นิพนธ์ แจงความคืบหน้าแผนที่รวมเขตที่ดินและกฎหมาย คทช. ใหม่

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕

นิพนธ์ บุญญามณี ชี้แจงความคืบหน้าการจัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินแบบบูรณาการ (One Map) เพื่อคลี่คลายปัญหาข้อขัดแย้งที่ดินระหว่างรัฐและเอกชน โดยย้ำถึงความจำเป็นในการประสานงานระหว่างหน่วยงานและเร่งรัดการรับรองแนวเขตในพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมทั้งชี้แจงการใช้กฎหมาย คทช. ที่ปรับจากระเบียบเป็นพระราชบัญญัติเพื่อคุ้มครองสิทธิที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่รัฐอย่างเป็นธรรม โดยไม่ดำเนินคดีผู้บุกรุกและเน้นการจัดการที่ดินอย่างมีระบบ พร้อมรายงานผลการดำเนินงานในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพกระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบกระทู้ถามสดของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านนราพัฒน์ แก้วทอง ซึ่งได้สอบถามได้ตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับ เรื่องการดำเนินการเรื่องวันแมป (One Map) วันแมป (One Map) ก็คือแผนที่ที่เราต้องการ มติ ครม. เมื่อประมาณปี ๒๕๕๘ เดือนกันยายนที่มีความประสงค์ที่จะให้มีการปรับปรุงแผน ที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการนะครับ โดยใช้มาตราส่วน ๑:๔๐๐๐ ที่เราเรียกกันว่า วันแมป (One Map) ซึ่งในขณะนี้ได้ดำเนินการดังกล่าวโดยมุ่งที่จะแก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง ในการที่จะต้องการรู้แนวเขตที่ชัดเจนระหว่างที่ดินของรัฐ แล้วก็ที่ดินของเอกชน ที่ดินของ ประชาชนนะครับ ซึ่งขณะนี้มีข้อโต้แย้งกันเรื่องแนวเขต เพราะฉะนั้นโดยที่ผ่านมาเราใช้ ระวางมาตราส่วนของที่ดินไม่เท่ากัน มันจึงทำให้เกิดปัญหาเรื่องแนวเขตที่ดินว่ามีส่วนที่ ทับซ้อนกันอยู่แล้วมีข้อขัดแย้งกัน มีข้อพิพาทกันระหว่างภาครัฐกับเอกชนมาต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นการที่ ครม. กำหนดเรื่องวันแมป (One Map) ขึ้นมามุ่งที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวนี้ แต่ว่าด้วยที่ปัญหาเรื่องแนวเขตที่ดินมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีอยู่อย่างน้อย ๕ กระทรวง ๙ กรม เพราะฉะนั้นต้องให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาประชุมหารือกันอยู่ ในขณะนี้ขอ อนุญาตเรียนท่านนราพัฒน์ แก้วทอง ว่าคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ได้แบ่งกลุ่ม จังหวัดออกเป็น ๗ กลุ่ม กลุ่มละ ๑๑ จังหวัด ในขณะนี้ ครม. เพิ่งมีมติไปเมื่อต้นปีนี้ที่จะ เห็นชอบกับวันแมป (One Map) กลุ่มที่ ๑ ซึ่งถือว่า ครม. เพิ่งให้ความเห็นชอบไปเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๕ ที่ได้เห็นชอบกับกลุ่มที่ ๑ ซึ่งกลุ่มที่ ๑ มี ๑๑ จังหวัดประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี กรุงเทพมหานคร นครปฐม อ่างทอง สิงห์บุรี สมุทรสงคราม สมุทรปราการ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร แล้วก็สุพรรณบุรีแล้วเสร็จ ซึ่งในกลุ่มที่ ๑ ปัญหา ค่อนข้างจะน้อย ท่านนราพัฒน์คงทราบว่าอยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่าเขตที่ดินของรัฐมีน้อย เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้จึงได้มีการรับรองแนวเขตไปเสร็จแล้ว ในขณะนี้กำลังเร่งรัดกลุ่มที่ ๒ ซึ่งก็ เป็นกลุ่มที่คิดว่าน่าจะเร่งรัดให้เสร็จต่อไป ส่วนกลุ่มอื่น ๆ ก็ดำเนินการเร่งรัดอยู่ กลุ่มที่ ๒ ประกอบด้วยจังหวัดจันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ตราด นครนายก นครสวรรค์ ระยอง ลพบุรี ศรีสะเกษ แล้วก็สระบุรี อันนี้ก็กำลังดำเนินการที่จะให้เสนอให้ ครม. พิจารณา เห็นชอบต่อไป เพราะฉะนั้นส่วนอีก ๕ กลุ่มก็พยายามเร่งรัดในการที่จะให้ดำเนินการที่เรา เรียกว่าใช้วันแมป (One Map) คือแผนที่ในมาตราส่วนเดียวกันนั่นก็คือ ๑:๔๐๐๐ รัฐบาลจะ เร่งรัดดำเนินการ กระทรวงมหาดไทยในฐานะที่เป็น ๑ ใน ๕ กระทรวงก็สนับสนุน แล้วก็ พยายามที่จะเร่งรัดในส่วนที่เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยไม่ว่าจะเป็นการเดิน สำรวจหรือว่าออกหนังสือสำคัญที่หลวงในที่ดินสาธารณะแปลงต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จ ซึ่งอันนี้ ได้กำชับในที่ประชุมกระทรวงอย่างต่อเนื่องในการเร่งรัดขึ้นทะเบียน น.ส.ล. หนังสือสำคัญ ที่หลวงเสียให้เสร็จเรียบร้อย

ส่วนประเด็นที่ ๒ ที่จะขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนราพัฒน์ แก้วทอง ก็คือเรื่องที่ท่านได้สอบถามเรื่อง คทช. ก็ขออนุญาตว่ารัฐบาลในสิ่งที่ท่านได้เรียน แล้วว่าในสมัยท่านรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นได้มีการเร่งรัดที่เรียกว่า โฉนดชุมชน แต่ว่าในครั้งนั้นเราอาศัยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อมารัฐบาลในสมัย สภานิติบัญญัติแห่งชาติช่วงที่ผ่านมาก็ได้นำระเบียบดังกล่าวนั้นมาปรับปรุงยกฐานะจาก ระเบียบเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งขณะนี้มีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ในขณะนี้กฎหมาย ที่เราเรียกว่ากฎหมาย คทช. คือจัดที่ดินทำกินเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาในส่วนที่ ประชาชนเข้าไปทำมาหากิน เข้าไปทำที่อยู่อาศัยในที่ดินของรัฐ แล้วบัดนี้สภาพป่าก็ถือว่า เสื่อมโทรมไปมากแล้วหรือที่ดินแปลงดังกล่าวนี้พี่น้องประชาชนเข้าไปอยู่กันนานแล้ว แล้วรัฐไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามที่ได้นั่นไว้เดิมแล้ว แต่ว่าก็ยังมีความจำเป็นจะต้องสงวนไว้ใช้ ร่วมกันอยู่ แต่เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้พี่น้องประชาชนถูกดำเนินคดีอย่างที่ท่านได้กราบเรียนแล้ว รัฐบาลจึงนำเอากฎหมาย คทช. มาแก้ปัญหา ซึ่งในขณะนี้ก็ได้ดำเนินการแก้ปัญหาให้พี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่เขตป่าถาวร เขตป่าสงวน หรือ เขตอุทยาน หรือในเขตที่เรียกว่าเขต ส.ป.ก. อยู่ในเขตเหล่านี้ไม่สามารถที่จะเอาที่ดินเหล่านี้ มาออกโฉนดให้พี่น้องประชาชนได้แน่นอน แต่ทำอย่างไรไม่ให้พี่น้องประชาชนต้องถูก ดำเนินคดีในฐานะบุกรุกที่ป่า อันนี้รัฐบาลก็พยายามจะใช้กลไกใหม่ ใช้เครื่องมือใหม่ก็คือ กฎหมาย คทช. ที่เราออกมาเมื่อปี ๒๕๖๒ ยกฐานะจากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีมาเป็น พระราชบัญญัติ ใช้ พ.ร.บ. ตัวนี้เข้าไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนกรณีได้ทั้งเป็นที่อยู่อาศัย หรือเป็นที่ทำกิน ซึ่งต้องเป็นไปตามคุณสมบัติ แล้วก็จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในการ จัดที่ดินโดยนำกฎหมายนี้มาเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาเรื่องการเข้าไปทำมาหากินหรือว่าทำกิน อยู่ในที่ดินของรัฐนะครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตที่จะเรียนว่าที่ผ่านมาคณะอนุกรรมการ จัดที่ดินแห่งชาติได้ดำเนินการจัดให้ประชาชนเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ มาจนถึงปัจจุบันจำนวนพื้นที่ ๓๒๖ พื้นที่ ๗๖ จังหวัด จำนวนรายก็คือ ๗๓,๑๔๖ รายจำนวน แปลงก็คือ ๘๙,๗๑๗ แปลง เนื้อที่ ๔๙๗,๘๑๗ ไร่นะครับ โดยแยกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้ว่า ที่เป็นที่ป่าพื้นที่ป่าสงวนจำนวน ๑๗๑ พื้นที่ ใน ๕๘ จังหวัด เนื้อที่ ๔๖๒,๘๒๓ ไร่ พื้นที่ที่เป็น ป่าชายเลนจำนวน ๙๒ พื้นที่ ๑๐ จังหวัด ๓,๐๔๑ ราย ๓,๑๒๒ แปลง เนื้อที่ ๑๐,๖๒๖ ไร่ พื้นที่ที่เป็นเขตปฏิรูปที่ดินหรือที่เรียกกันว่า ส.ป.ก. จำนวน ๒๑ พื้นที่ ๘ จังหวัด ๑,๕๓๙ ราย ๒,๑๗๕ แปลง เนื้อที่ ๑๑,๖๕๘ ไร่ พื้นที่ที่เป็นที่สาธารณประโยชน์ ๒๐ พื้นที่ ๑๐ จังหวัด รวมเนื้อที่ ๘,๖๙๓ ไร่ ที่ราชพัสดุจำนวน ๔ พื้นที่ ๔ จังหวัด จำนวน ๑๒๐ ราย เนื้อที่ ๒๘๐ ไร่ พื้นที่ที่สงวนไว้เพื่อกิจการนิคมสร้างตนเองจำนวน ๑๘ พื้นที่ ๑๔ จังหวัด ๑,๒๓๙ ราย เนื้อที่ ๓,๗๒๖ ไร่ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลได้นำเอากฎหมาย คทช. จัดที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนมาใช้ แก้ปัญหานะครับ จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ใน ๒ ประเด็น ทั้งเรื่องวันแมป (One Map) และเรื่อง คทช. ครับ