สาธิต แจงแนวทางลดตั้งครรภ์ไม่พร้อม เน้นป้องกัน-รับผิดชอบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕

สาธิต ปิตุเตชะ ชี้แจงนโยบายการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น โดยเน้นการส่งเสริมความปลอดภัยทางเพศ การแจกถุงยางอนามัยฟรี การให้ความรู้ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ และการตั้งเป้าลดอัตราการคลอดในวัยรุ่นให้ไม่เกิน 15 ต่อพันภายในปี 2570 พร้อมผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายร่วมกับหลายภาคส่วน

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข ขอตอบคำถามท่านสมาชิก ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม คำตอบในคำถามที่ ๒ นะครับ ก็ขออนุญาตว่าในเรื่องระดับนโยบายนี้สำหรับเราน่าจะเห็นตรงกันจะต้องยอมรับเรื่องหนึ่ง ในสังคมว่าการยุติการตั้งครรภ์มันมีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก แต่เรามองเห็นปัญหา สำหรับผมส่วนตัวนะครับ ผมเห็นว่าถ้าเราปล่อยให้มีการตั้งครรภ์และพ่อแม่ไม่พร้อมก็จะ สร้างปัญหาให้เกิดขึ้นกับสังคมแล้วก็จะมีปัญหาเกี่ยวเนื่อง เหมือนกับที่ท่านพูดถึงว่าเราพบข่าว การทิ้งทารก เราเคยพบซากทารกในวัดต่าง ๆ เพราะฉะนั้นปัญหานี้มันต้องนำไปสู่การเปลี่ยนวิธีคิด ท่านใช้คำพูดว่า เซฟเซ็กส์ (Safe Sex) ผมเห็นตรงกันว่าเราห้ามไม่ได้ที่จะหยุดให้เขาเรียนรู้หรือเขาอยากลอง แต่ถ้าเขาต้องลอง เราต้องแนะนำให้เขา ๑. ปลอดภัย ๒. ต้องป้องกันการท้องเมื่อไม่พร้อม และ ๓. ต้องให้เขา รับผิดชอบตัวเองให้ได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาสังคมที่ต้องช่วยกันทั้งหมดในระดับครอบครัว ระดับชุมชน ระดับสังคม แต่ว่าภาครัฐก็เป็นส่วนหนึ่งในกลไกหลักในการที่จะขับเคลื่อน ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุขอยู่ในโครงสร้างกรรมการการแก้ไข ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็มีในส่วนของการให้คำปรึกษาในแง่ของการส่งเสริม บทบาทครอบครัว สัมพันธภาพ การสื่อสาร มีศูนย์เทคโนโลยีเรื่องครอบครัว ด้านโภชนาการ มีแอปพลิเคชัน (Application) แฟมมิลีไลน์ (Family Line) มีเว็บไซต์ (Website) เพื่อครอบครัว ปัจจุบันมีคนเข้าเยี่ยมชมประมาณ ๙๑,๐๐๐ กว่าครั้งนะครับ อันนี้คือข้อมูล ที่เราจะให้ข้อมูลกับความรู้คำปรึกษาให้กับเด็กและเยาวชน แต่อย่างไรก็ดีการยุติการตั้งครรภ์ ที่ผมเรียนว่าในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเรากำลังดำเนินการอย่างเต็มที่และรอประกาศ ที่จะต้องลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการ และผมเชื่อมั่นว่าเมื่อท่านรัฐมนตรีว่าการลงนามจะมี ภาครัฐ แล้วก็จะมีการขยายอย่างต่อเนื่อง แล้วก็จะมีในส่วนของระเบียบ ประกาศใหม่ที่จะ ช่วยให้หน่วยบริการรัฐเพิ่มมากขึ้น เน้นความปลอดภัยและการส่งต่อนะครับ เน้นสื่อสารทำ ความเข้าใจความจำเป็นหญิงที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม ทุกคนไม่ได้อยากเป็นคนเลว แต่ว่าก็เหมือน ที่ท่านพูด เพียงแต่ว่าในคณะกรรมการเองบางทีก็ยังมีความไม่ตรงกันในความเห็นนี้ และผม อยู่ในทิศทางเดียวกับท่าน เพราะว่าเราไม่สามารถที่จะไปยุติความอยากรู้อยากเห็นของวัยรุ่นได้ แต่ก็ต้องทำให้เขาปลอดภัย ขณะนี้ในส่วนของทั้งในเรื่องการให้คำปรึกษาในแง่ของแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ แพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ แล้ว เรากำลังพูดถึงการส่งเสริม การใช้ถุงยางอนามัยให้กับเยาวชนด้วย มีคนถามว่าจะทำอย่างไร ภาคประชาสังคมถามว่าจะ ทำอย่างไรให้มันกระจายให้ง่าย ให้เข้าถึงง่ายที่สุด แต่มีอีกกลุ่มหนึ่งบอกว่าเหมือนเราไป ส่งเสริมให้เขาจะมีอะไรกันโดยไม่พร้อมหรือไม่ แต่ว่าในส่วนของผมเองผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องให้เขาปลอดภัยก่อน นั่นก็คือกระทรวง สาธารณสุขร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เราสนับสนุนเรื่องถุงยางอนามัยฟรีกับเยาวชน อายุ ๑๒-๒๔ ปี ณ วันนี้ในสถานศึกษาเราแจกไปแล้ว ๑,๑๖๐,๐๐๐ กว่าชิ้น นอกสถานศึกษา ๘๐๐,๐๐๐ กว่าชิ้น ภาคประชาสังคมถามเรามาว่าเห็นรายงานตัวเลขแต่ว่ามันจะกระจายไป ให้ง่ายที่สุดในห้องน้ำสาธารณะได้ไหม ไปที่เซเวนอีเลฟเวน (7-Eleven) ได้ไหม ซึ่งอันนี้ก็คิด กันอยู่แล้วในคณะกรรมการ ในคณะอนุกรรมการว่าเราจะเดินแบบเซฟเซ็กส์ (Safe Sex) ก็ต้องเดินแบบนี้นะครับ แล้วก็ให้ความรู้เข้าไปด้วยแล้วก็อย่างน้อยที่สุดนี่ผมคิดว่าให้มันตก ผลึกเสียให้ชัดเจนครับว่าเราจะเดินแบบนี้ในคณะกรรมการ เราจะได้มีถุงยางอนามัยด้วยนะครับ แล้วก็มีแพลตฟอร์ม (Platform) พอที่จะให้วัยรุ่นได้เข้าถึงทั้งเรื่องความปลอดภัยโรคติดต่อที่ เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ทั้งหมดนี้จะเป็นปัญหาทั้งหมด อย่างไรก็ตามในภาพรวมใน คณะกรรมการเราได้มีการคุยกันว่าเราจะตั้งเป้าซึ่งเดิมเราตั้งเป้าไว้การยุติการตั้งครรภ์ ในวัยรุ่นเราลดค่าเป้าหมาย อัตราการคลอดในวัยรุ่นอายุ ๑๕-๑๙ ปี จากเดิมเรากำหนดไว้ ๒๕ ต่อประชากรหญิงอายุ ๑๕-๑๙ ปีต่อพันคน เราไปปรับให้ลดลงว่าไม่เกิน ๑๕ คนนะครับ นั่นคือการท้าทายในคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งผมไม่เห็นด้วยแล้วก็ปรับไปแล้วว่าจะต้องลดลง ไม่เกิน ๑๕ คน ภายในปี ๒๕๗๐ ก็คือ ๔ ปีหลังนี้ นี่คือการกำหนดอย่างท้าทาย แล้วก็การจะ ขับเคลื่อนในระดับนโยบายแห่งชาติแล้วก็นำไปสู่การระดับจังหวัดและในสถานศึกษาต่อไป ก็ขอขอบพระคุณท่านณัฐวุฒิ ผมคิดว่าเราต้องช่วยกันให้ความสำคัญเรื่องนี้นะครับ เพราะว่า ปัญหาเรื่องนี้ก็ไปสอดรับกับปัญหาเรื่องโครงสร้างจำนวนประชากรอีก ซึ่งผมเพิ่งเดินทางไป จังหวัดตากเมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมาครับ ในอำเภอท่าสองยาง อำเภอเดียวนี่มีอัตราการเกิด ประมาณเกือบ ๓,๐๐๐ ซึ่งเด็กที่เกิดนี่มีปัญหาเรื่องสุขภาพหรือการเกิดที่เป็นอันตราย มีโรคประจำตัวครับเข้าถึงการรักษาได้ยากและคุณภาพการเลี้ยงก็ไม่ค่อยมีคุณภาพ ในขณะเดียวกันสังคมนี้มีค่านิยมที่แต่งงานช้าหรือแต่งงานก็ไม่มีลูก หรือมีลูกก็มีลูกน้อย อัตราการตายก็เลยแซงนำหน้าอัตราการเกิดอยู่ในขณะนี้ ผมเป็นคนพูดใน ครม. ว่าผม อยากจะเสนอเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อที่จะกำหนดเป้าหมายชัดว่า ๑ ครอบครัว ในอนาคตต่อไปนี้ควรจะมีลูกอย่างน้อย ๒ คนนะครับ และต้องสมัครใจมีความพร้อมและ เข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้คณะกรรมการอนามัยเจริญพันธุ์ก็ได้ดำเนินการเพื่อให้เข้าถึงสิทธิ ในการที่จะให้คุณแม่ลดค่าใช้จ่าย กระทรวง พม. ก็มีคนละ ๖๐๐ ถ้าอยู่ในฐานะยากจน รายได้ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ต่อปีทั้งหมดนี้กำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ แล้วก็บูรณาการร่วมกัน กับ ๓ ๔ กระทรวงนี้ ก็หวังว่าการทำงานเรื่องนี้คงจะไม่มีพรรคการเมืองและไม่มีฝ่ายไหน แต่ว่าเป็นการทำงานที่เอาความแตกต่างมาแล้วก็มากำหนดเป็นยุทธศาสตร์ชาติแล้วก็เดิน เป็นวาระแห่งชาติในอนาคต ซึ่งผมหวังเห็นพรรคก้าวไกลและคุณณัฐวุฒิมาช่วยกันทำในเรื่องนี้ ด้วยครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณครับ