บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือประเด็นการพัฒนาการศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเท่าเทียม และผลักดันให้ระบบการศึกษาพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นอัจฉริยะรอบด้าน เพื่อก่อเกิดผู้ประกอบการนวัตกรรมที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคม
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายรับทราบรายงานการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมปี ๒๕๖๔ ของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพ ผมเชื่อว่าทุกท่านคงคิดเหมือนผมว่าการศึกษาคือ การสร้างต้นทุนมนุษย์ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้เราจะนับถือการเรียนรู้มากกว่า การศึกษาเสียแล้ว การเรียนรู้ภาษาอังกฤษเรียกว่าเลิร์นนิง (Learning) การเลิร์นนิง (Learning) การเรียนรู้นั่นเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกโอกาส ทุกบุคคล ทุกบริบท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสถานการณ์โควิด (COVID) ทำให้สื่อไอที (IT) หรืออินฟอร์เมชันเทคโนโลยี (Information Technology) มีบทบาทเป็นอย่างมากในการเอื้ออำนวยให้เกิดการเรียนรู้หรือเลิร์นนิง (Learning) ผมไม่แน่ใจว่ากระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้คำนึงถึง สิ่งนี้หรือไม่ว่าเครื่องมือในการจัดเรียนรู้ให้แก่คนไทยทั้งประเทศทุกเพศ ทุกวัย ทุกสถานที่ ทุกโอกาส แล้วก็ทุกบริบท มันขึ้นกับสื่อสารสนเทศออนไลน์ (Online) รวมทั้งเครื่องมือ ในทางสารสนเทศด้วย เพราะหากว่าไม่นำสิ่งนี้มาคำนึงถึงจะเกิดความเหลื่อมล้ำเป็นอันมาก ที่ไหนมีอุปกรณ์มีเครือข่ายสัญญาณดี มีบริการสาธารณะที่ดี ยกตัวอย่างกรุงเทพมหานคร มีการสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็มีการหาเสียงที่จะติดตั้งวายฟาย (WiFi) จำนวนนับ ๑๐๐,๐๐๐ แห่งทั่วกรุงเทพมหานครเป็นต้น นี่ก็คือเป็นเรื่องของการเอื้ออำนวยให้เกิดการ เรียนรู้ตลอดชีวิตของฟรี แล้วก็ไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะฉะนั้นการที่กระทรวงอุดมศึกษาเป็น กระทรวงหรือเป็นหน่วยงานที่เป็นหัวหอกในการนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี โดยเฉพาะวิจัยและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อไปสู่การพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจทั้งด้านสังคม เพื่อความมั่งคั่ง ความมั่นคง ความยั่งยืนนั้น เครื่องมือเหล่านี้ท่านจะละเลยไม่ได้นะครับ ผมดู ในการศึกษาวิจัยแล้วบางทีลงไปเฉพาะเรื่องเฉพาะด้านมากเกินไป แต่ในภาพใหญ่ท่านต้อง บอกรัฐบาลว่าจะต้องจัดเครื่องมือต่าง ๆ เหล่านี้ให้คนยิ่งอยู่ชายขอบเท่าไรท่านต้องยิ่งอำนวย ความสะดวกต่าง ๆ เหล่านี้ไปด้วยเพราะการศึกษานั้นเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ ลูกชาวไร่ ชาวนาในชนบทห่างไกลมีโอกาสมาทำงานอยู่กับคนร่ำคนรวยเป็นหมื่นเป็นแสนล้านก็เพราะ การศึกษา ผมมีโอกาสมาอยู่ที่นี่เป็นปากเป็นเสียงให้พี่น้องประชาชนเพราะผมได้โอกาส ในการศึกษา ทีนี้การจัดการศึกษาในปัจจุบันนี้ผมไปดูใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ได้ปี ๒๕๔๒ รวมทั้งที่กำลังจะแก้ไขในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็ยังใส่วัตถุประสงค์ไว้น้อย เกินไป กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติก็ควรจะบอกสังคม เหมือนกันว่าการศึกษานั้นต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดอัจฉริยภาพในบุคคลนะครับ ที่อยู่ในระบบการศึกษาในการเรียนรู้ อัจฉริยภาพนั้นผมขอแปลง่าย ๆ ทุกท่านได้ยิน ท่านนายกรัฐมนตรีได้ยินทุกกระทรวงพูดถึงคำว่า สมาร์ต (Smart) สมาร์ตซิติเซน (Smart Citizen) ซิติเซน (Citizen) ก็คือประชาชนนะครับ มีสมาร์ตซิตี (Smart City) มีสมาร์ต ฮอสพิทอล (Smart Hospital) โรงพยาบาล สมาร์ต (Smart) มีสมาร์ตบอร์ด (Smart Board) มีสมาร์ต (Smart) หลายสมาร์ต (Smart) สมาร์ตฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) ชาวนา สมาร์ต (Smart) แต่ในระบบการศึกษารวมทั้งกฎหมายด้วยไม่มีพูดถึงพัฒนาให้คนไปสู่ความ สมาร์ต (Smart) หรือความมีอัจฉริยภาพนะครับ อัจฉริยภาพนี้ไม่เพียงแต่อัจฉริยภาพ ทางด้านระบบไอที (IT) นะครับ อัจฉริยภาพในด้านสุขภาพ คือเป็นผู้มีความตระหนักรู้ ในเรื่องของการกินการอยู่ในเรื่องของสุขภาพ ถ้าร่างกายไม่สมาร์ต (Smart) ไม่แข็งแรงก็ป่วย การที่จะดำรงชีวิตในภาวะที่ไม่แข็งแรง สมาร์ต (Smart) ทางด้านสติปัญญา เขาเรียกว่ามี ไอคิว (IQ) ที่ดี สมาร์ต (Smart) ทางด้านอารมณ์เขาเรียกว่ามีอีคิว (EQ) สมาร์ต (Smart) ทางด้านสังคมเป็นเอสคิว (SQ) เป็นโซเชียล อินเทลลิเจนต์ (Social Intelligent) รวมทั้งการ ที่มีสติปัญญามีสมาร์ต (Smart) หรืออัจฉริยภาพนั้น ซึ่งทุก ๆ คนมีอัจฉริยภาพคนละมาก คนละน้อยแต่การจัดการศึกษาของท่านซึ่งเน้นทางด้านอุดมศึกษานั้นสามารถค้นพบให้แต่ละ คนมีสมาร์ต (Smart) ทางด้านไหนแล้วหรือยัง แล้วการที่ให้เกิดเป็นผู้มีสมาร์ต (Smart) หรืออัจฉริยภาพทางด้านต่าง ๆ ตามความถนัด ตามความสนใจ ตามบริบทของแต่ละท่าน ของแต่ละท้องถิ่น ท่านต้องส่งเสริมให้จนถึงเกิดเป็นผู้ประกอบการทางนวัตกรรม เรียนไปทำไม มีประกอบอาชีพไม่ได้ นั่นเขาเรียกว่าเป็นอินโนเวทีฟ เอนเตอร์ไพรส์ (Innovative Enterprise) หรือเรียกว่าอินโนเวทีฟ อองเทรอเพรอเนอร์ชิป (Innovative Entrepreneurship) ต้องเรียน ให้จนกระทั่งถึงสามารถเป็นผู้ประกอบการทางนวัตกรรมในการเปลี่ยนสังคม เปลี่ยนโลก เปลี่ยนเศรษฐกิจของประเทศไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ฉะนั้นผมขออภิปรายรับทราบรายงานนี้เพื่อฝาก ไปถึงท่านว่าท่านต้องพัฒนาอัจฉริยภาพของแต่ละบุคคลแล้วก็ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนกระทั่งถึง วัยอุดมศึกษาตลอดชีวิต แล้วก็ไปสู่การเป็นผู้ประกอบการทางนวัตกรรมเพื่อความเจริญรุ่งเรือง ของปัจเจกบุคคลก็ดี ครอบครัวชุมชนและสังคมประเทศชาติโดยอาศัยพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมด้วยครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ