ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หารือเรื่องการแข่งขันโทรคมนาคม และเรียกร้องให้รัฐบาลควบคุมราคาค่าบริการเพื่อประโยชน์ของประชาชน
เรียนท่านประธานครับ ผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรียนท่านประธานผ่านไปยังคำถามว่าเรื่องข้อมูลที่ท่านได้ เสนอในเรื่องการแข่งขัน ถ้าทำให้ประชาชนเดือดร้อนก็เป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลให้ความสนใจ แล้วก็ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดครับ เพราะว่าถ้าเกิดมีการควบรวมกิจการแล้วก็ทำให้มี การฮั้วราคากันหรือว่าการไม่แข่งขันอย่างเต็มที่แล้วทำให้เกิดราคาสูงขึ้น อันนี้เป็นสิ่งที่จะ เป็นปัญหาแน่นอนซึ่งเราไม่เห็นด้วย รัฐบาลไม่เห็นด้วยแน่นอน ซึ่งตรงนี้เท่าที่ผมได้พูดคุยกับ กสทช. ก็มีแนวคิดที่ตรงกันคืออย่างไร กสทช. สามารถควบคุมราคาค่าบริการได้อยู่แล้ว ซึ่งก็มีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะไม่ให้ขึ้นราคาแน่นอน จะมีการควบคุมเรื่องราคา และถ้าเกิดมี กรณีของการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ที่มีการออกมาตรการบางอย่างแต่ถ้าไปกีดกัน คู่แข่งหรือทำให้ ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์นะครับ เลยทำให้การแข่งขันมันไม่สมบูรณ์นะครับ อันนี้ก็จะมีการออกมาตรการโดย กสทช. ต่อไปเพื่อกำกับดูแล เท่าที่ผมได้คุยได้ข้อมูลจาก กสทช. ก็คิดว่าเรื่องการขึ้นราคาไม่น่าจะเกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการ แต่ส่วนที่เรื่องราคา ค่าบริการของประเทศเรานี่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับประเทศอื่น หรือไม่อย่างไร อันนี้ส่วนตัวผม ก็ได้เคยเห็นข้อมูลนะครับ แล้วก็ยอมรับว่าภาระเรื่องค่าบริการมันจะเกิดจาก ๒ ส่วนใหญ่ ๆ ซึ่งอยากให้ท่านทราบด้วย ๑. ก็คือค่าคลื่นความถี่ ซึ่งอันนี้เกิดจากการประมูลนะครับ ซึ่งอยากให้ท่านทราบเหมือนกันว่าการประมูลแต่ละครั้งค่าคลื่นความถี่เป็นหมื่นล้านบาท ซึ่งเหล่านี้เขาต้องมาเฉลี่ยให้ประชาชนผู้ใช้บริการมาจ่ายค่าคลื่นความถี่นี้คืนมาให้กับ กสทช. หรือของรัฐ อันนี้ก็เป็นต้นทุนหนึ่งซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงพอสมควรสำหรับการลงทุน การทำธุรกิจ โทรคมนาคม ส่วนที่ ๒ คือการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานใช่ไหมครับ คือเราพอได้คลื่นจ่ายค่า คลื่นความถี่แล้วก็ต้องมาลงทุนอีกหลายหมื่นล้านบาทเช่นเดียวกันนะครับ ประเมินว่า ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อโอเปอเรเตอร์ (Operator) หนึ่งในการทำระบบ ๔ จี (4G) ที่ผ่านมา หรือจะไป ๕ จี (5G) ในอนาคต ซึ่งเงินเหล่านี้รวม ๆ มันหลายหมื่นล้านบาทก็เป็น ต้นทุนที่ต้องสะท้อนไปยังค่าบริการ ซึ่งพี่น้องประชาชนต้องจ่าย ซึ่งก็ทำให้ค่าบริการของเรา อาจจะสูงเมื่อเทียบกับบางประเทศที่เขาอาจจะมีค่าคลื่นความถี่ที่ถูกกว่าเรานะครับ หรือเขา อาจจะมีโอเปอเรเตอร์ (Operator) ที่ลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานได้ถูกกว่าเรานะครับ ก็อยากให้มองในเรื่องการลงทุนด้วยว่ามีต้นทุนนะครับ ซึ่งผมคิดว่าถ้าเราสามารถลดต้นทุนของ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมโทรศัพท์มือถือได้ ผมว่าในอนาคตเราอาจจะสามารถลดราคาลงไปได้ เช่น ถ้าเรามีการพบว่าผู้ให้บริการสามารถลดต้นทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานลงได้ ในด้าน โครงสร้างพื้นฐานในการลงทุนระบบลงไปได้ ต้นทุนถูกลง กสทช. ก็มีอำนาจที่จะไปกำกับให้เอกชนลดราคาลงมาได้นะครับ เพราะเราจะมี การศึกษาตลอดว่าต้นทุนเขาถูกลงหรือเพิ่มขึ้นอย่างไร เพื่อกำหนดราคาที่เป็นธรรมกับพี่น้อง ประชาชน นี่คือแนวทางปฏิบัติของ กสทช. ซึ่งทางรัฐบาลก็มีแนวทางที่ตรงกันที่จะคุ้มครอง ประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ส่วนเรื่องการที่จะฮั้วกันหรือไม่นะครับ หมายถึงว่าพูดชื่อก็ได้ คือมีเอไอเอส (AIS) ทรู (TRUE) ดีแทค (DTAC) มี ๓ บริษัท ต่อไปเหลือ ๒ บริษัทก็คือเอไอเอส (AIS) แล้วก็ทรู (TRUE) บวกดีแทค (DTAC) เขาจะฮั้วกันหรือไม่นี่ผมคิดว่าในสภาพที่ดูตอนนี้ ผมไม่เชื่อว่าจะฮั้วกัน เพราะวันนี้เอไอเส (AIS) เป็นหนึ่งในเอกชนที่ทำหนังสือถึง กสทช. คัดค้านการควบรวมกิจการนะครับ ถ้าเขาจะฮั้วกันเขาต้องเห็นด้วยให้ควบรวมแล้วจะได้มา ฮั้วกันเหลือ ๒ รายดีกว่า วันนี้เขาบอกเขาไม่เห็นด้วยกับการควบรวม เข้าใจไหมครับ คือขนาดเอกชนที่เขาจะได้ประโยชน์จากการควบรวมอย่างที่คุณบอกอาการฮั้วกันนี่เขายังไม่ เห็นด้วยเลย เพราะเขาคิดว่าจะเป็นการแข่งขันมีบางอย่างที่เขาเห็นด้วย คุณก็ไปดูเองแล้วกัน ผมไม่อยากพูดแทน นี่ดูจากข่าวนะครับ เพราะฉะนั้นคือบางทีเราก็คาดเดาจากที่เราคิดไปเอง ว่ามันจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่นะครับ ราคาก็ไม่ได้แพงขึ้นนะครับ แล้วผมเชื่อว่าราคาจะถูกลงด้วยในอนาคต แล้วค่าบริการถูกลงแน่นอนนะครับ และเอกชน ที่คุณคิดว่าเขาจะฮั้วกันเขาจะคัดค้านการควบรวมเองเลย เขาไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น มันไม่ตรงกับที่คุณพูดสักอย่างเลยครับ ขอบคุณครับ