นิคม ชี้กฎหมายคุมผู้กระทำผิดซ้ำต้องเข้ม ไม่ใช่รอความยินยอม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕

นิคม บุญวิเศษ อภิปรายประเด็นการกระทำผิดซ้ำ โดยเฉพาะคดีข่มขืนและฆ่า พร้อมเรียกร้องให้มีกฎหมายที่รุนแรงและมีประสิทธิภาพในการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ โดยเน้นว่าต้องไม่ให้อภัยผู้กระทำผิดซ้ำและควรลงโทษอย่างหนักเพื่อคุ้มครองสังคมและเยียวยาผู้เสียหาย

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้า พรรคพลังปวงชนไทย กระผมขออภิปรายเรื่องการกระทำความผิดซ้ำโดยเฉพาะความผิดทางเพศ ท่านประธานที่เคารพครับ ในวาระแรกผมได้อภิปรายไปแล้วครั้งนี้ขออภิปรายเพิ่มเติม ในกรณีที่สมาชิกวุฒิสภาได้แก้ไขเพื่อให้พิจารณา ผมเห็นด้วยในหลายอย่าง แต่ในประเด็น ที่ผมอยากจะเสนอให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพวกเรา แล้วก็พี่น้องที่อยู่ทางบ้านที่ได้รับฟัง ความจริงแล้วการที่คนที่มีคดีโดยเฉพาะคดีข่มขืนแล้วก็ฆ่า หรือฆ่าแล้วข่มขืน เป็นความผิด ที่ร้ายแรงท่านประธานครับ อันนี้คือเป็นความผิดครั้งแรก เรามาลองวิเคราะห์กันว่าถ้าฆ่าข่มขืน ถามว่าคนที่ถูกฆ่า ญาติพี่น้องที่เขามีลูกสาวคนเดียว เขาให้อภัยได้หรือไม่อย่างไร แต่ในสังคม ก็บอกว่าต้องให้อภัย ต้องให้เขาแก้ตัวนี่ จริง ๆ แล้วผมคิดว่าการฆ่าข่มขืนต้องมีมาตรการ กฎหมายที่ค่อนข้างจะแรงครับ แต่ยิ่งกว่านั้นในเมื่อออกจากคุกมาแล้วยังมากระทำซ้ำอีก เรากำลังพูดถึงเรื่องการกระทำซ้ำ เราควรจะให้อภัยหรือไม่ เราลองคิดดู คนมีลูกสาวมีหลานสาว ถ้าโดนกระทำแบบนี้นะครับ เรายังไม่ได้พูดถึงเรื่องการเยียวยาของผู้ที่โดนกระทำโดยเฉพาะ คนที่เขาเสียชีวิต ญาติพี่น้องคนที่เป็นพ่อแม่จะทำอย่างไร มีลูกสาวคนเดียว หรือคนที่ไม่ได้ เสียชีวิตเขาจะอยู่ในสังคมอย่างไร เคยคิดถึงหัวอกของคนที่โดนกระทำหรือคนที่เป็นพ่อแม่ เป็นญาติพี่น้องหรือไม่ เขาจะอยู่อย่างไรครับ เราเคยคิดเยียวยากลุ่มนี้อย่างไร รัฐบาล มีวิธีการอย่างไร แต่ในขณะเดียวกันเรากำลังมาหาวิธีช่วยคนที่กระทำความผิด เรื่องนี้ผมคิดว่า มันไม่สมดุลกันนะครับ ผมคิดว่าถ้ามีการกระทำความผิดซ้ำแบบนี้กฎหมายต้องแรง ถ้ากฎหมายไม่แรง ไม่กลัว เรื่องนี้ก็ต้องเกิดขึ้นอีก ผมเชื่อว่าไม่มีหรอกครับถ้ากฎหมายเบา ๆ คนจะกลัว ฉะนั้นกฎหมายต้องแรงครับ มีการแนะนำ มีการบอกว่าถ้ากระทำความผิดซ้ำ ออกมานี่อาจจะต้องมีการฉีดยาเพื่อลดฮอร์โมนทางเพศ แต่สิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยคือจะต้อง ได้รับความเห็นชอบหรือยินยอมจากผู้กระทำความผิด ท่านประธานครับ ถ้าผู้กระทำความผิด ไม่ยินยอมจะทำอย่างไรครับ ทำความผิดแล้วสมมุติว่าเขาบอกว่าต้องติดคุก ผู้กระทำความผิด ไม่ยินยอมจะทำอย่างไรครับ ฉะนั้นกฎหมายต้องใช้บังคับ ไม่ใช่ว่าต้องไปถามความยินยอม จากผู้กระทำความผิด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อันตรายต่อสังคม ปัจจุบันนี้คนมีลูก มีหลาน มีลูกสาว พ่อแม่ก็ไปทำงานข้างนอกเพื่อหาเลี้ยงชีพ หาเลี้ยงครอบครัวปล่อยให้ลูกสาว หลานสาว อยู่บ้านคนเดียว สังคมเรานี่เป็นสังคมที่หวาดระแวง แต่ถ้ากฎหมายยังหน่อมแน้ม กฎหมาย ยังไม่เอาจริงเอาจัง แล้วสังคมจะอยู่ด้วยกันอย่างไร เราไม่พูดถึงคนป่วยนะครับ คนป่วย อีกเรื่องหนึ่ง ถ้ามีจิตป่วยก็รักษาอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าคนที่ทำด้วยกมลสันดานที่ต้องทำแบบนี้ เป็นคนที่ไม่ดีเป็นคนชั่วนี่แล้วท่านจะทำอย่างไร ยังจะออกกฎหมายเพื่อช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ อีกหรือครับ ถึงเราจะพูดถึงเรื่องมนุษยธรรม สังคมอะไรก็แล้วแต่ ผมคิดว่าต้องมองคน ส่วนใหญ่ด้วย สังคมคนส่วนใหญ่จะอยู่อย่างไร จะอยู่อย่างหวาดระแวง จะอยู่อย่างมีความสุข ถ้ากฎหมายไม่เอาจริงเอาจัง ไม่รุนแรง แล้วไม่ประหารชีวิต ไม่ติดคุกตลอดชีวิต คนเหล่านี้ ออกมาแล้วก็ทำซ้ำอีก ผมคิดว่าสังคมถ้าเราคิดอย่างนี้อยู่ด้วยกันยากครับ เราไม่ได้มองถึง สังคมคนส่วนใหญ่ แต่เราไปมองคนอีกกลุ่มหนึ่งที่กระทำความผิดแล้วพยายามที่จะช่วยเหลือ ผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เราควรจะมาคิดว่าเราจะเยียวยา ฟื้นฟูจิตใจคนที่โดนกระทำอย่างไร พ่อแม่ญาติพี่น้องหรือคนที่ตายอย่างไร ถ้ารัฐบาลไม่ช่วย แล้วใครจะช่วย กฎหมายฉบับนี้ออกมาถ้ายังมาเห็นแก่คนที่กระทำความผิดนี้ผมว่าผมไม่เห็นด้วย ควรจะมีมาตรการที่รุนแรงกว่านี้ ถ้าครั้งแรกโอเค (OK) ครับ แต่ครั้งที่ ๒ ไม่ควรให้อภัย ถ้าฆ่าข่มขืนนะครับท่านประธาน ติดคุกตลอดชีวิต ถ้าประหารชีวิตได้ก็ควรจะประหาร แล้วผมเจอน้องคนหนึ่ง อันนี้ประสบการณ์จริง เขาโดนกระทำชำเรามาตั้งแต่ตอนเด็กตอนนี้ เขาโตเป็นผู้ใหญ่ คนที่กระทำชำเราที่ข่มขืนเขาคือพ่อเขาเองครับ โตขึ้นมาเขาก็มาเขียน หนังสือบรรยายประวัติของเขากว่าเขาจะโตขึ้นมาชีวิตยากลำบากตอนวัยรุ่นจนถึงตอนโต ก่อนเขาจะมีจิตใจที่เข้มแข็ง เขาอยู่ในสังคมที่ยากลำบากมาก เก็บตัวเป็นความลับไม่พูดกับใคร ไม่กล้าเปิดเผยความจริง อยู่ในสังคมที่อายท่านประธาน แต่ด้วยบังเอิญที่เขามีความสามารถ มีความเข้มแข็งขึ้นมาด้วยตัวเขาเอง ปัจจุบันนี้เขาก็มีชีวิตที่ดีขึ้น โดยเขียนหนังสือฉบับหนึ่ง เขาเคยเสนอผมว่าถ้าเป็นไปได้ช่วยเสนอในสภาหน่อยว่าถ้าคนที่จะกระทำความผิดแบบนี้ กระทำซ้ำ ๆ แบบนี้ควรจะตัดอวัยวะเพศ เขาเสนอให้แบบนี้ครับ จริง ๆ แล้วผมก็เห็นด้วย เพื่อป้องกันการกระทำความผิดอีก แต่ถ้าที่ประชุมนี้ไม่เห็นด้วยก็อีกเรื่องหนึ่งครับ แต่ผมคิดว่า กฎหมายมันจะต้องรุนแรง จะต้องแรงครับ ถ้ากฎหมายไม่แรงเหมือนกฎหมายยาเสพติด ออกมาก็ทำผิดอีก ฉะนั้นคนดีควรจะอยู่ด้วยความไม่หวาดระแวง เราควรจะเอาคนไม่ดี เข้าคุกเข้าตะราง หรือถ้าไม่ดีมาก ๆ ฆ่าข่มขืนผมเห็นด้วยควรจะมีการประหารชีวิตครับ ขอบคุณครับ