สรวุฒิ ชี้งบกลาโหมคลาดเคลื่อน ขอทบทวนจัดซื้ออาวุธ-เครื่องบินเอฟ-35

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๕

สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ขอบคุณสมาชิกสภาที่ร่วมประชุมจนถึงช่วงท้าย และแจ้งว่าจะตอบคำถามทั้ง 22 ข้อจากกรรมาธิการและสมาชิกผู้สงวนความเห็นในสองประเด็นหลัก โดยสรุปสั้นๆ ตามลำดับ ทั้งยังชี้ประเด็นการบริหารงบประมาณและโครงการของกระทรวงกลาโหมที่มีปัญหาการเบิกจ่ายคลาดเคลื่อน พร้อมเสนอแนวทางปรับลดงบในโครงการที่ไม่จำเป็นและพิจารณาความเหมาะสมของการจัดซื้ออาวุธ โดยเฉพาะเครื่องบินเอฟ-35 ที่ถือเป็นยุทโธปกรณ์สำคัญเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางทหารในระยะยาว ขณะเดียวกันเรียกร้องให้ทบทวนความซ้ำซ้อนของหน่วยงานและการใช้จ่ายที่อาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ประเทศ รวมถึงชี้แจงว่าการพิจารณาจัดซื้อเครื่องบินเอฟ-35 ดำเนินการถูกต้อง มีข้อมูลเพียงพอ และเป็นการซื้อร่วมกับประเทศพันธมิตรในล็อตที่มีต้นทุนต่ำลง

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สรวุฒิ เนื่องจำนง ในฐานะกรรมาธิการครับ ผู้แทนจากชลบุรี ผมเองต้องกราบ ขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่นั่งจนถึงวินาทีนี้เราอยู่เป็นเพื่อนกันครับ แล้วก็เข้าใจว่า คงมีปัญหาเดียวกันก็คือง่วง ๆ บ้าง แต่ว่าพยายามจดคำถามทุกข้อ ๒๒ ท่านนะครับที่เป็น ท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นจำนวน ๙ ท่าน แล้วก็ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ผู้สงวนคำแปรญัตติครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเพื่อตอบคำถามของทุกท่านแยกเป็น ๒ ประเด็นสั้น ๆ นะครับ

ประเด็นแรก ก็คือจุดที่มีจุดร่วมกัน คำถามที่มีจุดร่วมกัน ส่วนที่ ๒ เป็นคำถาม ที่มีความแตกต่างในรายละเอียดบ้าง ท่านกรรมาธิการหลายท่านผมขออนุญาตไม่เอ่ยนาม ท่านเพราะว่าเยอะมาก คงไล่ชื่อไม่ไหวแต่ว่าก็จดไว้ทุกท่านครับ จะเห็นว่างบประมาณในส่วน ของมาตรา ๘ กระทรวงกลาโหมนี้ หลายท่านท้วงติงนะครับ หลายคนมองเห็นถึงความ จำเป็นแตกต่างกันแล้วก็เข้าใจว่าทุกท่านล้วนแต่คิดว่ากระทรวงกลาโหมเป็นกระทรวง ที่สำคัญเพราะเป็นกระทรวงที่รักษาความมั่นคง ถ้าเปรียบเป็นบ้านก็เปรียบเสมือนเป็นบ้านที่ มีรั้วอันเข้มแข็ง แล้วสิ่งที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายที่เป็นประโยชน์มาก ๆ อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเราไม่ได้ลดทอนความสำคัญของกระทรวงนี้ แต่ส่วนหนึ่งซึ่งผมคิดว่าท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านผ่านไปจากท่านประธานที่ท่านสมาชิกทุกท่านต้องรับฟัง รวมทั้ง สำนักงบประมาณแล้วก็หน่วยรับงบประมาณ ก็คือการบริหารโครงการของกระทรวงกลาโหม ทุกท่านมองว่าค่อนข้างมีปัญหา มีการเบิกจ่ายงบประมาณที่ไม่ตรงตามงวดงานนะครับ มีการคลาดเคลื่อนของการเบิกจ่ายงบประมาณค่อนข้างสูง สิ่งเหล่านี้ผมขอชี้แจงอย่างนี้ นะครับว่าจากข้อมูลทั้งในส่วนที่ผมเป็นประธานอนุกรรมาธิการเอง แล้วก็เป็นกรรมาธิการ ในชุดใหญ่เองเราพบว่า ๒ ๓ ปีที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมมีเป้าหมายสำคัญอยู่ ๒ เรื่องครับ กระทรวงกลาโหมจะมุ่งเป้าหมายไปทางซ้ายหรือทางขวา นั่นก็คือจะสร้างอาวุธเองนะครับ หรือจะซื้อเขา ซึ่ง ๒ ส่วนมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงแล้วก็มีข้อดี ข้อเสีย ซึ่งผมเองอาจจะไม่ ลงรายละเอียดในคืนนี้ แต่ขอชี้แจงกับทุกท่านว่าเราเองส่วนใหญ่จะใช้วิธีจัดซื้อครับ เพราะว่า ๑. สะดวกรวดเร็วไม่ต้องไปเสียเวลากับการวิจัย เป็นเทคโนโลยีที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถใช้ แล้วได้ผล เหมาะสมกับงบประมาณประเทศ เหมาะสมกับสภาวะในการเตรียมพร้อมในการ ป้องกันประเทศในลักษณะต่าง ๆ ทั้งทางบก ทางอากาศ ทางน้ำ เพราะฉะนั้นนโยบายของ ประเทศเราก็จะมุ่งซื้อเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นยุทโธปกรณ์ที่เราได้จัดซื้อก็มาจากหลายส่วน ตามความจำเป็นแล้วก็ตามลักษณะการจัดหานะครับ แต่ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าเมื่อซื้อ ๒ ๓ ปีที่ผ่านมาปัญหาที่ประสบความสำคัญอย่างมากก็คือเรื่องสถานการณ์โรคระบาด คือโควิด (COVID) ดังนั้นเมื่อมีสถานการณ์โควิด (COVID) การตรวจรับ การตรวจสอบ การร่างทีโออาร์ (TOR) ร่วมกันค่อนข้างมีปัญหาครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ทำให้มีการเบิก งวดงานที่ค่อนข้างคลาดเคลื่อน แต่ในชั้นอนุกรรมาธิการหลักการในการปรับลดงบประมาณ หลาย ๆ เรื่อง เราได้นำทุกปัจจัยมาคำนวณเบ็ดเสร็จครับ เราได้ปรับลดงวดงานในสิ่งที่ ไม่จำเป็น โครงการที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตรงเวลา โครงการที่สามารถเลื่อนงวดงานและเอา ไปทยอยจ่ายในปีถัด ๆ ไปได้ หรือแม้กระทั่งบางโครงการที่ไม่จำเป็นเราก็พิจารณาตัดออก ส่วนในหลาย ๆ เรื่องที่ผมคิดว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติแล้วก็สำนักงบประมาณอาจจะต้องมี การตกลงร่วมกันในอนาคต ก็คือเรื่องการซ้ำซ้อนของหน่วยงานที่เทียบระดับชั้นนะครับ เช่นท่านกรรมาธิการสมชัยได้กรุณาอภิปรายนะครับว่ารถประจำตำแหน่งมันฟุ่มเฟือย แล้วก็การเทียบชั้นกับข้าราชการพลเรือนในระดับต่าง ๆ มันอาจจะไม่สอดคล้องกับภาวะต่าง ๆ แล้วก็สถานการณ์ของประเทศมากนัก ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ท่านสมาชิกต้องรับฟังครับ แล้วก็ใน ส่วนอื่น ๆ ที่ท่านสมาชิกได้อภิปราย จุดร่วมใหญ่ ๆ จุดหนึ่งซึ่งสมาชิกได้อภิปรายซึ่งเป็น ประโยชน์นะครับก็คือเรื่องเครื่องบินเอฟ-๓๕ (F-35) ครับ ผมขออภิปรายอย่างนี้นะครับว่า เอฟ-๓๕ (F-35) ในชั้นกรรมาธิการและชั้นอนุกรรมาธิการไม่มีผู้ใดแม้แต่คนเดียวครับ ที่ปฏิเสธว่าเครื่องบินนี้มันจำเป็น มันเป็นเครื่องบินที่ล้ำสมัยมากครับ ทันสมัยมากแล้วก็ไม่ว่าที่ไหนในโลกก็อยากได้ครับ แล้วก็ประเทศอเมริกานั้นเขาไม่ได้ขายให้ประเทศไหนง่าย ๆ นะครับมีการอนุมัติบ้าง ไม่อนุมัติบ้าง แต่ว่าเอฟ-๓๕ (F-35) จะทำให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขัน และป้องกันประเทศได้อย่างมากอีก ๔๐ ๕๐ ปีครับ ผมขอเรียนข้อเท็จจริงอย่างนี้นะครับว่า ปัจจุบันเครื่องบินของประเทศไทยมีความพร้อมที่สามารถเป็นเครื่องบินขับไล่แต่ไม่สามารถ ครองอากาศได้เครื่องบินเอฟ-๑๖ (F-16) เอฟ-๕ (F-5) นะครับ ซึ่งกริพเพน (Gripen) อัลฟ่าเจต (ALPHA JET) ซึ่งเครื่องบิน ๔ ลักษณะที่จัดหามาในคราวนี้เราเองต้องทยอยปลด ระวางครับ เอฟ-๑๖ (F-16) เราปลดระวางไปเมื่อ ๒๕๖๔ ส่วนหนึ่ง ซึ่งทำให้กำลังทางอากาศ ของเราทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือนั้นอ่อนกำลังลงอย่างมาก ผมขออนุญาต เปิดเผยข้อมูลที่พอจะเปิดเผยได้นะครับว่าศึกทางขวาเราประเทศที่เราคิดว่าเป็นประเทศ เพื่อนบ้านในอาเซียน (ASEAN) แล้วเราต้องมีการเจรจาต่อรอง ทั้งเรื่องการป้องกันภัยทาง ทะเล ทางบก ทางอากาศ อย่างเช่นเวียดนามเขามีเครื่องบินเจน ๔ (Gen 4) นะครับ ที่เทียบเท่ากับเอฟ-๑๖ (F-16) อยู่คือซู-๓๐ (Su-30) ถึง ๓๔ ลำ ไม่รวมกับเครื่องบินที่เขา กำลังจะเสริมอีกซู-๕๗ (Su-57) ซู-๗๕ (Su-75) ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องบินเจน ๕ (Gen 5) เช่นเดียวกับเอฟ-๓๕ (F-35) เครื่องบินเจน ๕ (Gen 5) มันดีอย่างไรครับ มันดีเพราะว่า มันสามารถมองไกลเหมือนคนมองไกลมาก ๆ นะครับ เรียกว่าระยะทางหลายสิบกิโลเมตร ดังนั้นมันจะเซฟ (Save) ชีวิตของนักบิน เซฟ (Save) บุคลากร เซฟ (Save) เครื่องบิน เซฟ (Save) งบประมาณ เซฟ (Save) ทุกอย่างครับ ภายในปี ๒๕๗๕ นั้นประเทศไทยจะลด ขนาดฝูงบินจาก ๖๘ ลำนะครับเหลือประมาณไม่เกิน ๓๐ ลำครับ ท่านก็ลองคิดดูครับว่า ประเทศไทยจะมีการอ่อนแรงแค่ไหน วันนี้ถ้าผมเปรียบเทียบนะครับว่า ปี ๒๕๒๗ ประเทศไทย ไม่ได้ซื้อเอฟ-๑๖ (F-16) มา ๑๖ เครื่องนะครับ บวกกับอีก ๒ เครื่องที่เราขอจัดซื้อไปก็คือ เอฟ-๑๘ (F-18) แต่เงินเราไม่พอครับประเทศสหรัฐอเมริกาก็อนุมัติให้เราซื้อเอฟ-๑๖ (F-16) ในคราวนั้น ทำให้เรามีอำนาจการต่อรองทั้งซ้าย ทั้งขวา ทั้งหน้า ทั้งหลัง ทั้งบน ทั้งล่าง มหาศาลครับ แล้วก็เป็นสิ่งที่เทียบไม่ได้เลยครับถ้าเทียบกับการรักษาอธิปไตยแล้วก็รักษา ประโยชน์ของประเทศไทยนะครับ ทีนี้มีสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไป ท่านสมาชิกก็คือเรื่องกลไกการอนุมัติครับ ผมขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า คำว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปีชื่อมันก็บอกชัดเจนอยู่แล้วครับว่ามันเป็นงบประมาณ เพราะฉะนั้นงบประมาณมันก็ผ่านเป็นขั้นเป็นตอนมาครับว่ามีการจัดทำ มีการเสนอโครงการ มีการปรับลดเป็นชั้น แล้วในขั้นของเราในวาระสอง วาระสามมันก็ยังไม่เป็นข้อยุติ ขึ้นอยู่กับว่า ท่านสมาชิกทั้งเสียงข้างมาก ข้างน้อยจะมีข้อมูลแล้วก็โน้มน้าวท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านจะลงมติในแต่ละมาตราเป็นอย่างไร แต่ผมยืนยันครับว่าในชั้นของการอนุมัติ ในขั้นตอนต่าง ๆ มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ แล้วก็กรรมาธิการได้คำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ทุก อย่างครับ การอนุมัติโครงการและเป็นที่มาของการให้งบประมาณไปบางส่วน มีคำถาม ที่ผมเป็นคนตั้งเองนะครับในกรรมาธิการ เพราะผมบอกว่าการจัดซื้องบประมาณในคราวนี้ เครื่องบินในคราวนี้กับสภาคองเกรส (Congress) ทุกคนในกรรมาธิการ ทั้งอนุแล้วก็ กรรมาธิการชุดใหญ่ไม่มีใครปฏิเสธครับว่ามันจำเป็น แล้วมันจะเป็นประโยชน์กับประเทศ มาก ๆ ถ้าย้อนกลับไปปีที่แล้วซึ่งผมก็มายืนตอบอย่างนี้ครับ ผมก็เป็นกรรมาธิการชุดใหญ่ด้วย แล้วก็เป็นประธานอนุกรรมาธิการด้วย ซึ่งปีที่แล้วมีเรือดำน้ำเราก็ยังพิจารณากันเลยครับว่า ถ้าเกิดสมมุติว่าเราสามารถให้และไม่ให้อะไรได้เราจะพิจารณาจากหลักอะไร เอฟ-๓๕ (F-35) ถ้าปีที่แล้วมาพร้อมกับเรือดำน้ำผมคิดว่าท่านสมาชิกส่วนใหญ่คงมีการต่อต้านอย่างหนัก แต่ว่าในปีนี้ครับเราก็จะได้เห็นสิ่งที่เราเคยพูดกันในปีที่แล้ว คำถามที่ผมเคยตอบไปในปีที่แล้ว ซึ่งผมเองก็ไม่สามารถตอบได้เต็มปากนักแต่ปีนี้มันอาจจะตอบได้เต็มปาก นั่นก็คือคำถามจาก เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านนะครับที่บอกว่า พ.ศ. นี้ ยุคนี้มันยังมีสงครามอยู่อีกหรือ ผ่านไป ย้อนไป ๔ ๕ เดือน รัสเซีย ยูเครน เป็นภูมิภาคที่เจริญที่สุดในโลกนะครับ ยุโรปก็ยังมีปัญหา เรื่องความขัดแย้งจนกระทั่งเกิดความวุ่นวายไปทั่วโลก เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ครับเป็นสิ่งที่ จำเป็นมาก ๆ แล้วก็การให้เอฟ-๓๕ (F-35) ในคราวนี้ผมก็ถาม เป็นคนถามเองครับว่า กองทัพอากาศจะรับปากได้ ๒ เรื่องหรือไม่ ๑. ถ้าสมมุติว่าจัดซื้อแล้วไม่ได้จะมีการโอน เปลี่ยนแปลงงบประมาณซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของท่านสมาชิกที่ได้กรุณาอภิปราย ในคราวนี้นะครับว่าจะมีการโอนเปลี่ยนแปลงหรือไม่ คำตอบของกองทัพอากาศครับก็บอกว่า เขาจะไม่มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณแน่นอนแต่ว่าจะคืนงบประมาณ

เรื่องที่ ๒ ว่าถ้าเกิดสมมุติจัดซื้อของเอฟ-๓๕ (F-35) แล้วปีนี้ให้ประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ หลายท่านพูดถูกนะครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคือท่านจุลพันธ์ก็พูดถูกต้อง ว่าเครื่องบินลำนี้มันยังไม่ได้มาทันทีครับ พออนุมัติคราวนี้แล้วนี่จะต้องมีการจัดซื้อร่วมกับ กองทัพอากาศเช็ก กองทัพอากาศกรีซ ซึ่งเราซื้อเป็นล็อต (Lot) ครับ แล้วก็เครื่อง เอฟ-๓๕ (F-35) เคยแพงมาก ๆ ปัจจุบันล็อต (Lot) ที่เราได้คือล็อต (Lot) ประมาณเกือบ ๒๐ มันจะเป็นเครื่องที่ราคาค่อนข้างถูก แล้วก็เป็นการจัดซื้อร่วมกันกับประเทศที่เป็นมิตร ประเทศหลายประเทศครับ เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านสมาชิกอย่างนี้ว่ากลไกที่เราใช้ ในการพิจารณาและการอนุมัตินั้นถูกต้อง แล้วก็ในขณะนั้นเรามีข้อมูลเพียงพอในการ ตัดสินใจครับ จึงขอกราบประธานผ่านไปท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ขอบคุณครับ