สมชาย ฝั่งชลจิตร หารือเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้คำแนะนำแก่รัฐบาล
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกลครับ ขอบคุณท่านประธาน ที่เปิดโอกาสให้ผมได้อภิปรายในรายงานผลประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ท่านประธานที่เคารพและเพื่อสื่อสารไปยังคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วันนี้เราเห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่ทั่ว ๆ ไปเป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือนและรายปี คณะกรรมการทุกท่านก็อยู่ในแวดวงของการต่อสู้เพื่อให้การคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพของประชาชนได้รับการปกป้อง หลายท่านอยู่ในขบวนการของการต่อสู้จนกระทั่งว่า เราสามารถที่จะเอาคณะกรรมการองค์กรอิสระด้านสิทธิมนุษยชนให้ปรากฏขึ้นในรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ แต่วันนี้สิ่งที่มันเห็นกันเป็นประจำและเป็นปกติว่าเราจะทำอย่างไรที่จะให้ มาตรฐานของคำว่า สิทธิมนุษยชน มันมีความกว้างและเป็นที่เข้าใจของคนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ถืออำนาจรัฐคืออำนาจทางกฎหมาย สิ่งที่เป็นบทบาทหน้าที่สำคัญแล้วจะเป็น ตัวชี้วัดได้ว่ามาตรฐานทางสิทธิมนุษยชนมันมีความก้าวหน้าในประเทศไทยหรือไม่ เราก็ต้องเอา ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและมาเทียบเคียงกับรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นฉบับใด แต่ถ้าเป็นฉบับปี ๒๕๖๐ หมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยตั้งแต่มาตรา ๒๕ ถึงมาตรา ๒๙ ว่ารัฐไทยข้าราชการที่รับผิดชอบผู้มีอำนาจรัฐบาลสามารถปฏิบัติตามแนวทาง ที่เป็นปฏิญญาสากลหรือว่าตามแนวทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหมวด ๓ ตั้งแต่มาตรา ๒๕ ถึงมาตรา ๔๙ แต่วันนี้ผมอยากจะคุยผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนว่า วันนี้การละเมิดสิทธิมนุษยชนมันมีตั้งแต่รอบพื้นที่ในประเทศไทย สิ่งที่มันมาอย่างตรงไปตรงมา ก็คือวันนี้ท่านคณะกรรมการท่านเห็นไหมครับว่ากฎหมายที่ร่างขึ้นมาในช่วงรัฐบาล คสช. หรือในนามของ สนช. หลายฉบับมันเป็นกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการละเมิด มาตรา ๓๔ และมาตรา ๔๓ ซึ่งเป็นเรื่องของสิทธิชุมชนกฎหมายที่ร่างมาหลายฉบับผมไม่ต้อง พูดมาก เช่น กฎหมายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พระราชบัญญัติสงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุและที่สำคัญก็คือแนวคิดในเรื่องของการ กำหนดโครงสร้างการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เขตพื้นที่พัฒนาพิเศษรอบ ๆ ประเทศไทย ท่านคณะกรรมการท่านเห็นไหมครับว่าทั้งกฎหมายและโครงการที่รัฐทำผ่านนโยบายมันมี การละเมิดสิทธิมนุษยชนเต็มไปทุกพื้นที่ ไม่ยอมรับความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในเรื่อง สิทธิชุมชน เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกสภาท่านหนึ่งได้พูดมาแล้วก็คือเรื่องจะนะเมืองพัฒนาที่จะ อ้างว่าทันสมัย แต่นั่นคือการซ้ำเติมการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน เมื่อเช้าผมได้หารือ ผ่านท่านประธานสภาไปในเรื่องตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ที่เปิดโอกาสให้หน่วยงาน ของรัฐไปละเมิดสิทธิชุมชนซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่เขาเป็นชาวทะเลมาเป็นร้อยปี พื้นที่ชายฝั่ง บนเกาะบางวันก็น้ำกัดเซาะ บางปีก็มีการฟื้นชายหาดขึ้นมา แต่บางปีที่น้ำกัดเซาะพื้นที่ที่เขาอยู่ ริมทะเลเขาก็เหมือนกับถูกกล่าวหาว่าอยู่ในทะเล การแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติการเดินเรือ ในน่านน้ำและพ่วง มาตรา ๑๗๗ ไป จนกระทั่งว่าวันนี้ไปกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่ ในลำคลองเกือบทั้งหมด ผู้คนที่อยู่ริมทะเลในเกาะทั้งหมด วิถีชีวิตชาวเล กรรมการสิทธิมนุษยชน ผมจะฝากต่อท่านว่าช่วยดูคนเหล่านั้นว่าเขาเป็นคนด้วยได้ไหม วันนี้รัฐบาลออกกฎหมาย จนกระทั่งว่าผู้คนที่อยู่ในผืนดิน ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวน พื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติมานับสิบ ๆ ปี ทำมาหากินเลี้ยงชีพกลายเป็นผู้บุกรุกที่จะต้องบอกว่ารัฐเท่านั้นที่จะอนุญาตให้คุณอยู่ได้ สิทธิชุมชนที่มี ไม่ว่าจะเป็นสิทธิของพี่น้องชาติพันธุ์ สิทธิของชุมชนดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นชุมชน เมืองใด ไม่ว่าที่พิษณุโลกหรือนครสวรรค์ ล้วนแต่เป็นการกระทำที่มีลักษณะของการใช้กฎหมาย ในเชิงละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕ ถึงมาตรา ๔๙ ต้องเอาไปทบทวนเพื่อให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ให้คำแนะนำกับรัฐบาลว่า สิ่งเหล่านั้นมันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนจริง ๆ ก็อยากจะเป็นความหวังให้กับพี่น้องผู้ได้รับ ผลกระทบจากแนวนโยบายของรัฐและกฎหมาย ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนไปดำเนินการ ให้คำแนะนำเพราะเป็นบทบาทหน้าที่ของท่านทำได้ไม่มากไปกว่านี้หรอกครับ ขอบคุณมากครับ