สุพิศาล ถามความพึงพอใจลด ชี้ข้อมูลเปรียบเทียบไม่ชัด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตั้งคำถามเกี่ยวกับผลการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของหน่วยงานภาครัฐตามรายงาน GES โดยเฉพาะประเด็นความพึงพอใจของประชาชนที่ลดลงและการดำเนินโครงการที่ล้มเหลว พร้อมทั้งวิพากษ์การที่รัฐบาลชะลอการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยเรียกร้องให้เร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อเสริมบทบาทการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพ

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตมาช้านิดหนึ่งเพิ่งวิ่งขึ้นมาครับ ในรายงานเล่มนี้ เล่มที่ ๒ กราบเรียนท่านประธานครับ ผมเข้าในหนังสือเลยนะครับ โดยเฉพาะบทที่ ๔ ในบทที่ ๔ เรื่องการวิเคราะห์ประเมินผล การปฏิบัติงานตามกรอบประเมินผลภาคราชการแบบบูรณาการจีอีเอส (GES) ผมกราบเรียน โดยขอให้คณะกรรมการช่วยเปิดดูในเอกสารในรายงาน ผมมีคำถามอยู่ ๒ ๓ คำถามในมิติ ภายนอกและมิติภายในเอกสารนี้ โดยเฉพาะประกอบการรายงานในหน้า ๘๘ ที่เป็นชาร์ต (Chart) เลย แล้วก็มีสร้อยอยู่ตั้งแต่หน้า ๘๙ ไป เดี๋ยวผมจะถามเป็นคำถามในการประเมินผล โดยเฉพาะมิติภายนอกมันจะมีเรื่องการประเมินผล ประสิทธิผล ที่เรียกว่าผลลัพธ์หรือผลผลิต แล้วก็ความพึงพอใจ ส่วนมิติภายในนั้นก็เป็นเรื่องของการประเมินประสิทธิภาพ แล้วก็ การพัฒนาองค์กร มีประเด็นอยู่ ๒ ประเด็นเองครับท่านประธาน ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมา ของจีอีเอส (GES) ที่อยู่ในเอกสารในหน้าที่เกี่ยวข้องของมิตินี้คืออยู่หน้า ๙๑ ครับท่านประธาน ลงรายละเอียดว่าการประเมินผลคุณภาพความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อผลประโยชน์ที่ ได้รับจากการบริการและที่มีกระบวนงานในการบริการ กสม. บอกว่าปี ๒๕๖๔ แบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ คือกลุ่มที่มีความพึงพอใจต่อผู้รับบริการที่ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนัก กสม. ปรากฏว่าปีนี้ได้ ๙๐.๐๖ ระดับ ๕ แต่ปีที่แล้วครับท่านประธาน ไม่บอกครับ แต่ไปดูหน้า รายละเอียดพอดีผมไปเจอตัวเล็ก ๆ ในตาราง ๙๔.๔๐ ครับ เพราะเหตุอะไรไม่เขียนไว้ในนี้ครับ ไม่เขียนว่าเพราะเหตุใดว่าเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาการให้บริการและตัวชี้วัดตัวนี้ลดลง จุดสี่กว่าครับท่านประธาน ก็ช่วยหาคำตอบให้ด้วยครับว่ามันคืออะไรคือแผนงานโครงการไหน ที่มันทำแล้วไม่ซักเซส (Success) แล้วก็ไม่สามารถที่ไปต่อได้นะครับ อันนี้เป็น ๑ คำถามครับ และมาที่มิติภายในครับท่านประธาน มิติภายในเช่นกันครับเรื่องของการประเมินประสิทธิภาพ เอฟฟิเซนซี (Efficiency) ในเรื่องของการกำหนดการประเมินผลจำนวนโครงการกิจกรรม ที่ดำเนินการแล้วเสร็จและบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่เปรียบเทียบในโครงการกิจกรรม ตามแผนปฏิบัติประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ให้เข้าเป้าหมาย ๕ ครับแล้วก็ได้ร้อยละ ๙๐ ในทีนี้ปรากฏว่าความสำเร็จของภาพเป้าหมายระยะเวลานั่นคือได้ ๗๗.๗๘ ปี ๒๕๖๓ ๘๐.๓๔ หายไปเหมือนกัน ๒ กว่าครับ ในส่วนของกิจกรรมแผนงานโครงการที่ถูกยกเลิกไปแต่อันนี้ มีเหตุผลครับ เขียนเหตุผลครับเพราะโควิด (COVID) ครับท่านประธาน ผมก็พอรับฟังได้ครับ แต่หวังว่าปี ๒๕๖๕ ที่กำลังทำนี่น่าจะดีขึ้นปีหน้ามาแล้วผมจะดูนะครับ ไปที่หน้านี้ครับ หน้านี้เป็นหน้าที่ผมอ่านเจอแล้วผมสะท้อนหัวใจครับ ท่านถูกแช่แข็งแน่นอนท่านประธานครับ แช่แข็งอะไรครับ แช่แข็งกฎหมายครับ บทที่ ๕ ครับท่าน ขอบคุณครับที่ กสม. มาฟ้องสภา แห่งนี้ครับ พูดให้ดัง ๆ ชัด ๆ เลยครับว่าสภาแห่งนี้จะตอบโจทย์ท่านได้ แต่รัฐบาลแช่แข็ง ตามรายงานที่ท่านเขียนมาในข้อสังเกตในหน้า ๙๕ ท่านประธานครับ อ่านชัด ๆ เลยครับว่า ข้อเสนอแนะของรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ เรื่องมาตรา ๒๖ (๔) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ปี ๒๕๖๐ เรื่องราวเป็นอย่างไรครับ ในบลา บลา บลา (Blah Blah Blah) ผมไม่อ่านทั้งหมดครับ เวลาผม เหลืออีก ๒ นาที แต่ในสาระสำคัญคือท่านเห็นควร กสม. เห็นควรว่าจะต้องมีกฎหมายครับ ต้องแก้กฎหมายแก้ พ.ร.ป. นี้นะครับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญก็พยายาม ๆ ในนี้ โดยเฉพาะจะขอเพิ่มหน้าที่และอำนาจการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่ขาดไปครับ รัฐบาลไม่ให้ครับ เขียนไปนี่ประชุมตั้งแต่วันแรกครับท่านประธาน วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๔ ไล่ไปผมไม่พูด มากไล่ไปจนถึงหน้าหลังเลยครับผมขีดแดง ๆ เต็มไปหมดเลย จบสุดท้ายครับท่านประธาน วันที่ ๒๕ ตุลาคม กสม. ได้ดำเนินงานตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้รับร่างพระราชบัญญัติประกอบ ไปพิจารณาทบทวนกับท่านอัยการ สำนักงานกฤษฎีกา และสำนักงานปลัด สำนักนายกเรียบร้อย ปัจจุบันอยู่ระหว่างสรุป ให้กำลังใจครับทาง กสม. ครับ ถ้าท่านอ่านหน้า ๙๖ ผมอธิบายให้ฟัง พูดง่าย ๆ ว่าท่านสู้ไฟต์ ไฟต์ ไฟต์ (Fight Fight Fight) กับรัฐบาลครับ แต่รัฐบาลไม่เคยสนใจ เรื่องนี้ ผมให้ความสำคัญมากว่าตามที่ท่านห่วงใยประชาชนห่วงใยเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะ เรื่องการประนีประนอมข้อพิพาทหรือการไกล่เกลี่ยในชั้นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ท่านต้องการอำนาจเข้าไปเคลื่อนตัวให้มากที่สุด และผมก็ให้ความสำคัญด้านนี้ครับ เพราะว่า การที่จะมีอำนาจที่จะไปดำเนินการให้คู่กรณีมาตกลงประนีประนอมหรือแก้ไขปัญหาการ ละเมิดสิทธิซึ่งมีหลากหลาย เรียกรัฐบาลมาก็ได้ครับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่อยู่ใต้อุ้งมือ อุ้งมือของรัฐบาลตอนนี้กระทำการเกินเคย เกินขอบ เกินเขตของกฎหมายไปมาก วันนี้ประกาศ ครับท่านขยาย พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปอีก ๒ เดือนครับ ท่านตามเลยครับว่าในม็อบ (Mob) ที่จะเกิดขึ้นนี่ จะละเมิดไหม นี่ละครับเหตุผลที่รัฐบาลแช่แข็งของท่านครับ กฎหมายของท่านคงยากหน่อย หาวิธีการอื่นให้ชาวบ้าน นักศึกษา นักเรียน ลงประชามติมาจะได้แก้ไขกฎหมายครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ