ณัฐวุฒิ ถามสถานการณ์ทารกถูกทิ้ง หลังกฎหมายป้องกันวัยรุ่นตั้งครรภ์ใช้มา 14 ปี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พร้อมท้าทายให้ชี้แจงการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองนักเรียนตั้งครรภ์ไม่ให้ถูกไล่ออก และตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของสื่อที่ตีแผ่ปัญหาอย่างไม่เหมาะสม พร้อมเรียกร้องให้รัฐทบทวนมาตรการรองรับปัญหาอย่างเป็นระบบ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ก็ต้องบอกว่า ส.ส. ทุกคนที่เป็นคนจังหวัดอ่างทองก็ของแท้ ทั้งหมดนะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ เป็นการส่วนตัวนะครับ วันที่ ๑๕ ก็ต้องเจอกันอีก ในกฎหมายลูก ซึ่งท่านเป็นประธานกรรมาธิการ ผมเองก็เป็นหนึ่งในกรรมาธิการ แต่ผมจะไม่ ขอบพระคุณนะครับรัฐมนตรีที่เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติป้องกันและแก้ไขปัญหา การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นปี ๒๕๕๙ ซึ่งได้ระบุว่ารัฐมนตรีที่เป็นประธานคณะกรรมการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นนั้น ได้แก่ นายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ กฎหมาย ฉบับนี้มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ก็ต้องถามเป็นเบื้องต้นว่านายกรัฐมนตรีในช่วง ปี ๒๕๕๙ ขณะนั้นที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง หลังปี ๒๕๖๒ จนถึงปัจจุบันนี้ซึ่งจะครบ ๘ ปีในอีกไม่ช้าที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านได้เคยนั่งเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ ในวัยรุ่นเหมือนที่ท่านไปนั่งเป็นประธาน ศบค. เหมือนที่ท่านไปนั่งเป็นประธาน สมช. เหมือน ที่ท่านไปนั่งเป็นประธานแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ เหมือนที่ท่านไปนั่งเป็นประธาน ในคณะกรรมการอื่น ๆ หรือไม่ ท่านเคยนั่งประชุมเป็นประธานหรือไม่ จำนวนกี่ครั้ง เมื่อไร อย่างไร แต่เมื่อถ้าท่านรัฐมนตรีช่วยได้กรุณา แล้วท่านกรุณาผมมากนะครับกระทู้เราคุยกัน ในเดือนสิงหาคม วันที่ ๑๑ กรกฎาคมปี ๒๕๖๕ ท่านจัดประชุมคณะกรรมการป้องกันและ แก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ เพื่อเตรียมข้อมูลมาตอบในวันนี้ครับ เพื่อสนองความตั้งใจและความกรุณาของท่านครับ ผมก็ต้องถามว่าขณะนี้สถานการณ์เรื่อง ที่เราพบทารกที่ถูกทิ้ง เรื่องเราพบศพของทารกที่ถูกทอดทิ้งต่าง ๆ เช่นในปี ๒๕๖๓ นั้น มีข้อมูลสถิติปรากฏที่เป็นข่าวว่ามีทารกที่ถูกทิ้งหรือการเจอทารกเป็นจำนวนทั้งสิ้น ๑๗ ข่าว ในปี ๒๕๖๔ นั้นมีข่าวในลักษณะเดียวกันอีกเป็นจำนวนทั้งสิ้น ๒๑ ข่าว ล่าสุดเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคมที่ผ่านมาที่จังหวัดเพชรบูรณ์ก็มีข่าวที่เจอทารกที่ถูกทิ้งและเสียชีวิต ที่น่าตกใจก็คือ ว่าสื่อมวลชนจะพาดหัวทันทีครับ แม่ใจร้าย แม่ใจยักษ์ แม่ใจมาร แม่วัยรุ่นใจแตก ขนาดผู้สื่อข่าว ช่องสีน้อย ๆ ก็เคยอ่านข่าวแล้วบอกว่าแม่ใจสัตว์ ท่านรู้สึกเหมือนผมหรือไม่ครับว่าคำถาม แบบนี้ไม่ควรจะเป็นคำถามที่ถูกตั้งจากสื่อมวลชน แล้วท่านรู้สึกเหมือนผมหรือไม่ครับว่า จริง ๆ แล้วไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ตั้งใจท้องเพื่อไปทำแท้งแต่คนที่ทำให้เขาท้องอยู่ที่ไหน คนรอบข้างที่เป็นครอบครัวเขาอยู่ที่ไหน โรงเรียนของเขา สภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเขาอยู่ ที่ไหน บริการของรัฐที่อยู่ในความดูแลของคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการ ตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้นอยู่ที่ไหน และดำเนินการอย่างไร ในตลอด ๖ ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามครับยังมีคำถามอย่างจำเพาะเจาะจง ท่านอาจจะบอก ว่าสถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของประเทศไทยดีขึ้นผมก็มีข้อมูลสถิติตัวเลขเดียวกับ ท่านนะครับ ว่าในอดีตที่ผ่านมาเราเคยถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นสูงเป็น อันดับ ๒ ของโลกเป็นรองจากประเทศหนึ่งในแอฟริกาใต้เท่านั้น สถิติข้อมูลต่าง ๆ ก็ดีขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงครับว่ายังมีเด็กอายุ ๑๐-๒๙ ปีโดยประมาณที่ตั้งครรภ์แล้ว คลอดทั้งสิ้นในปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ๕๗,๘๕๗ คน หรือคิดในภาพเฉลี่ยก็คือ ๑๕๗ คนต่อวัน ในทุก ๆ ชั่วโมง ในทุก ๆ ช่วง ๑๐ นาทีในทุก ๆ ช่วง ๒๐ นาทีในแต่ละวันก็มีวัยรุ่นที่คลอด ออกมาจากการตั้งครรภ์ ซึ่งแน่นอนเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ท่านต้องดูแล ผมมีคำถาม เฉพาะเจาะจงกับกฎกระทรวง กฎกระทรวงที่ออกตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้นมีทั้งหมดอยู่ ๕ กระทรวงด้วยกัน ผมคงไม่ลงรายละเอียด กระทรวงสุดท้ายที่มีการออกกฎกระทรวงมา ก็คือกระทรวงมหาดไทย มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔ พูดกันง่าย ๆ กฎหมายมีผลบังคับใช้กรกฎาคม ๒๕๕๙ กระทรวงมหาดไทยออก กฎกระทรวง กรกฎาคม ๒๕๖๔ ๕ ปีเต็ม ๆ เหมือนท่านจะประเมินผลสัมฤทธิ์กฎหมายไป ในตัว แล้วตกลงมันจะแก้ไขกฎหมายต่อไปอย่างไร เพราะนี่มันครบ ๕ ปีแล้วต่าง ๆ เป็นต้น คำถามอย่างเฉพาะเจาะจงในกฎกระทรวง ๒ ฉบับก็คือ กฎกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีจุดเน้นย้ำประการสำคัญว่าต้องไม่มีเด็กนักเรียนคนใดที่ตั้งครรภ์ถูกไล่ออก ให้ออก บังคับ ให้ย้าย จำยอมต้องออกจากโรงเรียนหรือสถานศึกษาเดิม ท่านตอบในสภาแห่งนี้ได้ไหมครับ ว่าตลอดผลของการบังคับใช้กฎกระทรวงศึกษาธิการที่ผ่านมา ท่านยืนยันในนาม คณะกรรมการว่าไม่มีนักเรียนคนใดที่ถูกให้ออกจากสถานศึกษาเพราะเหตุแห่งการตั้งครรภ์ อีกแล้ว แล้วหากมีผู้บริหารสถานศึกษาเหล่านั้นจะต้องมีความรับผิดชอบที่ไม่ปฏิบัติตาม กฎกระทรวงนั้นอย่างไร อีกกฎกระทรวงหนึ่งก็คือกฎกระทรวงสาธารณสุข กฎกระทรวง สาธารณสุขจะเน้นการให้บริการครับ และการให้บริการเป็นประการสำคัญยิ่งก็คือการ ให้บริการการยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งในกฎของกระทรวงสาธารณสุขท่านเขียนเองเลยว่าวัยรุ่น อายุเกิน ๑๕ ปี ต้องสามารถดำเนินการยุติการตั้งครรภ์ได้ด้วยการตัดสินใจของตนเอง ถ้าตอบในสภาแห่งนี้ไปยังผู้ให้บริการที่อยู่ในโรงพยาบาลในสังกัดของท่าน ไปยังคนที่อยู่ใน ภูมิภาคจังหวัดต่าง ๆ ได้หรือไม่ว่าตลอดการบังคับใช้กฎกระทรวงสาธารณสุขที่ผ่านมา เมื่อมี วัยรุ่นอายุ ๑๕ ปี ตัดสินใจที่จะยุติการตั้งครรภ์ด้วยตัวของเขาเอง ไม่มีโรงพยาบาลใดปฏิเสธ การให้บริการดังกล่าว และหากมีโรงพยาบาลใดที่เข้าเกณฑ์การต้องยุติการตั้งครรภ์ปฏิเสธ การให้บริการดังกล่าว ท่านได้ดำเนินการลงโทษกับผู้บริหารของสถานพยาบาลเหล่านั้น อย่างไร ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นคำถามประการที่ ๑ ซึ่งท่านอาจจะตอบรวมไปถึงการดำเนินการ ตามกฎกระทรวงทั้งหมดอีก ๕ ฉบับประกอบกันด้วยก็ตามครับ ขอบคุณท่านประธานครับ