อิทธิพล แจงนโยบายสืบสานวัฒนธรรม-เร่งขึ้นทะเบียนโบราณสถานร่วมประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕

อิทธิพล คุณปลื้ม ชี้แจงนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมในการสืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรม โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนตามหลักธรรมาภิบาล พร้อมรายละเอียดการแบ่งเขตพื้นที่ดูแลโบราณสถานในภาคใต้ของกรมศิลปากรที่ใช้สำนักศิลปากรที่ 11 และ 12 รับผิดชอบร่วมกันทั้ง 14 จังหวัด และย้ำถึงความสำคัญของการขึ้นทะเบียนแหล่งโบราณคดีอย่างต่อเนื่อง การร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินการตามกฎหมายอย่างรอบด้าน

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ท่านผู้เข้าร่วม ชี้แจง วันนี้ทางกระทรวงวัฒนธรรม โดยผมพร้อมด้วยทางท่านผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลา ได้มาร่วมในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ ต่อด้วยคำถามที่ท่านสมาชิก ท่านประเสริฐพงษ์ได้ตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะนั้นก็คือทางกระทรวงวัฒนธรรมเรามีนโยบาย ที่ชัดเจนในเรื่องของการอนุรักษ์และในเรื่องของงานด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี หมายถึงว่า นโยบายของกระทรวงนั้นก็คือเรามีนโยบายในเรื่องของสืบสาน ก็คือสืบสานงานที่เป็นงานมรดก ทางวัฒนธรรมของชาติ ทั้งประวัติศาสตร์โบราณคดี การขึ้นทะเบียนโบราณสถาน แม้กระทั่ง ในเรื่องของการสำรวจแหล่งโบราณคดี การติดตามวัตถุโบราณจากต่างประเทศคืนสู่ประเทศไทย รวมถึงในเรื่องของได้มีการขุดค้นโดยผนวกเอาใช้เทคโนโลยีเข้ามาด้วย ในเรื่องของการักษา ก็คือรักษาเรื่องของโบราณสถาน แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งก็ไม่ใช่แต่เฉพาะกรมศิลปากร อย่างเดียว กราบเรียนท่านประธานว่ามีทั้งในส่วนภารกิจของงานในหน้าที่ของกระทรวงวัฒนธรรม หลาย ๆ ส่วน ทั้งในส่วนของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เรื่องของสำนักงานปลัดกระทรวงที่มี วัฒนธรรมจังหวัดอยู่ทุกภูมิภาค ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ๑๔ จังหวัดนั้นก็มีวัฒนธรรมจังหวัด ช่วยดูแลงานของกระทรวงในภาพรวม ประสานกับทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมาโดยตลอด รวมถึงในเรื่องของการต่อยอดก็คือการได้นำเทคโนโลยีในปัจจุบันเข้ามาผนวกในเรื่องของ การดูแลรักษา งานทางด้านมรดกทางวัฒนธรรมและของศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ โดยเราใช้เทคโนโลยีหลาย ๆ ส่วนเข้ามาประกอบ

ในนโยบายหลักอีกข้อหนึ่งก็คือเรื่องของธรรมาภิบาล การมีส่วนร่วมของ ประชาชน อันนี้ก็จะตอบข้อคำถามของท่านสมาชิกได้โดยตรงว่ากระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบาย ชัดเจนในเรื่องของการสืบสานรักษาต่อยอดและเรื่องของการมีส่วนร่วมโดยหลักธรรมาภิบาล

ในเรื่องของแหล่งโบราณคดีในจังหวัดภาคใต้นั้นทางกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรที่มีภารกิจโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องของงานประวัติศาสตร์โบราณคดี เราได้แบ่ง ในเรื่องของการดูแลพื้นที่ออกเป็น ๒ สำนัก ก็คือสำนักศิลปากรที่ ๑๑ จังหวัดสงขลาและ สำนักศิลปากรที่ ๑๒ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งดูแลพื้นที่จังหวัดครอบคลุมทั้ง ๑๔ จังหวัด ภาคใต้

ในเรื่องของการขึ้นทะเบียนแหล่งโบราณคดี โบราณสถานสำคัญต่าง ๆ นั้น ทางกรมศิลปากรก็ได้มีการดำเนินการขึ้นทะเบียนอยู่ตลอดเวลาทั้งในเรื่องของการได้รับแจ้งจาก อาสาสมัครดูแลโบราณสถาน เครือข่ายภาคประชาชนในหลาย ๆ ส่วนที่ได้แจ้งข้อมูลเรามา ทั้งในส่วนของที่ดินของประชาชนที่มีการขุดค้นพบอาจจะเป็นเรื่องของหลักฐานทางโบราณคดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของถ้วยชามรามไห เรื่องของซากสัตว์หรือมนุษย์โบราณ รวมถึงในเรื่อง ของการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปี ๒๕๐๔ แก้ไขเพิ่มเติมปี ๒๕๓๕ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการสำรวจ ของการขึ้นทะเบียน แล้วก็เรื่องของการมีส่วนร่วมในภาคประชาชนนั้นกระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบหมายให้กรมศิลปากรได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นหน่วยราชการโดยตรง ที่เป็นเจ้าของเรื่องในการรักษาการตามกฎหมาย แต่อย่างไรก็ดีในเรื่องของการประสานกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในหลาย ๆ ส่วน ทั้งกรมโยธาธิการจังหวัด ทั้งในส่วนของสำนักนโยบาย และแผนสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ หลาย ๆ ส่วนนั้นก็มีการประสานอย่างใกล้ชิด เพราะฉะนั้น กราบเรียนต่อท่านประธานในเรื่องของคำถามที่ ๑ ก็คือนโยบายเรามีชัดแจ้งชัดเจน แล้วก็ในเรื่อง ของการเร่งขึ้นทะเบียนแหล่งโบราณคดีที่เป็นภูเขา ที่เป็นในส่วนของสภาพพื้นที่เป็นถ้ำ ในภาคใต้ก็มีการดำเนินการขึ้นทะเบียนมาอย่างต่อเนื่องเพราะเนื่องจากว่าในพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ ในมาตรา ๑๗ นั้นระบุให้เป็นโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนในเรื่องของแหล่งแร่ หรืออาชญาบัตรที่จะได้รับการอนุญาตจะต้องไม่เป็นแหล่งโบราณสถาน ฉะนั้นในเรื่องการ ขึ้นทะเบียนทางกระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมศิลปากรตระหนักในความสำคัญว่าต้องเร่งขึ้น ทะเบียนให้ครอบคลุมทั้งพื้นที่ อย่างในกรณีที่เป็นข้อมูลที่ท่านสมาชิกได้กรุณาให้ข้อมูลจาก ที่จังหวัดกระบี่ก็ดี ที่เขายะลาที่จังหวัดยะลาก็ดีนั้นก็เป็นกรณีของเครือข่ายภาคประชาชน ได้เรียกร้องให้ตรวจสอบ แล้วก็มีการตรวจสอบดำเนินการกันพื้นที่ แล้วก็มีการตรวจสอบแก้ไข ให้เป็นไปตามบริบทของพื้นที่แล้ว ฉะนั้นในต่อข้อคำถามที่ ๑ เราได้มีนโยบายชัดเจนแล้วก็ เรื่องของการตรวจสอบดำเนินการ ส่วนในเรื่องของดำเนินการเกี่ยวกับทางเรื่องของการ ดำเนินการส่วนบุคคลของทางข้าราชการนั้นทางกรมศิลปากรก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในส่วนนี้ก็มี เรื่องของข้อร้องเรียนในส่วนการดำเนินการต่าง ๆ เข้ามาทางศูนย์ดำรงธรรม แล้วก็ในส่วน ของอนุกรรมการข้าราชการของกรมศิลปากรขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการสรุปรวบรวมเพื่อรายงาน เข้ามาสู่ อ.ก.พ. กระทรวงวัฒนธรรมต่อไป กราบเรียนท่านประธานครับ