ๒๔ ในตอนหัวช้าง-แยกการช่างถึงนากระแซงนะครับ ซึ่งในปัจจุบันทั้งเส้นแต่เรามีจุดกลับรถอยู่ประมาณ ๒๑ จุดแล้วก็ระยะห่างก็เหมือนที่ท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติพูดไว้ก็คืออยู่ประมาณ ๒ กิโลเมตรถึง ๔ กิโลเมตรก็จะมี ๑ จุดกลับรถ แต่ก็ด้วยข้อมูลในพื้นที่เราก็ถามลงไปก็ทราบว่าเหมือนอย่างที่ท่านได้บอกว่าก็คือบางครั้ง มันก็อาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน บางจุดยังต้องไปกลับรถไกล ทั้งนี้ผมก็สอบถามไปทางกรมทางหลวงว่าเนื่องจากว่าเป็นถนนสายหลักการที่เราจะทำ จุดกลับรถถี่ ๆ หรือจำนวนมากบางครั้งมันก็มีผลต่อการจราจรติดขัดหรืออาจจะช่วยให้มัน เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตามทางกรมทางหลวงก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็ได้รับข้อมูล ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็รวบรวมมา แล้วก็ในปี ๒๕๖๖ เอง ในปีงบประมาณที่กำลังจะมาถึงกรมทางหลวงก็ได้มีแผนที่จะทำจุดกลับรถเพิ่มเหมือนที่พูดไว้ ๒ จุด แล้วก็ในปี ๒๕๖๗ อีก ๒ จุด รวมเป็น ๔ จุด จุดแรกก็คือบริเวณบ้านโนนสูง อันนี้ได้รับ จัดสรรปี ๒๕๖๖ เรียบร้อยครับ วงเงินประมาณ ๕ ล้านบาทก็จะเป็นจุดกลับรถปกติ แต่ก็จะ ทำให้เป็นขนาดใหญ่ รถบรรทุกรถใหญ่สามารถกลับรถได้นะครับ อันนี้ก็อยู่ในขั้นตอน ก็รอผ่านงบประมาณหลังจากเดือนตุลาคมไปก็ผ่านขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง เบื้องต้น จากการสอบถามคิดว่าน่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมีนาคมปี ๒๕๖๖ จุดที่ ๒ บริเวณ บ้านศรีอุดม กม. ๓๒๗ อันนี้ก็ได้รับจัดสรรในปี ๒๕๖๖ เช่นกันนะครับ อันนี้ก็จะเป็นแบบ ทางรอดแบบสะพานบก แบบที่ท่านสมาชิกได้กล่าววงเงินอยู่ ๒๕ ล้านบาท ตรงนี้ก็คาดว่า น่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๖๖ จุดที่ ๓ บริเวณบ้านเพ็ก กม. ๓๓๗ อันนี้ จะขอรับจัดสรรในปี ๒๕๖๗ ซึ่งปัจจุบันก็ออกแบบอยู่ว่าความเหมาะสมจะทำออกมา ในรูปแบบลักษณะใดเช่นเดียวกันกับจุดที่ ๔ บริเวณบ้านท่าค้อ กม. ๓๔๔ ก็จะไปอยู่ในแผน ของงบประมาณปี ๒๕๖๗ ก็อยู่ในการออกแบบเช่นเดียวกัน แล้วทั้ง ๔ จุดที่ทำเราก็จะทำ ทั้งจุดกลับรถมาพร้อมกับไฟส่องสว่างในคราวเดียวกันนะครับ ก็ต้องกราบเรียนอันนี้

ผมก็ขอต่อไปประเด็นที่ ๒ เรื่องไฟส่องสว่าง กรมทางหลวงเราก็ได้รับข้อมูล มาว่าก็หลายจุดที่ยังมีส่องไฟส่องสว่างไม่ครบถ้วน เนื่องจากที่เช็ก (Check) ไปเบื้องต้น ว่าปริมาณรถของเส้นทางหลวงหมายเลข ๒๔ จะอยู่ที่ประมาณ ๗,๐๐๐ คัน ในการที่จะ ติดไฟฟ้าส่องสว่างทั้งเส้นจำนวนรถจะต้องอยู่ที่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ คัน แต่อย่างไรก็ดี จุดที่เป็นจุดที่อันตรายหรือจุดไหนที่มีอุบัติเหตุมีการร้องเรียนบ่อยกรมทางหลวงก็จะจัด ให้ก่อน อย่างเช่นในปี ๒๕๖๖ เราก็มีการติดตั้งไฟแสงสว่างจำนวน ๓ รายการ จุดแรกก็คือ อยู่ที่ตอนหัวช้าง-แยกการช่าง กม. ๒๙๘ นะครับ จุดที่ ๒ ก็อยู่ที่ ตอนหัวช้าง-แยกการช่าง กม. ๓๑๕ จุดที่ ๓ อยู่ที่แยกการช่างถึงนากระแซง กม. ๓๒๓ ก็ ๓ จุดนี้ก็วงเงินประมาณ ๑๓ ล้านบาท ก็คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปีหน้าทั้งหมด อันนี้ก็เป็นตอบคำถาม ในเรื่องไฟส่องสว่าง

แล้วก็ต่อมาในประเด็นที่ ๓ ที่ท่านได้ถามถึงก็คือขอติดตามการสร้างถนน ๔ ช่องจราจรเต็มสาย ๒๒๑ ศรีสะเกษ-เชิงบันไดเขาพระวิหาร ก็กราบเรียนว่าถนนเส้นนี้ มีระยะทางทั้งหมด ๙๘.๕ กิโลเมตร ปัจจุบันเป็น ๔ ช่องจราจรแล้วประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ก็ยังเหลืออีกประมาณเกือบ ๖๐ กิโลเมตร แล้วในปี ๒๕๖๕ ทางกรมทางหลวงก็ได้มีการ ขยายช่วง กม.ที่ ๑๑ ถึง กม. ๑๗ ระยะทางประมาณ ๕.๘ กิโลเมตรปัจจุบันก็อยู่ในขั้นตอน กำลังดำเนินการก่อสร้างเหมือนอย่างที่ท่านว่า แล้วก็จะแล้วเสร็จก็คือภายในปีหน้า ๒๕๖๖ แล้วสิ่งที่ท่านฝากมาก็คือย้ำไปถึงผู้ประกอบการว่าเดี๋ยวผมก็จะกำชับให้กรมทางหลวง ย้ำผู้ประกอบการในเรื่องกลางคืนให้ติดป้ายไฟส่องสว่างสัญญาณเตือนสำหรับช่วงที่ ดำเนินการก่อสร้างเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ใช้ถนนนะครับ แล้วก็ในปี ๒๕๖๖ เส้นนี้ กรมทางหลวงก็ได้จัดสรรเพิ่มเติมในช่วง กม. ที่ ๑๗ อีก ๑ จุด ต้องกราบเรียนว่าถนนสายนี้ เป็นถนนสายยาว ซึ่งถ้ารวมในปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ เราก็จะมีเป็น ๔ ช่องจราจรประมาณ ๓๐ กว่ากิโลเมตร แต่อย่างไรก็ดีก็ยังเหลืออยู่อีกเกือบ ๖๐ กิโลเมตร ซึ่งทางนี้เองทางกรมทางหลวงเราได้บรรจุอยู่ในแผนทางหลวงระยะ ๕ ปีก็คือตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ จนถึงปี ๒๕๗๐ ก็จะทยอยสร้างเราคงไม่สามารถว่าจะทำทั้งเส้นภายในปีเดียวเนื่องจาก งบประมาณก็ต้องกระจายให้กับทุก ๆ เส้นทุก ๆ จังหวัดอย่างเป็นธรรม แต่จุดไหนที่มันเป็น จุดที่มีความหนาแน่น จุดไหนที่เป็นจุดที่มีความเดือดร้อน ท่านสมาชิกก็ให้ข้อมูลมาได้ครับ กรมทางหลวงได้ไปเก็บรายละเอียดเพื่อจัดสรรให้เร็วขึ้นตามความต้องการตามสภาพ ความเป็นจริง ก็ขออนุญาตตอบคำถาม ๓ ประเด็น ขอบคุณครับ