วสันต์ ภัยหลีกลี้ ขอบคุณข้อเสนอแนะและขอบคุณ กสม. ชุดที่ 3 และ 4 ที่ทำงานคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างรวดเร็ว โดยเน้นการแก้ไขปัญหาเชิงระบบควบคู่กับการตรวจสอบรายกรณี โดยเฉพาะประเด็นสิทธิพลเมืองและการชุมนุมทางการเมืองซึ่งถือเป็นสถานการณ์พิเศษที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 พร้อมรายงานผลการเฝ้าระวังการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการควบคุมฝูงชนและเสนอแนวทางสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการชุมนุมเพื่อลดความรุนแรง รวมถึงขับเคลื่อนเรื่องกระบวนการยุติธรรม การซ้อมทรมาน และการอุ้มหายด้วยการพัฒนาวิธีการบันทึกหลักฐานทางการแพทย์และจิตวิทยา พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน วสันต์ ภัยหลีกลี้ เสนอแนะเรื่องการปล่อยตัวชั่วคราวโดยขอให้ศาลยุติธรรมยึดหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาไม่มีความผิดจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และพิจารณาใช้มาตรการอื่นแทนการคุมขัง เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว พร้อมทั้งรายงานผลการตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมตัวต่างๆ เพื่อส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน วสันต์ ภัย
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ผม วสันต์ ภัยหลีกลี้ กสม. ขออนุญาตขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำข้อเสนอแนะ ความเข้าใจและกำลังใจที่ได้ให้กับทาง กสม. แล้วก็สำนักงาน กสม. นะครับ ในเรื่องการทำงานก็ขออนุญาตนำเรียนว่า กสม. ชุดที่ ๔ เข้ามาทำงานในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมปี ๒๕๖๔ ดังนั้นในรายงานที่นำเสนอต่อที่ประชุม ก็เป็นการคาบเกี่ยวของ กสม. ชุดที่ ๓ และชุดที่ ๔ ก็ขออนุญาตนำเรียนว่าเราก็พยายามที่จะ ทำงานคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างรวดเร็วแล้วก็ส่งเสริมวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชน รวมทั้งทำงาน ร่วมกับทุกภาคส่วนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เพื่อที่จะแก้ไข ปัญหาสิทธิมนุษยชน เราพยายามที่จะแก้ไขปัญหาเชิงระบบอย่างที่ท่านประธาน กสม. ได้กล่าวไว้ พยายามที่จะดูในเชิงของนโยบายแล้วก็แก้ไขปัญหาในแง่องค์รวม ขณะเดียวกันก็ตรวจสอบแล้วก็ ประสานการคุ้มครองเป็นรายกรณีไปด้วยนะครับ ในเรื่องสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ขออนุญาตนำเรียนนะครับว่าทาง กสม. ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไม่ได้น้อยไปกว่าเรื่องเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมหรือว่าสิทธิในประเด็นอื่น ๆ เรื่องการชุมนุมทางการเมืองก็ให้ความสำคัญหยิบยกขึ้นมาเป็นสถานการณ์สิทธิมนุษยชน เป็นสถานการณ์พิเศษควบคู่กับเรื่องโควิด (COVID) ซึ่งมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนทั้งหลาย ในเรื่องการทำงานเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองนะครับ ปีที่แล้วเราได้ออกรายงานทั้งหมด ๓ รายงานด้วยกัน เป็นรายงานชิ้นใหญ่ แล้วในรายงานที่ออกไปโดยรวมก็ต้องเรียนว่าทาง เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ในการควบคุมดูแลการชุมนุมก็มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งเรื่องเกี่ยวกับ การใช้อุปกรณ์ในการควบคุมฝูงชนหรือว่าเรื่องการจัดการการชุมนุม อย่างไรก็ตามเราก็ว่า ผู้ชุมนุมบางส่วนมีอาวุธหรือว่าใช้สิ่งเทียมอาวุธ เราย้ำว่าบางส่วน เนื่องจากว่าการชุมนุมโดยรวม เราก็คิดว่าเป็นการใช้สิทธิตามที่รัฐธรรมนูญและกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิ ทางการเมืองให้การคุ้มครองเอาไว้ ในส่วนเรื่องเกี่ยวกับการชุมนุมเราได้มีเวทีเพื่อที่จะคุ้มครอง สิทธิเด็กในสถานการณ์การชุมนุมด้วย เพราะเราคิดว่าการชุมนุมในช่วงปีที่ผ่านมามีเด็กและ เยาวชนเข้าร่วมจำนวนมาก แล้วก็พยายามที่จะให้มีเวทีในการหาทางออกร่วมกันของภาคส่วน ต่าง ๆ ทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งฝ่ายผู้ชุมนุม แล้วก็องค์กรภาคประชาสังคม รวมทั้งสื่อมวลชน เรามีการตั้งเวทีเพื่อที่จะสร้างความเข้าใจแล้วก็กำหนดกติการ่วมกัน ผมคิดว่าเรื่องนี้ทำให้มี ข้อเสนอแนะว่าในการชุมนุมควรจะมีพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่ชุมนุม เพราะว่าการชุมนุม ส่วนหนึ่งก็เป็นการใช้สิทธิ ขณะเดียวกันก็อาจจะกระทบสิทธิของบุคคลทั่วไปได้เช่นกันครับ ในเรื่องสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองเราให้ความสำคัญ เรายกให้เรื่องสิทธิในกระบวนการ ยุติธรรมเป็นประเด็นที่สำคัญที่จะต้องขับเคลื่อนในปี ๒ ปีนี้ แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับการซ้อมทรมาน การอุ้มหาย เราได้มีเวทีในเชิงวิชาการแล้วก็ได้มีการจัดอบรม ก็พยายามที่จะพัฒนาให้มีการ บันทึกหลักฐานทางการแพทย์กรณีที่มีการซ้อมทรมาน เพราะว่าปัญหาก็คือบางทีร่องรอย ทางร่างกายนี้หายไปแล้ว เมื่อเราเข้าไปตรวจสอบก็อยากให้มีกระบวนการการตรวจสอบสามารถ ที่จะใช้ทางด้านจิตวิทยา ด้านจิตแพทย์เข้ามาช่วยดูความบาดเจ็บทางด้านจิตใจเข้ามาประกอบ กันด้วยนะครับ ในอีกหลายเรื่องก็ขออนุญาตนำเรียนว่าเรามีข้อเสนอไปต่อภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นทางกระทรวงดีอีเอส หรือว่าทางกระทรวงยุติธรรม ทั้งในแง่ของการที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในข้างหน้า รวมทั้งเพื่อที่จะแก้ไขแล้วก็เยียวยากรณีที่เกิดขึ้น หลายกรณีอย่างเช่นเรื่องของ การใช้อาวุธหรือกระบวนการในการสลายการชุมนุม เราก็ได้พูดคุยกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีข้อเสนอแนะไปเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็มีเวทีพูดคุยร่วมกัน ซึ่งก็มีพัฒนาการไปในทิศทาง ที่ดีขึ้น ผมคิดว่าถ้าผู้ชุมนุมเองเป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐเคารพสิทธิ ของผู้ชุมนุม เหตุการณ์ที่จะเกิดความรุนแรงขึ้นก็คงจะลดน้อยลงนะครับ เรื่องที่เราติดตาม การชุมนุมจะขออนุญาตนำเรียนว่าทาง กสม. นอกจากจะมีการเฝ้าระวังหรือมอนิเตอร์ (Monitor) เหตุการณ์อยู่โดยตลอดแล้วก็อย่างต่อเนื่องนะครับ เรายังได้ลงพื้นที่ รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ของ สำนักงานลงพื้นที่สังเกตการณ์การชุมนุมเป็นระยะ ๆ แล้วก็พูดคุยกับทั้ง ๒ ฝ่ายด้วยนะครับ นอกจากนั้นก็ยังได้มีแถลงการณ์หรือว่าท่าทีออกมาเป็นระยะ ๆ ที่สำคัญที่สุดก็คือว่าเรา เรียกร้องให้ทุกฝ่ายไม่ใช้ความรุนแรงนะครับ เรามีแถลงการณ์ มีข้อเรียกร้องขอให้ทุกฝ่ายยุติ การใช้ความรุนแรง เพราะเราคิดว่าการชุมนุมที่จะได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแล้วก็ตาม กติการะหว่างประเทศก็เป็นการชุมนุมที่เป็นสิทธิที่สามารถทำได้อยู่แล้วนะครับ
อีกประเด็นหนึ่งนะครับ อยากขออนุญาตพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการปล่อยตัวชั่วคราว เรื่องนี้เราก็ได้มีข้อเสนอแนะไปทางสำนักงานศาลยุติธรรมนะครับ เราเห็นว่าเรื่องการปล่อยตัว ชั่วคราวเป็นอำนาจของศาลยุติธรรมนะครับ ตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามนะครับ ข้อเสนอแนะของ กสม. เราก็เสนอให้ศาลยุติธรรมพิจารณากำหนดแนวทางการใช้ดุลพินิจเกี่ยวกับการพิจารณา ปล่อยชั่วคราวโดยยึดหลักการ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิดจนกว่า จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดนะครับ แล้วก็หลักการที่ว่าทุกคนพึงมีสิทธิได้รับ การอนุญาตให้ปล่อยระหว่างการพิจารณาคดีตามที่รัฐธรรมนูญแล้วก็กติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองได้ให้การรับรองและคุ้มครองไว้ ประกอบกับประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วยนะครับ นอกนั้นก็มีข้อเสนอแนะไปด้วยครับว่าควรจะ พิจารณาถึงมาตรการอื่นแทนการคุมขังด้วยนะครับ อย่างเช่น การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ติดตามตัว เป็นต้นครับ
ในเรื่องเกี่ยวกับการตรวจเยี่ยมนะครับ ตรวจเยี่ยมเรือนจำ สถานกักกัน เราก็ ได้มีการดำเนินการมาโดยตลอดนะครับ เราได้มีการเข้าไปเยี่ยมสภาพของผู้ต้องขัง ทั้งจาก กรณีโควิด (COVID) แล้วก็กรณีชุมนุมทางการเมืองด้วยนะครับ เรามีโครงการต่อเนื่องเรื่องนี้ครับ เพื่อที่จะดูแลให้ผู้ที่ถูกควบคุมตัวได้รับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนนะครับ ก็เรียกว่าเป็น โครงการตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมตัวเพื่อเป็นการส่งเสริมการเคารพสิทธิแล้วก็การปฏิบัติ ตามหลักสิทธิมนุษยชนนะครับ มีการตรวจเยี่ยมทั้งเรือนจำ ทัณฑสถาน สถานกักตัวของ ตม. สถานบำบัดฟื้นฟูยาเสพติดในค่ายทหาร รวมทั้งมีโครงการที่จะไปตรวจเยี่ยมศูนย์ซักถาม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วก็สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในสังกัด พม. ด้วยนะครับ
โครงการเกี่ยวกับเรื่องสิทธิของเด็ก ผมขออนุญาตนำเรียนเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะครับ สิทธิเด็กเราก็ได้ติดตามดูแลแล้วก็มีการจัดเวที การจัดประชุม ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการ ชุมนุมทางการเมืองนะครับ แต่ว่าสิทธิเด็ก โดยเฉพาะสิทธิในเนื้อตัวร่างกายนะครับ ระหว่างนี้ ก็อยู่ระหว่างการทำโครงการร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ แล้วก็หารือ กับทางกระทรวงศึกษาธิการ ก็จะพยายามรณรงค์เพื่อที่จะให้มีการคุ้มครองแล้วก็ไม่ละเมิด สิทธิในเนื้อตัวร่างกายของเด็กครับ ขอบพระคุณครับ