ปดิพัทธ์ ชี้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไม่เป็นธรรม-อ้างโควิดไร้เหตุผลวิทยาศาสตร์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๔ สิงหาคม ๒๕๖๕

ปดิพัทธ์ สันติภาดา ตั้งข้อสังเกตการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ต่อเนื่องเกินความจำเป็น โดยชี้ว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์โควิดที่ไม่เร่งด่วนแล้ว และตั้งคำถามถึงเจตนาทางการเมืองเบื้องหลังการยื้อ พ.ร.ก. ดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ยุติการอ้างเหตุฉุกเฉินที่ขาดเหตุผลและไม่เป็นธรรมต่อประชาชน

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล จากการที่ได้ฟังคำชี้แจงของท่านรัฐมนตรีซึ่งก็เป็นการอ่านตามสคริปต์ (Script) ตรงนี้นะครับ เดี๋ยวผมขอมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนว่าเหตุผลที่ทางเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายนั้นผมคิดว่า คำตอบของคณะรัฐมนตรีนั้นไม่เป็นที่น่าพอใจเลยนะครับ แล้วก็ทาง สมช. ด้วยซึ่งผมจะ พยายามสรุปให้กระชับแล้วก็อยากจะขอความร่วมมือจากทางเพื่อนสมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งนี้นะครับว่าอันนี้คือโอกาสในการที่เราจะยืนหยัดเพื่อศักดิ์ศรี แล้วก็หน้าที่ของ สภานิติบัญญัติว่าเรามีหน้าที่ในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร ถ้าเราปล่อยโอกาสนี้ไปนะครับ แล้วทำให้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน นั้นกลายเป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหารที่ปราศจากการตรวจสอบ และพึ่งพาความชอบธรรมจากหน่วยงานของตัวเองเท่านั้น เรื่องแบบนี้จะเป็นที่น่าย่ำยีและ เป็นที่เสียศักดิ์ศรีของสภานิติบัญญัติเป็นอย่างมาก สิ่งที่ท่านตัวแทนจาก สมช. บอกนะครับ การประเมินผลของ พ.ร.ก. นี้จะสิ้นสุดในปี ๒๕๖๗ เพราะฉะนั้นตอนนี้ทั้งที่โรคประจำถิ่น ซึ่งโควิด (COVID) ได้ประกาศเป็นโรคประจำถิ่นไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขสถานการณ์โควิด (COVID) และท่านจะต้องรอการประเมินถึง ปี ๒๕๖๗ นี้ ผมคิดว่าไม่เป็นธรรมกับประชาชน ผมฉีดวัคซีน ๔ เข็มแล้วครับ รัฐมนตรี ๖ เข็มแล้ว ตอนนี้ เอาวิทยาศาสตร์มาคุยกันไหมครับว่าตกลงแล้วเราต้องฉีดวัคซีนกี่เข็ม แล้วจำนวนประชากร เท่าไรถึงจะเรียกว่าไม่ฉุกเฉิน ถ้าพูดอย่างนี้มันเอาอะไรมาวัดกันละครับว่าตอนนี้ประเทศ ยังฉุกเฉินในเรื่องของโควิด (COVID) อยู่ เราเตรียมเปิดประเทศแล้ว ตอนนี้นักท่องเที่ยว ไม่ใช่เราเตรียมเปิดครับ เราเปิดไปแล้ว นักท่องเที่ยวตอนนี้เต็มข้าวสารแล้วนะครับ แล้วถ้ายัง คิดว่าตอนนี้เป็นเรื่องฉุกเฉิน ผมคิดว่าไม่เป็นธรรมและไม่เป็นวิทยาศาสตร์ เป็นการใช้มุมมอง ของฝ่ายความมั่นคงแบบทหาร ที่จริง ๆ แล้วท่านหวาดหวั่นในเรื่องของสถานการณ์ การชุมนุมทางการเมืองเท่านั้นเอง เรื่องของโควิด (COVID) ท่านตัดทิ้งเลยครับ รอบหน้า ถ้าจะประกาศพระราชกิจจานุเบกษาท่านพูดตรง ๆ ไปเลย ท่านพูดตรง ๆ ไปเลยอย่าเอา โควิด (COVID) มาอ้างอีก ท่านอ้างฝีดาษลิงยังดีกว่านะครับ ตอนนี้อ้างโควิด (COVID) มันเป็นข้ออ้างที่ไม่มีใครเขาเชื่อแล้ว แล้วท่านก็ประกาศไปเลยว่าจะคุม ใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน จนกว่าจะมีการเลือกตั้งเสร็จ เอาอย่างนี้ไหมครับ ตอนนี้เหลือแค่ ๒ ประเทศนะครับที่ขยาย พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ไปเรื่อย ๆ ไทยกับพม่า ท่านจะให้ผมเข้าใจอย่างไร พม่านี้บอกเลยนะครับ จะประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน จนกว่าจะมีการเลือกตั้งนะครับ คุณประยุทธ์เอาแบบนี้ไหม ครม. เอาแบบนี้หรือครับ ประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง เรื่องนี้เป็น ประเด็นทางการเมืองครับท่านประธาน ไม่ใช่ประเด็นทางสาธารณสุข เพราะฉะนั้นผมว่า รอบหน้า สมช. ใจกล้า ๆ ครับ ประกาศราชกิจจาไปเลยว่าคุมม็อบ (Mob) จนกว่าจะมีการ เลือกตั้งเสร็จ เรื่องนี้ประชาชนจะได้เข้าใจ และไม่เป็นที่น่าหัวเราะเยาะว่าใช้เรื่องโควิด (COVID) มาอ้างเป็นเวลากว่า ๒ ปีครึ่ง แล้วถ้าครบรอบในเดือนปลายปีนี้ก็คือ ๓ ปีที่ทุกอย่าง ยังฉุกเฉินอยู่ ท่านประธานครับ เวลาเราพูดคำว่าฉุกเฉินนี่เราพูดถึงอะไรครับ ไฟไหม้บ้าน แผ่นดินไหวใช่ไหมครับ นี่ไฟไหม้บ้านมา ๓ ปีแล้วหรือครับยังดับไม่ได้ ประสิทธิภาพคืออะไร ควรจะเปลี่ยนผู้บริหารได้แล้วใช่ไหมครับ ๓ ปีจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ได้ ภาคใต้ ๑๘ ปี จัดการความขัดแย้งสถานการณ์ไม่ได้ และท่านก็รู้ว่าจริง ๆ ภาคใต้นี่ความขัดแย้งมันไม่ได้ เกิดขึ้นเพราะประชาชนหรอกครับ แต่มันเกิดขึ้นเพราะการใช้อำนาจที่ลุเกินของเจ้าหน้าที่รัฐ และปราศจากการตรวจสอบต่างหาก ไม่อย่างนั้นไม่ค้ามนุษย์กันลึ่ม ๆ อยู่ที่ภาคใต้ได้ หรอกครับ เจ้าหน้าที่รัฐทั้งนั้นเลย แล้วเรื่องแบบนี้เราจะอธิบายต่อประชาชนอย่างไรว่า การใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนั้น เป็นแบบที่พวกท่านอภิปราย พอเราดูเรื่องของประสิทธิภาพ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ไม่มีประสิทธิภาพ แล้วท่านอย่าเอาแคนาดามาเทียบไทยเลยครับ ท่านจะ เทียบจัสติน ทรูโดกับประยุทธ์หรือครับ แคนาดาเขาใช้แรงเพราะว่ามันเกี่ยวข้องกับการ ก่อการร้าย แล้วเขาใช้แค่ไม่กี่วันเท่านั้นครับ แล้วจบ อันนี้เราใช้ ๓ ปีแล้วนะครับ โดยคุณประยุทธ์นี่คุณเทียบกับจัสติน ทรูโดนี่ผมคิดว่าท่านไปเขียนมาใหม่เถอะครับ อย่าเอา แคนาดามาอ้างเลย แล้วจริง ๆ หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีการพูดถึง ๑๑ หน่วยงานนี่ผมไม่ได้ แปลกใจเลยนะครับว่าทำไมถึงไม่มีใครเห็นด้วย ก็เพราะไม่มีหน่วยงานไหนในที่นี้ใส่ใจเหตุผล ที่ท่านรังสิมันต์ โรม เสนอก็คือเรื่องสิทธิมนุษยชน ท่านมองความมั่นคงของรัฐบาลเป็นหลัก ต่างหาก ไม่ว่าเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการผิดพลาดอย่างไรนะครับ เราไปดูก็ได้ว่ากระบวนการ ในการบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนั้นเป็นอย่างไร มีปัญหาทั้งตัวบท และมีปัญหาทั้งเรื่องของการ บังคับใช้ ผู้ชุมนุมมากมายนะครับ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องโควิด (COVID) เลย แต่เจ้าหน้าที่ ตำรวจที่มาชี้แจงกับกรรมาธิการพัฒนาการเมืองบอกว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ไปจับกุม และตั้งข้อหาพวกเขา เจ้าหน้าที่ตำรวจจะโดน ๑๕๗ ครับ ไม่ควบคุมโรคติดต่อ ทั้งที่ตำรวจ ก็รู้สึกอับอายนะครับที่ต้องใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน จับคนที่ไอคอนสยาม แต่ในขณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรของรัฐบาลนะครับ คนอย่างแน่นเลยครับ ผมเห็นคนที่ไปล้อมกอด คุณประยุทธ์นะครับ ดูอันตรายมากเลยนะครับ แต่ไม่มีใครโดนจับเลยครับ แต่คนที่ยืนทำ โพลล์ (Poll) คนเดียว คนที่ไปยืนเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาคนเดียวโดนจับเรื่อง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน จำนวนคนก็ไม่ตรง ความเสี่ยงก็ไม่ตรง สุดท้ายเป็นดุลยพินิจที่ไร้ความ รับผิดชอบ รัฐมนตรีไปกินนมที่ทองหล่อเกิดคลัสเตอร์โควิด (Cluster COVID) ไม่เห็นโดนจับ เลยครับ กินนมเย็นที่ทองหล่อนะครับกับเยาวชน แล้วนั่นมันเอฟวิเดนต์ (Evident) ชัดเจน นะครับว่ามันต้นเหตุการณ์ระบาด แต่เยาวชนที่ชุมนุมทางการเมืองไม่มีการระบาดแม้แต่ คนเดียว ท่านยัดคดีใส่เขา แล้วบางคนต้องถูกจำคุกด้วย ท่านประธานครับ เหตุผลที่บอกว่า จะทำให้การควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น มีประสิทธิภาพนั้นตกไปนะครับ แล้วเรื่องความ เป็นธรรมก็ตกไปเช่นกัน เพราะจริง ๆ แล้ว พ.ร.ก. ฉุกเฉิน นั้นเป็นเครื่องมือทางการเมือง เท่านั้นเอง ท่านประธานครับ การบังคับใช้มีปัญหา เนื้อหามีปัญหา เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสภาของเราไม่ควรจะมองว่านี่คือการแก้กฎหมายด้วยใบหน้าของ ท่านรังสิมันต์ที่เป็นคู่ปรับกับคุณประยุทธ์ ไม่ใช่เรื่องของการเขียนว่านี่เป็นร่างของพรรคก้าวไกล แล้วท่านจะคว่ำแต่ท่านกลับมาในหลักการสิครับ ฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่ในการตรวจสอบ ฝ่ายบริหาร แล้วเราก็ไม่ได้ลิดรอนอำนาจฝ่ายบริหาร ท่านก็มีอำนาจในการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แต่เราขอความรับผิดชอบได้ไหมครับ ฉุกเฉินก็คือฉุกเฉิน เอาไป ๓๐ วันก่อน แล้วถ้า จะขยายก็เอาเหตุผลมาคุยกัน ท่านควบคุมโรคได้หรือยังเอามาคุยกัน นำเสนอกัน เราเรียกร้องความโปร่งใส เราร้องเรียกร้องแอกเคานต์เทบิลิตี (Accountability) ของการที่ สภาแห่งนี้จะตรวจสอบฝ่ายบริหาร แต่ถ้าสภาแห่งนี้ปล่อยให้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เป็นเครื่องมือ แบบนี้ ไม่รู้นะครับ หลายคนที่กำลังจะย้ายพรรครอบหน้าอาจจะโดนเช็กบิล (Check Bill) ก็ได้เวลาที่เคลื่อนไหวทางการเมืองและตรงข้ามกับรัฐบาล ผมคิดว่าตอนนี้เรามีศักดิ์ศรี กันหน่อยเถอะครับ แล้วก็รับหลักการของ พ.ร.บ. นี้เสีย ปรับปรุงให้สถานการณ์ฉุกเฉินนั้น เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่เราตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนไม่ใช่รับใช้ผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะ นายกรัฐมนตรีที่บ้าอำนาจ เรื่องนี้เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยการรับหลักการ ไม่ว่าท่าน จะเห็นด้วยในรายละเอียดต่าง ๆ ระยะเวลามาต่อรองกันได้ อำนาจของศาลปกครอง มาต่อรองกันได้ แต่ถ้าแม้แต่หลักการยังไม่รับนี่ผมคิดว่าสภาแห่งนี้กำลังโดนแทรกแซง โดยอำนาจดิบเถื่อนของฝ่ายบริหารที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอย่างแท้จริง และจริง ๆ แล้ว ถ้าจะคว่ำกัน ส.ส. รัฐบาลควรจะเดินหน้าอภิปรายต้านกันหน่อยนะครับ ไม่ใช่นั่งเงียบ ๆ แบบนี้ แล้วถึงเวลาก็กดปุ่มเพื่อจะคว่ำกฎหมายนี้ ผมคิดว่าไม่แฟร์ (Fair) แล้วก็ไม่เป็นเหตุ เป็นผลเลย แล้วมันจะบันทึกเอาไว้เลยว่าสภาแห่งนี้โหวตคว่ำ พ.ร.บ. นี้ในวาระที่ ๑ โดยไม่มี เหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นเพียงการรับใช้อำนาจของคุณประยุทธ์แล้วก็ ครม. ซึ่งวันนี้ก็ชี้แจง ได้น่าผิดหวังมาก ท่านประธานครับ สิ่งที่เกิดขึ้นผมอยากจะอ่านอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้บันทึกอยู่ ในสภานี้อย่างชัดเจนว่าพรรคก้าวไกลของเราสนใจในเรื่องของความมั่นคงของประเทศ แน่นอน แต่ความมั่นคงของประเทศนั้นจะต้องนำมาซึ่งการตรวจสอบถ่วงดุลของฝ่ายบริหาร ที่ประชาชนนั้นมีปากมีเสียงโดยที่ไม่ได้มีการลุแก่อำนาจทางกฎหมายและเราใส่ใจในเรื่อง ของสิทธิมนุษยชน ซึ่งความเห็นของคณะกรรมการสิทธิได้พูดถึงว่าเห็นด้วยว่าควรจะมีการ เพิ่มกลไกตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารเพิ่มขึ้น ซึ่งร่างพระราชบัญญัติ ได้แบ่งกลไกการตรวจสอบเป็น ๒ ส่วน คือการประการครั้งแรกและการขยายเวลา ซึ่งเห็นสมควรว่าการขยายเวลาควรจะให้สภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบด้วย ถ้าเรานึกสภาพ กฎหมายแบบนี้ได้บังคับใช้ไปแล้ว คณะรัฐมนตรีก็คือแค่เอากลับมารายงานสภาเท่านั้นเอง ว่าคุณใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ไปแล้ว ๓ เดือนมีผลอย่างไร ใช่ไหมครับ แล้วเสียงข้างมาก ของรัฐบาลก็ยังซัปพอร์ต (Support) หรือสนับสนุนให้คณะรัฐมนตรีนั้นใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ต่อไปได้ แต่นี่ไม่เคยมีการชี้แจงใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่เคยมีอะไรที่ต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น และผม คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าอัปยศจริง ๆ และทำให้ฝ่ายบริหารนั้นลอยนวล ไร้การตรวจสอบ โดยนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจล้นมือ จริง ๆ แล้วถ้าท่านนายกรัฐมนตรีอยากจะใช้ ม. ๔๔ ต่อ ก็ใช้ไปเลยครับ จริง ๆ ตอนนี้ก็มาใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แทน ท่านไม่เหลืออำนาจแล้วครับ มีแต่ความหวาดกลัวว่าประชาชนนั้นจะลุกฮือขึ้นต่อต้านท่าน ผมเห็นใบหน้าของคุณประยุทธ์ ต่อ พ.ร.ก. จนถึงหลังเลือกตั้งแน่ ๆ ครับ เพราะจนตอนนี้ท่านยังไม่รู้เลยจะเอา ๑๐๐ หรือ ๕๐๐ ท่านยังไม่รู้เลยว่าใครเป็นเพื่อนแท้ของท่านบ้างที่อยู่ข้าง ๆ ท่าน เสียบทิ่มแทง พังกันไปหมด เพราะฉะนั้นอันนี้ล่ะครับ มันให้เห็นชัดเจนว่าเราเดินหน้าไปสู่ประเทศที่มี ฉันทามติและมีประเทศที่สงบสุขไม่ได้เลย ท่านจะใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่ไร้เหตุผลแบบนี้เพื่อให้ ประเทศนี้สงบสุขจริง ๆ หรือครับ ท่านไปดูก็ได้ว่าคนที่โดน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ๒,๐๐๐ กว่าคน มันมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโควิด (COVID) นิดเดียวเท่านั้นเองที่เหลือเป็นเรื่องการต่อต้านรัฐบาล ครับ และจริง ๆ เป็นการต่อต้านรัฐบาลที่ไม่มีความรุนแรงด้วย เมื่อสักครู่ท่าน สมช. บอกว่า ใช้ในการควบคุมการชุมนุมที่มีความรุนแรง รุนแรงตรงไหนครับ น้อง ๆ ที่ท่านอมรัตน์ชี้แจง ไปนี่ มีกระดาษเปล่าแผ่นหนึ่งกับสติ๊กเกอร์ (Sticker) มีอาก้าหรือครับ มีปืนหรือครับ ที่ท่านต้องใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน จับเขาไม่มีนะครับ มานั่งคุยกันเถอะครับ เอาเหตุเอาผลมาคุยกัน ประชาชนจะได้รับความเป็นธรรมไม่ว่าเขาจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล เขาควรมี พื้นที่ที่ปลอดภัยในการแสดงออก ท่านประธานครับ การขยายเวลาต่อไปเรื่อย ๆ สวนทางกับ จำนวนวัคซีนที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับการเปิดประเทศ สวนทางกับทุกอย่าง แต่การขยายเวลาต่อไปเรื่อย ๆ โดยไร้ซึ่งเหตุผลนะครับ โดยเฉพาะการประกาศล่าสุดที่ไม่มี บทบาทของกระทรวงสาธารณสุขเลยนะครับ เป็นตำรวจทหารนั่งทุบโต๊ะเลยว่าจะขยาย พ.ร.ก. สิ่งนี้เองนะครับสะท้อนชัดเจนว่าเราปล่อยให้อำนาจของนายกรัฐมนตรีไร้ซึ่งการ ตรวจสอบถ่วงดุลแบบนี้ไม่ได้ แล้วสิ่งที่เราสามารถยืนยันได้ว่าเราเห็นด้วยกับหลักการนี้ และเห็นด้วยกับอำนาจของสภานิติบัญญัติ ผมคิดว่าผมขอให้ทางมือในสภาแห่งนี้ได้รับ หลักการร่างของท่านรังสิมันต์ โรม และที่เหลือเราไปว่ากันต่อในกรรมาธิการ ท่านประธานครับ เรากำลังจะมีการเลือกตั้งแล้วนะครับไม่ว่ามันจะเร็วหรือช้าก็ตามและเราเห็นชัดเจนว่า ในสภาเราปั่นป่วนแค่ไหน แต่ความปั่นป่วนนี่ท่านเอากฎหมายมากดไว้ไม่ได้การปั่นป่วนนี้ มันคือการที่เราคลายล็อกและให้ประเทศนั้นเดินหน้าไปสู่ฉันทามติทางการเมืองคือการ เลือกตั้งในปีหน้านะครับ แต่ถ้าประชาชนยังไม่มีสิทธิเสรีภาพอย่างเต็มที่ในการรณรงค์ ในการแสดงออกทางความคิด ถ้าประชาชนยังไม่มีโอกาสเต็มที่ในการที่จะแสดงออกว่าเขา เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลแล้วยังมีแต่ความอยุติธรรมที่กดขี่ประชาชนแบบนี้ต่อไป ผมคิดว่าพวกเราไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ได้ แล้วผมคิดว่าประชาชนจะต้อง สั่งสอนพวกเราในการเลือกตั้งรอบหน้าแน่นอน แต่อย่างไรก็ดีไม่ว่าเราจะรับหรือไม่รับ หลักการพวกเราคิดถึงหน้าประชาชนเถอะครับ คิดถึงหน้าประชาชนที่ตอนนี้ถูกกฎหมาย อยุติธรรมแบบนี้กดขี่อยู่ต้องติดกุญแจติดตามตัว ต้องติดกำไลข้อเท้าติดตามตัว พวกเขา สูญเสียโอกาสในการเรียน พวกเขาสูญเสียโอกาสในการสร้างเศรษฐกิจในการดูแลครอบครัว เวลาเราคุยกันในห้องแอร์ (Air) แบบนี้เรามองตัวเลข ๒,๐๐๐ กว่าคนท่านมองเป็นเรื่องเล่น ๆ เป็นเรื่องสบาย ๆ ว่าตอนนี้ประเทศก็สงบดี แต่ท่านลองไปสวมรองเท้าอยู่ในครอบครัว ของเขาสิครับ ลองเป็นลูกหลานท่านสิครับ ลองเป็นพ่อแม่ท่านที่โดน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน สิครับ ผมคิดว่าท่านมายืนชี้แจงแบบนี้ไม่ออก คืนความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชนเถอะครับ แล้วก็รับ พ.ร.บ. นี้ไปมันคงไม่ได้เสร็จเร็วแน่หรอกครับ ผมคิดว่าก็ยังมีเวลาเรื่อย ๆ ให้พวกท่าน ได้แก้ไขคำว่า ฉุกเฉินของท่านเอาให้จบได้ไหมครับโควิด (COVID) นี่เอาให้จบได้แล้วครับ แล้วก็เดินหน้าให้ พ.ร.บ. นี้ได้รับการรับรองแล้วไปต่อให้กลายเป็นกฎหมายที่ชอบธรรม ผมคิดว่าเรื่องนี้ทางสภาของเราตัดสินใจให้ดีขึ้นได้โดยที่ไม่ต้องไปเชื่องหรือว่าเชื่อฟัง ฝ่ายบริหารอย่างที่ตอนนี้ทุกท่านทำอยู่ขอบคุณครับ