มานพ คีรีภูวดล หารือปัญหาขั้นตอนการอนุมัติในพื้นที่ป่าที่ทับซ้อนชุมชนและการจัดการที่ดินภายใต้โครงการ คทช. ที่ดำเนินการช้าและไม่ครอบคลุม พร้อมเสนอให้กระจายอำนาจการตัดสินใจลงสู่ระดับท้องถิ่นโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมและเทคโนโลยีสนับสนุน เพื่อให้การพัฒนาเป็นรูปธรรม ยั่งยืน และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ จริง ๆ ประเด็นนี้ผมคิดว่าทั้งหมดทั้งมวลมันอยู่ที่ขั้นตอนครับท่านรัฐมนตรี คือหลาย ๆ เรื่องคือ เขตป่าของท่าน คือประเทศไทยมีอยู่ ๓๒๐ ล้านไร่ ครึ่งหนึ่งก็เป็นของท่านดูแลอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนผมยกตัวอย่างเฉพาะเชียงใหม่นะครับ มี ๒,๕๐๐ หมู่บ้าน ครึ่งหนึ่งไปอยู่ในเขตป่า ถ้าเรานึกประเทศไทยที่อยู่ในเขตป่าอย่างนี้ ท่านจะรับผิดชอบ คนเดียวในการขออนุมัติมติ ครม. คือกระบวนการมาอยู่ที่ระบบการกระจายอำนาจตัดสินใจ ชุมชนที่ตั้งอยู่ที่นี่ หมู่บ้าน ชุมชน อบต. เทศบาล โรงเรียน ไม่ได้ตั้งหลังจากที่ท่านประกาศ เขตอุทยาน เขาตั้งอยู่ก่อน ก่อนที่เขาจะประกาศเขตอุทยานป่าสงวนด้วยซ้ำ ผมเชื่อว่าท่าน เป็นคนรุ่นใหม่ ท่านมีกระบวนทัศน์ใหม่ วิสัยทัศน์ใหม่ ถ้าเราจินตนาการว่าเขตป่าไปครอบ ชุมชน และกฎหมายออกทีหลังก็ทำให้เป็นอุปสรรคในการทำงาน เพราะนั่นคือกระบวนทัศน์ นี้ผมคิดว่าถ้าเราท่านรัฐมนตรีถ้าจินตนาการออกนี่เราต่างหากเป็นอุปสรรคในการขัดขวาง การพัฒนาบางแบบอย่าง เพราะฉะนั้นคือผมคิดว่าระบบตัดสินใจ เช่น อยู่ในสำนักอนุรักษ์ อยู่ในพื้นที่จัดการป่านะครับ เช่นเชียงใหม่ สำนัก ๑๖ สำนัก ๑ แค่นี้ก็พอนะครับ เพราะว่า ดั้งเดิมมันก็เป็นถนนอยู่แล้ว มันก็เป็นโรงเรียนอยู่แล้ว มันก็เป็นชุมชนอยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่า วันนี้เขาจะเอากรมทางหลวงชนบทเข้าไป เขาจะเอา อบจ. เข้าไป เขาจะเอาการไฟฟ้าเข้าไป แล้วหมู่บ้านนี้ก็คือชอบด้วยกระทรวงมหาดไทย เพราะมีบ้านเลขที่ มีผู้ใหญ่บ้านนะครับ หมู่บ้านนี้ชอบด้วยกระทรวงศึกษาธิการ เพราะมีครู มีโรงเรียน หมู่บ้านนี้ชอบด้วยกระทรวง สาธารณสุข เพราะมีสถานีอนามัย เพราะมี อสม. แต่พอมากระทรวงทรัพยากรมันมีขั้นตอน ผมคิดว่าโอเค (OK) ในแง่ทรัพยากรทุกคนก็ต้องช่วยกันดูแล เพียงแต่ว่าขั้นตอนตรงนี้ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องผมคิดว่าเขาเจออุปสรรคนะครับ เพราะนั่นก็คือพื้นที่ ๓๒๐ ล้านไร่ กระทรวงทรัพยากรครอบครองประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศ ถามกระทรวงมหาดไทย ก็เหมือนกัน ถามกระทรวงไหนก็เหมือนกันว่าติดอยู่ที่กระทรวงทรัพยากร เพราะฉะนั้นผมคิด ว่าเราจำเป็นจะต้องกระจายอำนาจในการตัดสินใจนะครับ ประเด็นนี้จะต้องกระจาย เพราะฉะนั้นกระบวนการสิ่งที่ผมจะถามต่อไปมีอยู่ ๒ คำถาม ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีตอบ เยอะ ๆ เพื่อที่เวลาไปทวงถามที่กระทรวง เวลาพี่น้องประชาชนถาม เราจะได้มีข้อคำถามที่ มันสามารถที่จะยึดโยงกันได้ในการพูดในสภาด้วยครับ
ประเด็นแรก ก็คือว่าท่านจะมีรูปแบบวิธีการในการกระจายอำนาจในการ ตัดสินใจอย่างไร ที่จริงแล้วก็คือว่าถามจากพื้นที่แล้ว พื้นที่ก็ส่งไป ข้างบนก็ถามลงมาพื้นที่อีก สุดท้ายคำตอบมันอยู่ที่พื้นที่ครับ คำตอบมันไม่ได้อยู่ที่ข้างบนครับ
ประเด็นที่ ๒ เมื่อสักครู่ท่านพูดถึงเรื่อง คทช. ผมคิดว่า คทช. เป็นความหวัง ของชาวบ้านหลาย ๆ ส่วน คทช. เป็นเป้าหมายถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องของการเช่าที่ดินของรัฐ ปัญหา คทช. ผมอภิปรายหลายครั้งนะครับ อย่างผมนี่เป็นที่ดินของคุณทวด คุณปู่ คุณย่า แต่ไม่มีเอกสารสิทธิ วันนี้ผมต้องคืนที่ดินให้กับหลวง คืนที่ดินให้กับหลวงนะครับ ทั้ง ๆ ที่อยู่ มาเป็นร้อยปี แต่ไม่มี ส.ค. การเดินทางเมื่อก่อนลำบากนะครับ ผมต้องคืนที่ดินให้กับหลวง แล้วผมต้องกลับไปเช่าที่ดินของคุณทวด คุณย่าของผม ผมว่าอันนี้ก็มีปัญหา แต่ไม่เป็นอะไร ในหลักการก็คือว่าทำอย่างไรให้ที่ดินมันชอบด้วยกฎหมาย ปัญหาทุกวันนี้ท่านรัฐมนตรีครับ ปัญหาทุกวันนี้ก็คือว่าอ้ายนโยบายนี่มันดีว่าจะแก้ปัญหาเท่านั้นเท่านี้ คณะกรรมการ คทช. มารายงานที่สภา ผมก็อภิปรายนะครับ ถ้าทำแบบนี้ก็คือทำไปอีก ๒๐๐ ปีก็ไม่จบ สิ่งที่เรา อยากจะเห็นกระบวนการทำงาน คทช. ก็คือว่าเราอยากเห็นกระบวนการทำงานที่มันปูพรม ไปทั้งหมดโดยใช้ระบบกระบวนการมีส่วนร่วม ใช้ อบจ. ใช้อำเภอ ใช้ท้องถิ่นเข้ามานะครับ วันนี้ไปถามหน่วยงานที่จะทำ คทช. ในแต่ละพื้นที่เหมือนกันเลยครับ สำนักนี้มีงบประมาณ ๒๐ หมู่บ้าน สำนักนี้มีงบประมาณ ๑๕ หมู่บ้าน เชียงใหม่ ๒,๕๐๐ อยู่ในเขต คทช. ประมาณ พันหมู่บ้าน ถ้าได้ปีละ ๓ ๔ หมู่บ้าน ต้องใช้เวลา ๘๐ ปี ท่านกับผมไม่อยู่แล้วไปแล้วครับ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เราไม่อยากจะเห็น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ผมคิดว่าเป็นอำนาจของท่านสามารถที่จะทำ คทช. ด้วยกระบวนการรูปแบบการกระจาย อำนาจเหมือนกัน วันนี้ผมมีตัวอย่างที่เทศบาลตำบลบ้านหลวงที่แม่แจ่ม ที่แม่ทา ที่แม่แดด ท้องถิ่นร่วมกับเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ร่วมใช้งบประมาณ อบต. อบจ. อำเภอ และแก้ไข ปัญหา ใช้เครื่องมือตัวเดียวกันครับ ใช้จีพีเอส (GPS) ใช้จีไอเอส (GIS) มาตรฐาน ๑:๔๐๐๐ เหมือนกัน เพียงแต่ว่าวันนี้ก็คือหน่วยงานภายใต้กระทรวงทรัพยากร ไม่ว่าของกรมป่าไม้ ที่ท่านเพิ่งทำ คทช. คือยึดงบประมาณที่ได้มาจากส่วนกลาง ภายใต้หน่วยงานตัวเองครับ เพราะฉะนั้นท่านจะทำได้ปีละแค่ ๒๐ หมู่บ้าน ๒๐ หมู่บ้าน วันนี้เราต้องการให้พี่น้อง ประชาชนได้รับสิทธิตรงนี้ เขาจะได้เข้าถึงงบประมาณของรัฐ การพัฒนาคุณภาพชีวิต เขาจะ ได้ปลูกป่า ได้นโยบายของท่านที่บอกว่าสร้างป่าสร้างรายได้อย่างนี้ครับ มันจะได้เกิดจริง วันนี้กรมส่งเสริมการเกษตรก็เข้าไปไม่ได้ กรมพัฒนาที่ดินก็เข้าไม่ได้ กรมวิชาการการเกษตร ก็เข้าไม่ได้ พอเข้าไม่ได้ นโยบายที่ส่งเสริมว่าจะต้องมีจีเอ็มพี (GMP) จะต้องมีใบรับรอง ออร์แกนิก (Organic) ก็ทำอะไรไม่ได้ อย่าลืมนะครับ พื้นที่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขต ของรัฐไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านคน ถ้าหากว่ากระบวนการยังเป็นแบบดิ่งลงมาอย่างนี้ ไม่กระจาย อำนาจอย่างนี้ มันก็จะเกิดปัญหา เพราะฉะนั้นโดยคำถามโดยรวมผมคิดว่าอันที่ ๑ ในเรื่อง ของกระบวนการกระจายอำนาจในระดับที่รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดีสั่งการให้กับระดับ พื้นที่ดำเนินการอันนี้ ทั้ง ๒ เรื่องที่ผมว่านี่ครับ มันจะเกิดกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างไร และที่สำคัญโมเดล (Model) ที่ผมเคยทำมา กระบวนการมีส่วนร่วม ข้อมูลมันถูกยอมตั้งแต่ พื้นที่ ขึ้นไปข้างบนนี่นะครับ มันไม่มีปัญหาอะไรเลย พื้นที่ตั้งคณะกรรมการมีทางเจ้าหน้าที่ ของกระทรวงทรัพยากร มีปกครอง มีท้องที่ มีท้องถิ่น มีตำรวจ มีส่วนต่าง ๆ เข้ามาเป็น องค์ประกอบคณะทำงาน ทุกฝ่ายยอมรับในข้อมูลจบในพื้นที่ แล้วหลังจากนั้นข้างบนค่อยไป ซอยว่าอันนี้เป็นสิทธิ คทช. อันนี้เป็นสิทธิมติ ครม. อันนี้เป็นสิทธิแบบนี้ ๆ ท่านรัฐมนตรีฟังที่ ผมอภิปรายพูดกับท่านนี่ ท่านจะเห็นจินตนาการว่าเมื่อประเทศไทยเราทำแบบนี้ เราจะ แก้ปัญหาแบบนี้ บันไดขั้นที่ ๒ บันไดขั้นที่ ๑ ขั้นแรกถ้าเราแก้หมดนะครับ ประเทศไทย จะเดินหน้าอีกต่อไปครับ ผมถามสั้น ๆ อย่างเดียวว่ากระบวนการที่จะนำร่อง นำไปสู่การ กระจายอำนาจโดยอำนาจของรัฐมนตรี อำนาจของ ครม. จะทำได้อย่างไรครับ ขอบคุณครับ