พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล หารือประเด็นนโยบายอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการส่งเสริมงานวิจัยเพื่อแก้ปัญหาภาคเกษตรอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันให้ใช้แนวทางวิทยาศาสตร์และจริยธรรมร่วมกันในการพัฒนาประเทศ เรียกร้องการสนับสนุนนักวิจัยให้มีอิสระและข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักวิชาการกับภาคปฏิบัติเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานเพื่อชาติ
ท่านประธานคะ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอประทานโทษที่มาช้า ดิฉัน ติดประชุมกรรมาธิการอีกคณะหนึ่งแล้วมีปัญหานิดหน่อย ขอประทานโทษท่านประธานค่ะ ท่านคะ เรื่องของนโยบายของสภาการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ดิฉันตั้งใจมาพูดในวันนี้เลยค่ะ ดิฉันมีความมุ่งหวังว่าที่นี่เป็นที่เดียวที่จะสามารถสร้างความ เปลี่ยนแปลงให้กับประเทศชาติได้ สิ่งที่เราพูดในสภาวันนี้ล่ะค่ะ ผู้ใหญ่ที่มาฟังเราในวันนี้ จะเป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงของวันพรุ่งนี้ ๑๐ ปีข้างหน้าของบ้านเมืองเรา สิ่งที่เกิดขึ้น ความล้าหลังของประเทศไทยที่จะตอบโจทย์ในวันนี้ก็เป็นผลจาก ๑๐ ปีที่ผ่านมาที่เราอาจจะ ผิดทิศผิดทางในการดูแลประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานทางด้านอุดมศึกษา ท่านประธานคะ ดิฉันได้มีโอกาสไปประเทศคาซัคสถานมาค่ะ ประเทศนี้เป็นเอกราชจาก รัสเซียเมื่อปี ๑๙๙๑ ๒๐ กว่าปีเองค่ะ แต่ว่าเหรียญวิจัยโอลิมปิกที่เขาได้ให้ทายว่า แค่ไหน เหรียญที่เขาได้จากเลขฟิสิกส์ เคมี ชีวะทั้งหมดที่ได้มาสูงเรียงกันเท่ากับความสูง ๑๐๐ เมตรค่ะ ถ้าเอามาชั่งรวมกันเท่ากับรถโตโยต้า (Toyota) ๑ คัน คือไม่รู้กี่ตันคือไม่รู้กี่ตันมันแปลว่ามันมีประเทศเล็ก ๆ ในโลกนี้มีความเชี่ยวชาญทางด้าน ฟิสิกส์ เคมี ชีวะเลข และวิทยาศาสตร์ พร้อมที่จะสู้กับเราตลอดเวลา ดิฉันมีความเชื่อเป็น อย่างยิ่งว่าทุกท่านที่นั่งอยู่ข้างบนนั้นมีความพยายามเป็นอย่างยิ่งในการดูแลและทำนโยบาย ต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์สิ่งที่เป็นปัญหาของประเทศชาติในวันนี้ แต่ดิฉันก็มีความเป็นกังวลว่า บางครั้งข้อเสนอของดิฉันเองอาจจะพอที่ทำให้ท่านพัฒนางานได้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปค่ะ งบประมาณของการทำ ๑ วิทยาลัย ๑ ชุมชน ๑ ตำบล เป็นแนวทางที่ดีมากของการที่จะทำ ให้เด็กสามารถเข้าใจปัญหาพื้นที่ของตัวเองได้ ถึงแม้ว่าจะลงไปเก็บข้อมูลต่าง ๆ ก็ทำให้เด็ก ใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น ได้เห็นปัญหาของประชาชนชัดเจนมากขึ้น ดิฉันเชื่อว่าวิธีการนี้ มันดีมาก ๆ และอยากจะให้ท่านทำเรื่องนี้ต่อ ๆ ไปโดยมีการคัดเลือกของเด็กที่โปร่งใสมากขึ้น มีความเป็นจริงมากขึ้นในการจ้างงาน และให้เด็กทุก ๆ คนรู้สึกวินัยในการทำงานมากขึ้น เงินเดือนต้องได้จากการทำงานที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นการทำงานเฉพาะโควิด (COVID) แล้วก็ เยียวยากันไป เด็กต้องรู้ว่าทุกชีวิตในโลกนี้คือการแข่งขันและการแข่งขันคนที่เป็นเลิศเท่านั้น ที่จะได้ไปต่อ แต่ในความเป็นเลิศนั้น ๆ ดิฉันเรียนรู้มาว่าเหมือนนกค่ะ ความเป็นเลิศก็คือนก มี ๒ ปีก ปีกซ้าย ปีกขวา ความเป็นเลิศทางวิชาการนั่นคือสิ่งที่เราต้องทำ แต่อย่าลืมว่าความ เป็นเลิศทางคุณธรรมก็ต้องทำเช่นกัน เพราะฉะนั้นความแตกแยกในบ้านเมืองต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้ก็อาจจะเกิดจากการที่เรามองบ้านเมืองผิดเพี้ยนไป มีการวิจัยทางด้านสังคม ที่ผิดเพี้ยนไป หรือท่านประธานคะ ดิฉันอาจจะตั้งคำถามว่าหรือว่าเราเน้นสังคมมากเกินไป แล้วเราลืมวิทยาศาสตร์ ทุกคนถึงคิดแต่เรื่องของอารมณ์มากกว่าตรรกะความจริง ดิฉันถึงดี ใจมากเลยที่ท่านประธานเขียนเรื่องนี้ว่าใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ในการ เปลี่ยนแปลงประชาชน อันนี้เป็นสิ่งสำคัญซึ่งดิฉันขอให้ท่านสนับสนุนเป็นอย่างมาก เรื่องของ มหาวิทยาลัยและองค์ความรู้ ดิฉันขอยืนยันโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคใต้ซึ่งมีปัญหาเรื่องปุ๋ย ปาล์มนี่เป็นพืชที่ใช้ปุ๋ยหนักมาก เรียกได้ว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนคือปุ๋ยไปถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของต้นทุน วันนี้ปุ๋ยเพิ่มขึ้นจากราคา ๘๐๐ บาท เป็น ๒,๐๐๐ บาทต่อกระสอบ คำถามคือทำอย่างไรให้ปุ๋ยนี้ใส่ตรงได้ผลลงที่ประชาชน วิทยาศาสตร์ค่ะ คือคำตอบ สิ่งที่ท่าน ส.ส. สกุณาจากพรรคเพื่อไทย ต่างพรรคแต่คิดเหมือนกันคือคำตอบนี้คือนักวิจัยค่ะ เรามี คำตอบเลยว่าภาคใต้ของดิฉันมีดินเป็นกรดนะคะ ใส่ปุ๋ย ๑๐๐ บาท ได้กินแค่ ๓๐ บาท อีก ๗๐ บาททิ้ง นักวิจัยทำการวิจัยมากันหมดว่าอย่าทำ อย่าใส่แบบนี้ ทำกองทาง ทำโดโลไมต์ (Dolomite) ปรับกรดด่างในดินแล้วค่อยใส่ปุ๋ย ปุ๋ยราคาเท่าเดิมได้ผลผลิตมากขึ้น ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ก็แปลว่าปุ๋ยราคาต้นทุนถูกลง หรือใส่ปุ๋ยน้อยลงในสัดส่วนที่น้อยลงก็คือต้นทุนการ ผลิตน้อยลงทั้งนั้น ทำให้ชาวบ้านมีความสุขเพิ่มขึ้น ดิฉันทำโครงการที่จังหวัดกระบี่ ชื่อกระบี่ โมเดล (Model) ทำเรื่องปาล์มคุณภาพ ผลผลิตจาก ๓ ตันต่อไร่ต่อปีกับการใส่ปุ๋ยที่ถูกต้องทำ ให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง ๔.๕ ตัน เพิ่มขึ้นอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ทดแทนความเสียหายของราคาปุ๋ย มากมายไปหมด สิ่งต่าง ๆ นี้เป็นสิ่งที่สามารถตอบโจทย์ประชาชนได้ แล้วดิฉันเชื่อว่านักวิจัย ทุก ๆ คนตั้งใจทำสิ่งนี้เพียงแต่ว่าวิธีการวัดประเมินผล วิธีแนวคิดของกรอบใหญ่ ๆ อาจจะทำ ให้นักวิจัยไม่สามารถมีอิสรภาพในการทำงานได้มากเท่าที่ควร การขาดข้อมูล ที่แท้จริงว่าเอ๊ะจังหวัดไหนนะ นาย ก นาย ข ท่านประธาน ดิฉัน หรือ ส.ส. สกุณามีโจทย์ อย่างไร เราควรจะทำกลับหัวกลับหางค่ะ ให้โจทย์วิชาอยู่ที่ประชาชน ประชาชน อบต. นี้ มีปัญหาเรื่องนี้ขอให้นักวิจัยลงมาช่วย อันนี้คือคำตอบที่จะต้องได้เช่นดิฉันมีแมงกะพรุน ท่านประธานคะ ผ่านหน้าบ้านดิฉันจังหวัดกระบี่นี่ มูลค่าปี ๆ หนึ่งหลายร้อยล้านบาทเฉพาะ จังหวัดกระบี่ เร่ร่อนในอันดามันและอ่าวไทย ปีหนึ่งเป็นพัน ๆ ล้าน ดิฉันดูแมงกะพรุนว่านี่ มันเป็นของจากสวรรค์ชัด ๆ ชาวบ้านสามารถตักมากินได้ ตักมาใช้ได้ เป็นมูลค่าอย่างมหาศาล แล้วถ้าสมมุติเราไม่ตักขึ้นมามันจะเกะกะการคมนาคมทางเรือค่ะ เราถึงต้องตักขึ้นมา แล้วคำถามคือแมงกะพรุนจะขายได้ ๓ บาท ๕ บาท ๒๐ บาท มันอยู่ที่เรามอง ถ้าเราสามารถ ขายแมงกะพรุนเป็นแมงกะพรุนคุณภาพต่ำ แช่น้ำเกลือไม่ค่อยดีเราก็ขายได้ ๓ บาท ๕ บาท แต่ถ้าเราสามารถเอานวัตกรรมเปลี่ยนแมงกะพรุนนี้เป็นสารโปรตีนสัตว์ชั้นสูงแทนไข่ขาวหรือ สามารถเก็บได้ดีมากขึ้น แมงกะพรุนของขวัญจากสวรรค์ก็จะเป็นของขวัญจากสรรค์เสมอไป ไม่ได้เป็นความทุกข์ต่าง ๆ ที่ชาวบ้านต้องมองแล้วมันจับต้องไม่ได้ สิ่งนี้ต่าง ๆ คือประเด็นค่ะ
สุดท้ายดิฉันขอให้ท่านประธานผ่านไปถึงท่านนักวิชาการ ดอกเตอร์ทุกคนให้ กำลังใจ ขอให้ทำงานได้ดีที่สุด ตอบโจทย์ประชาชนให้มากที่สุด สมความตั้งใจของพวกเรา นกมี ๒ ปีกเหมือนกัน ภาควิชาการ ภาคปฏิบัติ ภาควิชาการเราเป็นเลิศแล้ว ภาคปฏิบัติต่าง ๆ ที่ประชาชนต้องได้รับความช่วยเหลือจากนักวิชาการ ถ้าอาจารย์ออกมาพาประชาชนทำและ เราจะมีทั้ง ๒ ปีกพาประเทศไทยไปข้างหน้า ขอบคุณมากค่ะ